
‘โกร่ง’เสนอผ่าโครงสร้างธปท.
วีรพงษ์เสนอผ่าตัดโครงสร้าง ธปท.ให้กลับไปขึ้นตรงกับ รมว.คลัง ไม่ใช่ทำงานแบบอิสระจนเกินไป
วีรพงษ์เสนอผ่าตัดโครงสร้าง ธปท.ให้กลับไปขึ้นตรงกับ รมว.คลัง ไม่ใช่ทำงานแบบอิสระจนเกินไป
นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวในรายการ “วิเคราะห์เศรษฐกิจการเมืองไทย” ทางสถานีโทรทัศน์มันนี่ แชนแนล ว่า ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำงานอย่างมีผลประโยชน์ทับซ้อนมีทั้งการกำกับดูแลและการตรวจสอบสถาบันการเงินอยู่ด้วยกัน รวมทั้งยังบริหารทุนสำรองอีกด้วย
เมื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนก็ควรจะแก้ไขให้ ธปท.รายงานตรงกับ รมว.คลัง เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรก็สามารถชี้แจงต่อสภาได้
นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ไม่เห็นว่า รมว.คลัง ปัจจุบันจะไปแทรกแซงการทำงานของ ธปท.ตรงไหน เพราะไม่ใช่นักการเมือง
สำหรับการตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ โดยนำเงินส่วนหนึ่งจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้นั้น นายวีรพงษ์เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนมั่งคั่ง และการบ้าน 4 ข้อที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง มอบให้ผู้ว่าการ ธปท.ไปศึกษาและหาแนวทางแก้ไข เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ธปท.โยนภาระให้กับประชาชนผู้เสียภาษีเป็นอย่างมาก จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของ ธปท. การเข้าไปโอบอุ้มสถาบันการเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ซึ่งสร้างภาระหนี้มากมายให้กับประเทศ
“ที่ผ่านมา ธปท.สร้างวิกฤตมาเป็นระยะๆ ที่จริงเราไว้ใจ ธปท.ไม่ได้” นายวีรพงษ์ กล่าว
แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า การเสนอผ่านโครงสร้าง ธปท.นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเรื่องนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เข้ามาให้เงินกู้ช่วยเหลือประเทศไทยเมื่อเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง และเสนอให้แก้ไขโครงสร้างแต่ก็มีการปรับปรุงแก้ไข แต่ปิดทางไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงนโยบายการเงินได้ง่ายในหลายเรื่อง
จากวิกฤตต้มยำกุ้ง การแก้ไข พ.ร.บ.ธปท.ก็ได้มีการดำเนินการมาเป็นระยะ แต่มาผ่านการพิจารณาของสภาในปี 2551 โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้แก้ไขให้ ธปท.ดำเนินงานโดยอิสระปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองแต่ก็ต้องรายงานตรงกับกระทรวงการคลัง







