
เก้าอี้ปลัดกลาโหม เดิมพันชะตายุทธศักดิ์-ประยุทธ์
กระชับพื้นที่ไปเกือบหมดกับการโยกย้ายบิ๊กข้าราชการในหลายกระทรวง
กระชับพื้นที่ไปเกือบหมดกับการโยกย้ายบิ๊กข้าราชการในหลายกระทรวง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
กระชับพื้นที่ไปเกือบหมดกับการโยกย้ายบิ๊กข้าราชการในหลายกระทรวง
ใครไม่ใช่พวกโดนเด้งเข้ากรุ...
กรณี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ถูกย้ายจาก ผบ.ตร. ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กระเทือนไปถึง ถวิล เปลี่ยนศรี เจ้าของเก้าอี้เลขาฯ สมช. โดนเด้งเป็นโดมิโนไปตบยุงเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เรียกร้องความเป็นธรรมถูกฝ่ายการเมืองใช้อำนาจมิชอบ
เป้าหมาย “รัฐตำรวจ” เสร็จเพื่อไทยอย่างรวดเร็วทันใจ เมื่อได้ “หัว” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. ตำแหน่งอื่นในองค์กรสีกากีก็ง่ายตามมา
นอกจากนี้ ยังมีที่กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วน กระทรวงมหาดไทย เตรียมล้างบางกันล็อตใหญ่ เช่น ปลัดมหาดไทย อธิบดีกรมต่างๆ และพ่อเมือง จนข้าราชการต้องลุ้นกันตัวโก่ง
เหลือสมรภูมิเดียวคือ กองทัพ ที่ฝ่ายเพื่อไทยพยายามรื้อ ล้วง โผ แต่ยังไม่เสร็จ เพราะถูกต้านจากผู้นำกองทัพ ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทย
โดยเฉพาะเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกลาโหมคนปัจจุบัน จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. ฝ่ายการเมือง โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม เสนอชื่อ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ ผบ.เหล่าทัพ นำโดย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด เสนอชื่อ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย เป็นปลัดกลาโหม
เหตุผลที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ สนับสนุน พล.อ.วิทวัส ซึ่งเป็น ตท.11 และเป็นเพื่อนของ พล.อ.เสถียร เพราะเป็นลูกหม้อ ทำงานในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมมายาวนานกว่า 20 ปี และเคยทำงานกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ช่วงเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และ รมช.กลาโหม มาโดยตลอด
แต่ข้อได้เปรียบของ พล.อ.เสถียร ที่ ผบ.เหล่าทัพสนับสนุน คือ อาวุโสกว่า พล.อ.วิทวัส เพราะติดยศ พล.อ. ก่อน 6 เดือน ถ้าเป็นกระทรวงอื่น ใครขวางฝ่ายการเมืองที่กำลัง ลุแก่อำนาจ มีอันต้องโดนเด้ง หรือไม่ก็ขึ้นแบล็กลิสต์
บิ๊กข้าราชการที่ถูกรังแก ก็ไปฟ้องขอความเป็นธรรมจาก “คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม” หรือศาลปกครอง เหมือนอย่างที่ ถวิล เปลี่ยนศรี ใช้สิทธิช่องทางนี้อยู่
แต่การโยกย้ายนายพลของกองทัพไทย มี พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ซึ่งออกในรัฐบาลยุค คมช. เป็นเกราะป้องกันเป็นการเฉพาะ ไม่ให้ฝ่ายการเมือง “แทรกแซง” การแต่งตั้งโยกย้ายทหารได้
มาตรา 25 วรรค 2 ของกฎหมายฉบับนี้บัญญัติไว้ว่า “การพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและส่วนราชการในกองทัพไทย ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการนั้นแต่งตั้งขึ้นแล้วเสนอคณะกรรมการตามกฎหมายฉบับนี้ ประกอบด้วย รมว.กลาโหม เป็นประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง คือ รมช.กลาโหมผบ.สส.ผบ.ทบ.ผบ.ทร.ผบ.ทอ.ปลัดฯ กลาโหม ทั้งหมดมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล”
ซึ่งหากบัญชีที่แต่ละหน่วยเสนอมาเข้าตากรรมการชุดนี้ก็สะดวกโยธิน แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ต้องโหวตชี้ขาดกันในคณะกรรมการทั้ง 7 คน
กระนั้น “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ไม่อยากแตกหักกับน้องๆ กองทัพ เพราะถ้าโหวตและให้รู้แล้วรู้รอด ใครควรเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ก็จะสร้างบรรยากาศตึงเครียด!
แต่สำคัญกว่านั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ อาจจะแพ้ราบคาบ!
เพราะทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. รวมถึง พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. เกาะกลุ่มกันแน่น
มีเพียง พล.อ.ยุทธศักดิ์ เท่านั้นที่หัวเดียวกระเทียมลีบ
หลายตำแหน่งในบัญชีโยกย้ายนายพลขณะนี้ กำลังต่อรองกันสุดลิ่มทิ่มประตู แว่วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ปิดประตูตายกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย ที่สะพัดว่ารุกคืบขอเก้าอี้ 5 เสือ ทบ. 2 เก้าอี้
ล่าสุด พล.อ.ยุทธศักดิ์ แก้เกมโดยประกาศจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ พ.ร.บ.จัดระเบียบกลาโหม 2550 ใน “ข้อ 15” ประเด็นอำนาจรัฐมนตรี ที่ให้เป็นผู้เสนอชื่อผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงรัฐมนตรีนั้น หมายถึงปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จเรทหารทั่วไป และสมุหราชองครักษ์ หรือไม่
กล่าวคือ การแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมและตำแหน่งอื่น ไม่ต้องอยู่ภายใต้คณะกรรมการ ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ปี 2551 หรือไม่
การที่ รมว.กลาโหม จากเพื่อไทย เดินหน้าชนกับ ผบ.เหล่าทัพ แสดงถึงความขัดแย้งกับอำนาจเก่าในกองทัพ ที่ถูกมองว่าเป็นปฏิปักษ์กับระบอบทักษิณ
อย่างไรก็ตาม ตามเงื่อนเวลาแล้ว พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะส่งบัญชีรายชื่อให้นายกฯ รับทราบก่อนทูลเกล้าฯ ถวายในวันที่ 9 ก.ย.นี้ แต่ถ้ายังงัดข้อกับผู้นำเหล่าทัพในตำแหน่งสำคัญ และยื่นให้กฤษฎีกาตีความ “พ.ร.บ.กลาโหม” ก็อาจไม่ทันการณ์ เนื่องจาก “พ.ร.บ.กลาโหม” กำหนดให้มีการพิจารณาจัดทำการโยกย้ายให้เสร็จก่อนวันที่ 15 ก.ย. หรือก่อนมีผลในวันที่ 1 ต.ค. เป็นเวลาอย่างน้อย 15 วัน
การประลองกำลังกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ ยกนี้ต้องสู้กันถึง “ฎีกา” ทั้งที่แต่เดิม พล.อ.ยุทธศักดิ์ เคยระบุว่ามีอะไรก็อยากให้จับเข่าคุยกันแบบพี่น้อง ไม่อยากให้บาดหมางกันแต่แรก แต่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นหนังหน้าไฟที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่งมาลุยในกองทัพ ถ้าแต่งตั้งครั้งนี้ไม่สามารถผลักดันคนใกล้ชิด หรือ แซะขุมกำลังของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับยอมอ่อนให้“บิ๊กตู่” ที่ประกาศให้เลือกฝ่ายจงรักภักดีต่อสถาบัน ช่วงเลือกตั้ง เผลอๆ เก้าอี้ รมว.กลาโหม ของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ อาจสั่นคลอนเอง
เพราะเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ ทลายฐานอำนาจขั้วตรงข้ามให้ได้ ดังนั้น ในภาวะที่พรรคเพื่อไทยกำลังมีอำนาจเต็ม จึงต้องเร่งจัดการ และเอาคืนกับกองทัพ มิใช่บริหารประเทศแล้วยังต้องระแวงหน้า ระวังหลังอยู่อย่างนี้







