
สุชาติเบิกความคดีอัลรูไวลี่
"สุชาติ" เบิกความคดีฆ่านักธุรกิจซาอุฯเผย ไม่มีพยานเห็นตร.อุ้ม “อัลรูไวลี่” รับไม่ทราบชายมุสลิมห้ามใส่ทอง
"สุชาติ" เบิกความคดีฆ่านักธุรกิจซาอุฯเผย ไม่มีพยานเห็นตร.อุ้ม “อัลรูไวลี่” รับไม่ทราบชายมุสลิมห้ามใส่ทอง
ศาลอาญา นัดสืบพยานโจทก์ในคดี พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือ สมชาย จูสนิท พ.ต.อ. ประภาส ปิยะมงคล พ.ต.ท. สุรเดช อุดมดี และจ.ส.ต. ประสงค์ ทอรั้ง เป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และเพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาฯ
ทั้งนี้ อัยการโจทก์ นำตัว พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อันนต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ เบิกความ เกี่ยวกับแหวนทองคำของนายอัลรูไวลี่ว่า หลังจากที่เข้ามาเป็นสืบสวนเรื่องดังกล่าว พ.ต.ท. สุวิชัย แก้วผนึก ได้บอกว่ามีวัตถุพยานของนาย อัลรูไวลี่ จะนำมาให้ ซึ่งพยานไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นแหวนทองคำ
อย่างไรก็ตาม พยานตอบการซักค้านของทนายความจำเลย ยอมรับว่า ไม่ทราบว่า ศาสนาอิสลามห้ามผู้ชายนำทองคำมาเป็นเครื่องประดับ แต่สิ่งสำคัญที่พนักงานสอบสวนต้องการพิสูจน์คือแหวนดังกล่าวเป็นของ นาย อัลรูไวลี่ หรือไม่ ซึ่งท้ายที่สุดการสั่งฟ้องก็ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดว่าแหวนดังกล่าวเป็นของนายอัลรูไวลี่
นอกจากนี้ ทนายจำเลย ยังได้ซักค้านในประเด็นการหายตัวไปของนายอัลรูไวลี่ โดยพ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า เอกสารจากสถานทูตซาอุฯ ระบุข้อมูลที่จำเลยทั้ง 5 เข้าไปเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายอัลรูไวลี่ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้ง 5 เข้าไปเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปดังกล่าว แม้พ.ต.ท.สุวิชัย เคยให้การว่าเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพานาย อัลรูไวลี่ มาเค้นสอบความจริงและมีการทำร้ายร่างกาย แต่การสอบสวนของดีเอสไอก็ไม่มีพยานรู้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอุ้มนาย อัลรูไวลี่ มาที่โรงแรมใน จ.ชลบุรี และไม่พบพยานหลักฐานการเผาทำลายศพ สำหรับการกลับคำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชัย พยานได้สอบถามสาเหตุทราบว่า คำให้การในปี 2533 เป็นการแต่งเรื่องขึ้นโดยมีข้อเท็จจริงบางส่วนเพื่อให้เรื่องดังกล่าวมีทางลง
พยานเบิกความเรื่องอื่นแล้วเสร็จ ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไป ในวันที่ 9 ก.ย. เวลา 9.00 น.
คดีดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 ก.พ. 2533 จำเลยทั้งห้าได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่านักการทูตซาอุดิอาระเบีย จำเลยทั้งห้ากับพวกร่วมกันลักพาตัว นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ซึ่งประกอบธุรกิจจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากจำเลยทั้งห้าเข้าใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนักการทูตซาอุดิอาระเบีย จำเลยทั้งห้ามีเจตนาฆ่าให้ถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อปกปิดความผิดของตน และเป็นเหตุให้นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ ถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายจนถึงแก่ความตาย และร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพโดยนำศพไปเผาทำลายที่ไร่ในท้องที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เหตุเกิดที่แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา, แขวงบางกะปิ เขตบางกะปิ, แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร และที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี







