
ไม่ยุ่งคลังหลวง
‘ยิ่งลักษณ์’สั่งถอยตั้งกองทุนความมั่งคั่งกิตติรัตน์แจงไม่ใช้ทุนสำรองก็ได้
‘ยิ่งลักษณ์’สั่งถอยตั้งกองทุนความมั่งคั่งกิตติรัตน์แจงไม่ใช้ทุนสำรองก็ได้
ไม่เอาแล้ว เอาทุนสำรองตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ นายกฯ ชี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
หลังจากที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง สั่งการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปศึกษาแนวทางการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ โดยให้นำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนหนึ่งแยกบัญชีออกมาดำเนินการ จนเกิดกระแสการคัดค้านอย่างหนัก โดยเฉพาะจากคณะศิษย์หลวงตา มหาบัว ญาณสัมปันโน นั้น
ในที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็เป็นผู้ออกมาให้ความชัดเจนว่า การจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา มีเพียงการหารือของรัฐมนตรี จึงขอศึกษารายละเอียดก่อน หากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ประชาชนทราบ
“เราจะทำต่อเมื่อเราเห็นว่าทุกอย่างเป็นประโยชน์ มีผลตอบแทน และมีความเสี่ยงที่อยู่ในระดับที่เราป้องกันได้” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ดังนั้น เมื่อการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน รมว.คลัง ก็กลับมาทำในเรื่องของงบประมาณและเรื่องรายได้ของพี่น้องประชาชน ส่วนการตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ คงจะอีกนาน ต้องศึกษาเงื่อนไขของกองทุนทั้งหมด
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 16 ข้อของรัฐบาล และยืนยันว่าหากรัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ จะไม่มีการเสนอเป็น พ.ร.ก.แน่นอน แต่จะเป็นร่าง พ.ร.บ. เพื่อให้สภานิติบัญญัติและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
“ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นที่จะต้องไปเร่งตั้งกองทุน ใครเขาอยู่หน่วยงานไหน ถ้าไม่อยากทำ ก็อย่าไปบังคับเขา ในหลายประเทศเงินที่มาตั้งกองทุนก็ไม่ได้มาจากเงินของธนาคารกลาง” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ โดยใช้ทุนสำรองนั้น เป็นการเสนอให้คิด และยังไม่มีการเร่งดำเนินการ
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.เพิ่งจะทำการศึกษาการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติเมื่อไม่นานมานี้ สามารถนำผลการศึกษานี้เสนอ รมว.คลัง ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาใหม่
ทั้งนี้ การตั้งกองทุนนั้นเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการนำเงินไปลงทุนเพิ่มรายได้เข้าประเทศตามนโยบายของกระทรวงการคลัง







