posttoday
คนแก่ถูกทิ้งฆ่าตัวตายพุ่งเชียงใหม่ยังครองแชมป์

คนแก่ถูกทิ้งฆ่าตัวตายพุ่งเชียงใหม่ยังครองแชมป์

06 กันยายน 2554

สถิติฆ่าตัวตาย 13 ปีย้อนหลังลดลง เชียงใหม่ ครองแชมป์ คนแก่ถูกทอดทิ้งแนวโน้มฆ่าตัวตายเพิ่ม

สถิติฆ่าตัวตาย 13 ปีย้อนหลังลดลง เชียงใหม่ ครองแชมป์ คนแก่ถูกทอดทิ้งแนวโน้มฆ่าตัวตายเพิ่ม

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยสถิติการฆ่าตัวตายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2540–2553 พบว่ามีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 5,700 รายต่อปี เหลือ 3,700 รายต่อปี แต่ยังนับว่าเป็นอัตราที่สูงและถือเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ โดยภาคเหนือมีอัตราสูงสุด

สำหรับจังหวัดที่น่าเป็นห่วง 5 อันดับแรกคือ จ.ลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน และเชียงใหม่ ซึ่งมีอัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 20.02, 15.63, 14.45, 13.03 และ 12.47 คนต่อแสนประชากรตามลำดับ หากพิจารณารายจังหวัดจะพบว่าเชียงใหม่มีอัตราการตายมากที่สุด คือ 204 คน เนื่องจากคนภาคเหนือมีวัฒนธรรมการรักษาหน้าตาทางสังคมที่รุนแรง เมื่อเกิดจึงไม่นิยมปรึกษาใคร ส่งผลให้เครียด ซึมเศร้า และฆ่าตัวตายในที่สุด

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้สูงวัยอายุระหว่าง 7084 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2549 เริ่มมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่ากลุ่มวัยทำงาน เนื่องจากคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ ไม่มีญาติดูแล ไม่อยากอยู่คนเดียว ประกอบกับผู้สูงอายุได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจได้ง่าย

สำหรับวิธีการฆ่าตัวตายที่สำเร็จมากที่สุด ได้แก่ การแขวนคอและรัดคอ 66.42% พิษจากยาฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ 19.81% พิษจากยาและสารชีวภาพอื่น 4.28% สารเคมีและสารพิษ 3.67% และกระสุนปืน 3.11%

ทั้งนี้ ในวันที่ 10 ก.ย.ของทุกปี ถือเป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ในปี 2554 จะรณรงค์ภายใต้แนวคิดการป้องกันการฆ่าตัวตายในหลากสังคมหลายวัฒนธรรม โดยวันที่ 8 ก.ย.นี้ กรมสุขภาพจิตและบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จัดกิจกรรมรณรงค์วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกขึ้น ภายใต้แนวคิด “รักตัวเองบ้าง...นะ” ณ เซ็นทรัล เวิลด์ พลาซ่า โดยจะมีการเปิดตัวแบบคัดกรองผู้มีความเสี่ยงฆ่าตัวตายสำหรับประชาชนทั่วไป หรือ เอสยู9 ซึ่งเป็นการตั้งคำถาม 9 ข้อเพื่อในการประเมินความเสี่ยง

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI