
กองทัพ..คุมกสทช.เบ็ดเสร็จ
ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังจะมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงวิทยุ กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังจะมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงวิทยุ กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังจะมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงวิทยุ กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเข้ามาทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรของประเทศเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. หลังจากวุฒิสภาลงมติคัดเลือกได้เป็นที่เรียบร้อยแบบมาราธอนกว่า 7 ชั่วโมง
ถึงกระนั้นคะแนนที่ออกมามีจุดน่าสนใจที่สำคัญคือ มีบุคคลที่ติดยศทางทหารเข้ามาทำหน้าที่ กสทช. ถึง 5 คน และตำรวจอีก 1 คน จากทั้งหมด 11 คน ซึ่งคนมีสีที่ว่านี้ล้วนแล้วมีคอนเนกชันระดับบิ๊กแทบทั้งสิ้นในการเป็นปัจจัยสำคัญของการเข้าสู่ตำแหน่งในครั้งนี้
1.พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อายุ 64 ปี ประธานกรรมการบริหารสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์กรมหาชน) กระทรวงกลาโหมเตรียมทหารรุ่น 6 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี อดีต ผบ.ทอ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ อดีต ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง สว.สรรหาคงไม่ต้องบอกนายทหารท่านนี้มีคอนเนกชันขนาดไหน และอย่าได้แปลกว่าในเร็วๆ นี้จะมีประธาน กสทช. ชื่อ “พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี”
2.พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ อายุ 56 ปี ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นเตรียมทหารรุ่นที่ 14 เหล่าทหารราบร่วมรุ่นกับ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 พล.อ.ชาตรี ทัตติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย อดีตเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร ก่อนจะมาเป็นที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมเคยทำหน้าที่เป็นโฆษกของกระทรวงนี้ในสมัย สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีควบ รมว.กลาโหม
นอกจากนี้ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพเกี่ยวกับด้านการสื่อสารมาอย่างโชกโชนเช่นกัน อาทิ ผู้อำนวยการกองสารนิเทศกรมกิจการพลเรือนทหารบก และอดีตหัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์ดาวเทียม ททบ.5
3.พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร อายุ 59 ปี ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย และอดีตรองแม่ทัพภาคที่ 1 เตรียมทหารรุ่น 9 ร่วมรุ่นกับนายทหารระดับบิ๊กๆ เช่น พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีต รอง ผบ.ทบ. ซึ่งล่าสุดเป็นที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ (นางบุญรื่น ศรีธเรศ) พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล เป็นที่ปรึกษา พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม และ พล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว อดีตจเรทหารทั่วไป รวมไปถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.
4.พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อายุ 44 ปี ผ่านเข้ามาในตำแหน่งนี้อย่างบอบช้ำแม้ว่าได้คะแนนเสียงมาถึง 112 คะแนนก็ตาม แต่ที่ผ่านมาเจอข้อครหาอย่างหนักคือ การอนุมัติงบประมาณ 84 ล้านบาท ให้กับวุฒิสภาของ กทช. ในโครงการอิ่มบุญระหว่างกระบวนการสรรหา กสทช. ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบอยู่
สำหรับ พ.อ.นที จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า (เหรียญทอง) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ปริญญาโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารโทรคมนาคม สหรัฐอเมริกา
5.พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อายุ 45 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายทหารฝ่ายกิจการโทรคมนาคม สำนักงานกิจการกระจายเสียงวิทยุ กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กระทรวงกลาโหม จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารโทรคมนาคม จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (เกียรตินิยมเหรียญทอง) ปริญญาโทและเอก ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารโทรคมนาคม จากสหรัฐอเมริกาโดยทุนกองทัพไทย
6.พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า อายุ 64 ปี อดีตผู้กำกับการ สภ.อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เส้นทางสีกากีก่อนจะมาปิดชีวิตข้าราชการที่ขอนแก่น ส่วนใหญ่ปักหลักอยู่ที่ จ.หนองคาย มีผลงานสอบสวนดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในการออก น.ส.3 ก. โดยทุจริตในพื้นที่ จ.หนองคาย รวม 395 คดี และเคยเป็นที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ พินิจ จารุสมบัติ ระหว่างดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ขณะที่ กสทช.ในสายของพลเรือนก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน และส่วนมากก็เป็นไปตามโผบัญชีรายชื่อที่มีการคาดการณ์เช่นกัน
7.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด สำหรับเก้าอี้ กสทช.ของเลขาฯ กกต. วัย 51 ปี ท่านนี้ เพราะได้แรงผลักดันสำคัญจาก สว.สายสรรหาที่ต้องการให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้าไปทำหน้าที่นี้ เพื่อไปคานอำนาจ กสทช.สายกองทัพ ขณะที่ยังได้คะแนนเสียงบางส่วนจาก สว.เลือกตั้งด้วยจากความเกรงใจในฐานะ กกต.เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับได้มาซึ่งตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา
8.สุภิญญา กลางณรงค์ อายุ 38 ปี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เป็นที่รู้จักของสังคม ตั้งแต่ปลายปี 2546 เมื่อบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ฟ้องคดีหมิ่นประมาทในคดีอาญาและแพ่ง เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 400 ล้านบาท จากการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งศาลตัดสินยกฟ้องและได้เข้ามาเป็น กสทช. เพราะแรงหนุนมาจากแกนนำกลุ่ม 40 สว.
9.นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อายุ 46 ปี ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. สังคมรู้จักว่าที่ กสทช.รายนี้จากกรณีที่กล้าออกมาเปิดเผยว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพจนกระทั่งถูกบริษัท ทรูมูฟ ยื่นฟ้องและเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก
ขณะเดียวกันเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่ม 40 สว. โดยระหว่างกระบวนตรวจสอบประวัติของวุฒิสภานั้น “ประวิทย์” เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่เจอกับขบวนการใต้ดินเป็นอย่างมากที่ต้องการสกัดไม่ให้เข้าสู่ตำแหน่ง
9.ว่าที่ กสทช.ดังกล่าวถือเป็นตามโผที่ได้มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ขณะที่อีก 2 คนที่เข้ามาในตำแหน่งนี้แบบเหนือความคาดหมายหรือที่เรียกว่า “ม้ามืด”คือ
10.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ
11.ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการวิชาการสถาบันพระปกเกล้า โดยทั้งสองคนนี้สามารถเบียด 2 ตัวเต็งในสายเศรษฐศาสตร์อย่าง “จันทิมา สิริแสงทักษิณ” อดีตที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมสรรพากร และ “อุกฤษฎ์ ตู้จินดา” คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เมื่อดูจากที่มาที่ไปของว่าที่ กสทช. แต่ละคนแล้วย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ล้วนมีคอนเนกชันหนุนหลังอยู่ ทำให้นับจากนี้การบ้านข้อใหญ่ของทั้ง 11 คน หนีไม่พ้นการพิสูจน์ตัวเองว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้สังคมยอมรับว่า ได้ทำหน้าที่เพื่อรับใช้และปกป้องผลประโยชน์ของชาติ







