
ปชป.สรุปยกเครื่องใหม่
ปชป. ตั้ง 4 โครงสร้าง ระดมกำลังสร้างเครือข่าย ใน-นอกพรรค เดินหน้าสร้างอนาคตคนไทยทุกคน ดึงมืออาชีพทุกด้านเสริมทีมแน่น ขยายการสื่อสารรูปแบบใหม่สู้ภาวะแทรกแซงสื่อ
ปชป. ตั้ง 4 โครงสร้าง ระดมกำลังสร้างเครือข่าย ใน-นอกพรรค เดินหน้าสร้างอนาคตคนไทยทุกคน ดึงมืออาชีพทุกด้านเสริมทีมแน่น ขยายการสื่อสารรูปแบบใหม่สู้ภาวะแทรกแซงสื่อ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังการประชุมสส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ทุกคนเห็นตรงกันว่าภาระกิจที่สำคัญของประชาธิปัตย์ที่จะต้องเร่ิมทำวันนี้ คือการสร้างความพร้อมที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยที่จะเป็นการสร้างอนาคตให้กับคนไทยทุกคน จากที่การบริหารประเทศในปัจจุบันไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศระยะยาว แต่เป็นการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ทั้งหมดนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนการทำงานจัดรูปแบบโครงสร้าง มอบหมายความรับผิดชอบในพรรค ไปจนถึงการสื่อสารและการบริหารจัดการภายในพรรค ที่จะต้ององเป็นศูนย์รวมในการระดมกำลังของประชาชนทั้งประเทศ ให้มาขับเคลื่อนทางการเมืองร่วมกับประชาธิปัตย์ ทั้งภายในพรรคทั้งกรรมการบริหารสาขาพรรค สมาชิกพรรค ไปจนถึงการทำงานร่วมกับเครือข่ายของประชาชนในทุกภาคส่วน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้น พรรคได้ดำเนินการอย่างน้อย 4 ส่วน 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค ดำเนินการทำงานด้านการวิจัย และการทำแผนยุทธศาสตร์ 2. นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก ดำเนินการเรื่องการสื่อสารและกาประชาสัมพันธ์ของพรรคทั้งหมดเพื่อให้แนวทางและจุดยืน เป็นที่เข้าใจในหมู่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างชัดเจน 3. นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ไปพัฒนากลุ่มงานประเมินผล นโยบายที่จะมาสนับสนุนการทำงานของพรรคในสภาฯ และ ในส่วนของครม.เงา และ 4. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคและนายกนก วงศ์ตระหง่าน สส.บัญชีรายชื่อ ดูแลการพัฒนานโยบาย
นอกจากนี้จะมีการกระจายการบริหารจัดการภายในในระดับของพื้นที่ โดยมอบอำนาจให้รองหัวหน้าพรรคแต่ละภาคชัดเจนมากขึ้น เช่น ปัญหาการบริหารงานในสาขาพรรค หรือตัวผู้สมัคร หรือแต่งตั้งครม.เงา ทางคณะกรรมการบริหารพรรคจะมีการประชุมในวันอังคารหน้า
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคจะมีระบการรายงาน ติดตามการประเมินผล โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายในกลุ่มงานต่างๆ จะต้องรายงานให้กรรมการบริหารพรรคทราบทุกเดือน ซึ่ง นายประกอบ จิรกิติ สส.บัญชีรายชื่อ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รายงานข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งจะประมวลข้อมูลเหล่านี้ก่อนนำเสนอให้กับกรรมการบริหารพรรคอีกชั้น ซึ่งกรรมการจะมีการกำหนดตัวชี้วัด กำหนดเป้าหมาย แล้วดูว่าทุกอย่างเป็นตามเป้าหมายหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน ในช่วงที่มีภาวะการแทรกแซงสื่อ เราก็รู้ว่ามีงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหาช่องทางใหม่ ๆ ที่เป็นเรื่องท้าทาย แต่เรื่องการ จะมีทีวีเป็นของพรรคคงมีไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่พรรคจะขยายผลการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถทำได้ ซึ่งจะต้องทำให้เป็นเอกภาพในการสื่อสารทั้งส่วนกลางและพื้นที่ ทั้งหมด
นอกจากนี้ จะมีการเชิญบุคคลนอกอย่างแน่นอน ทั้งมืออาชีพ เป็นงานด้านนั้นๆ ไปจนถึงการมีผู้มีอุดมการณ์ แต่ไม่ประสงค์จะเป็นนักการเมืองที่อาจจะมาช่วยเชิงวิชาการในเชิงประสานงานฝ่ายต่างๆ ก็จะเป็นคนภายนอก ซึ่งโครงสร้างเหล่านี้ จะไม่เป็นแบบแบบแข็งตัวเกินไปเพราะต้องการความยืดหยุ่นในการปรับการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งได้กำหนดตัวผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนแล้ว ส่วนจะเป็นสำนัก หรือ คณะทำงาน หรือไม่ อยู่ที่ผู้รับผิดชอบจะเป็นผู้เสนอว่าจะมีการเชิญอาสาสมัคร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานหรือไม่ผู้รับผิดชอบจะเป็นผู้เสนอต่อกรรมการบริหารพรรค







