posttoday
ค้านนำร่องค่าจ้าง7จังหวัดยันต้องขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ

ค้านนำร่องค่าจ้าง7จังหวัดยันต้องขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ

02 กันยายน 2554

ดูเหมือนงบประมาณที่จะดำเนินการตามนโยบาย

ดูเหมือนงบประมาณที่จะดำเนินการตามนโยบาย แต่ละด้านจะบานปลาย

ทั้งการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5 กลุ่ม การขึ้นเงินเดือนกลุ่มรัฐวิสาหกิจ การปลดหนี้ครู การเพิ่มรายได้ให้แรงงาน 300 บาทต่อวันตามที่ประกาศไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำร่องขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และภูเก็ต

เนื่องจากรัฐบาลหาเสียงไว้ว่าจะปรับขึ้น 300 บาททุกจังหวัดทั่วประเทศ จึงอยากให้ดำเนินการตามที่ได้หาเสียงไว้

ค้านนำร่องค่าจ้าง7จังหวัดยันต้องขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ

“ก่อนหน้านี้ได้ขอเข้าพบ รมว.แรงงาน ในวันที่ 2 ก.ย. เพื่อหารือการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำและการดูแลแรงงาน แต่ยังไม่ให้เข้าพบ” มนัส กล่าว

อย่างไรก็ตาม สภาองค์การลูกจ้างฯ ร่วมกับคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ได้นัดแถลงข่าวในวันที่ 5 ก.ย. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเดือน ต.ค.นี้ พร้อมกับกลุ่มข้าราชการและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ

นคร สุทธิประวัติ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอิสระแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การนำร่องขึ้นค่าจ้างไม่เกิดประโยชน์มากนัก เนื่องจากลูกจ้างใน 7 จังหวัด ก็ได้ค่าจ้างประมาณ 300 บาทต่อวันอยู่แล้ว

ด้าน ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.จะปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำในกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีสัญญาจ้าง ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ของ ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท.โดยตรง วันละ 300 บาทขึ้นไปตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้ จะดำเนินการในเมืองหลักก่อน เช่น กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ และภูเก็ต แล้วค่อยทยอยในจังหวัดอื่นๆ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555

สำหรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นคิดเป็นมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาทต่อปีนั้น ปตท.จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเอง

อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน อัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) จะเสนอของบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างหรือไม่ได้รับเงินชดเชยเพิ่มเติมอีก 200 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีเงินคงเหลือ 273 ล้านบาท เพื่อรองรับลูกจ้างที่อาจถูกเลิกจ้างจากการปรับเพิ่มรายได้เป็น 300 บาทต่อวัน

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวกำหนดอัตราจ่ายชดเชยดังนี้ ลูกจ้างที่ทำงาน 4 เดือน แต่ไม่ถึง 1 ปี ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วันของอัตราค่าจ้างสุดท้าย ทำงานตั้งแต่ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี จะได้ชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วัน ถ้าทำงานเกิน 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี จะได้ชดเชย 180 วัน และทำงานเกิน 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้ 240 วัน และ 10 ปีขึ้นไป จะได้ 300 วัน

อัมพร กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการหลายประเภทยินดีจะจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มเป็น 300 บาทตามราคาและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น อุตสาหกรรมกลุ่มยานยนต์ซึ่งมีกำลังจ่ายค่าตอบแทนเพิ่ม แต่บางประเภทที่ใช้แรงงานมากแต่มีกำไรน้อย จะไม่สามารถจ่ายค่าจ้าง 300 บาทต่อวันได้

เช่น อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสิ่งทอ ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีสถานประกอบการแห่งหนึ่งเลิกจ้างลูกจ้าง 632 คน เนื่องจากต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรลดลง

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา