
ไม่แก้แค้นแต่ล้างบาง 'ปู'กระชับอำนาจโยกย้ายใหญ่
โดย...ทีมข่าวการเมือง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
รัฐบาลเพื่อไทยเข้ามาในฤดูโยกย้ายที่ข้าราชการจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. นี้พอดี
จึงได้จังหวะ “จัดวางขุมกำลัง” สู่การกระชับอำนาจ “รัฐแดง”
“แก้ไข ไม่แก้แค้น” คำประกาศของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สังคมเชื่อมั่นรัฐบาลจะทำเพื่อ คนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ทำเพื่อคนคนเดียว
แต่เริ่มงานได้ไม่กี่สัปดาห์ หลังแถลงนโยบายก็เข้าทำนอง “ล้างบาง” เริ่มจากปฏิบัติการบีบ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พ้นเก้าอี้ ผบ.ตร. และการตั้งแกนนำเสื้อแดง ยึดตำแหน่งเลขาฯที่ปรึกษารัฐมนตรี กระจายอยู่หลายกระทรวง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นวดเช้านวดเย็น ขีดเส้นให้ พล.ต.อ.วิเชียร ต้องลุกจากเก้าอี้เพื่อเปิดทางให้บิ๊กอ๊อฟ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำสีกากีก่อนเกษียณปีหน้า จน “บิ๊กน้อย” ต้องแถลงปลุกศักดิ์ศรีองค์กรสีกากี และเรียกร้องผู้นำให้ใช้อำนาจอย่างมีคุณธรรม ถ้าไม่มี ก็อยู่ได้ไม่นาน
แต่ที่สุดก็ทนแรงบีบไม่ไหว ยอมถูกย้ายเป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ส่วน ถวิล เปลี่ยนศรี จากเลขาฯ สมช. ถูกย้ายเข้ากรุประจำสำนักนายกฯ เพราะฝ่ายเพื่อไทยไม่พอใจที่เคยนั่งเก้าอี้เลขาฯ ศอฉ. ไล่บี้เสื้อแดง
เก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” เป็นตำแหน่งสำคัญ ที่ทุกพรรคเมื่อมาเป็นรัฐบาลจะจัดวางขุมกำลัง เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และให้คุณให้โทษ รวมถึงการเสริมเขี้ยวเล็บกับรัฐบาล จึงเป็นเป้าหมายที่ “ยิ่งลักษณ์เฉลิม” ต้องเร่ง “เด็ดยอด” ฟื้นรัฐตำรวจกลับมา
นี่คือปฐมบทในงานฝ่ายความมั่นคง ที่รัฐบาลปูเร่งเครื่องจัดทัพในองค์กรสีกากี
ส่วนกองทัพถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะพรรคเพื่อไทยไม่อยากปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายทหารกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ขยายอำนาจในกองทัพได้นาน เพราะจะเป็นอันตรายกับเพื่อไทยที่ยังไม่วางใจกับการยึดอำนาจอีกรอบ
แม้ว่าในเดือน ก.ย.นี้มีผู้นำเหล่าทัพที่จะเกษียณ 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.อ.กิตติ พงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.
แต่ตามกฎหมาย การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลต่างๆ จะต้องอยู่ภายใต้คณะกรรมการที่มี 7 ตำแหน่ง คือ รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ (ทบ., ทร., ทอ.) โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการและเลขานุการ ตามมาตรา 25 ของ พ.ร.บ.การจัดระเบียบของกระทรวงกลาโหม
ฝ่ายการเมืองโดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ต้องการมีส่วนร่วมในการจัดทำโผโยกย้าย ก่อนที่รายชื่อทั้งหมดจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการผลักดันให้เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 และกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ขึ้นรับตำแหน่งสำคัญๆ ที่พลาดไม่ได้คือ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง เสธ.ทบ. ตท.12 ที่วางตัวให้เป็น เสธ.ทบ.
กระนั้น คาดว่าฝ่ายเพื่อไทยจะยังไม่รื้อใหญ่ทั้งกระดาน แต่จะค่อยๆ เซาะจากล่างให้อ่อนก่อน แล้วค่อยเด็ดไปถึงยอด โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป้าหมายใหญ่จะถูกเด้งในปีหน้า
สำหรับกระทรวงอื่น หากสำรวจบิ๊กข้าราชการ ที่จะเกษียณอายุราชการเดือน ก.ย. ใน 19 กระทรวง ตามบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พบว่า มีตำแหน่งว่างรอการจัดโผใหม่ถึง 91 ตำแหน่ง
แยกเป็น ปลัดกระทรวง (ซี 11) 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
อีก 87 คน เป็นตำแหน่งรองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ตรวจราชการ (ซี 10) สำหรับกระทรวงที่มีตำแหน่งว่างจากการเกษียณมากที่สุดคือ กระทรวงการต่างประเทศ 19 ตำแหน่ง ในจำนวนนี้เป็นตำแหน่งเอกอัครราชทูตถึง 15 ประเทศ และกระทรวงมหาดไทย 19 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดถึง 12 คน
ตำแหน่งที่น่าสนใจ เช่น อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมทางหลวง ในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอธิบดีเกษียณถึง 5 ตำแหน่ง อาทิ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อธิบดีกรมประมง
สำหรับ ฝ่ายปกครอง ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นที่จับจ้องไม่น้อย เพราะกุมกลไกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องทำงานร่วมกับมวลชน ล่าสุด รัฐบาลเพื่อไทยได้จัดวางแกนนำเสื้อแดงเป็นเลขานุการ มท.1 และ มท.3 คุมกระทรวงคลองหลอดแห่งนี้
เมื่อดูแล้วจะมีข้าราชการระดับ 10 เกษียณอายุราชการทั้งหมด 20 ตำแหน่ง
แยกเป็น 6 ผู้ตรวจฯ 1 ที่ปรึกษากฎหมาย 1 อธิบดี และ 12 ผู้ว่าราชการจังหวัด
เป้าหมายสำคัญก็คงหนีไม่พ้น ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ในแถบอีสานใต้ เช่น เสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ ที่ใกล้ชิดกับตระกูลชิดชอบ พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี ที่ถูก ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สส.ปทุมธานี ซึ่งเป็น รมช.มหาดไทย ตำหนิอย่างตรงๆ ในวันประชุมกระทรวงฯ ว่า “ทำงานไม่เป็น” หรือจะเป็น สุรชัย ขันอาสา อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ที่พรรคภูมิใจไทยแต่งตัวให้นั่งเก้าอี้อธิบดีกรมการปกครองแทน “วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์”
เช่นเดียวกับ สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ ธานี สามารถกิจ ผวจ.บุรีรัมย์ ระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.โคราช สมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ.เชียงใหม่ ที่ถูก “บิ๊กเหลิม” ขู่ไว้ว่าย้ายแน่
ส่วนเก้าอี้ใหญ่ เช่น “วงศ์ศักดิ์” อธิบดีกรมการปกครอง ที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนนี้ แว่วว่าผู้ตรวจฯ ที่ถูกส่งเข้ามานั่งแช่แข็งสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์อย่าง “ประชา เตรัตน์” อดีต ผวจ.สุราษฎร์ธานี บ้านเกิด ยงยุทธ วิชัยดิษฐ มท.1 มีสิทธิจะได้มานั่งสูง
ส่วนเก้าอี้ผู้ว่าฯ ปีนี้มีถึง 12 จังหวัดที่ต้องโบกมืออำลาตำแหน่ง คือ เพชรบุรี นครปฐม มหาสารคาม จันทบุรี ปัตตานี ยโสธร พัทลุง สตูล เพชรบูรณ์ ราชบุรี ลำปาง สกลนคร รวมถึงลำพูน นับว่าเป็นล็อตใหญ่ทีเดียว และเป็นจังหวะเหมาะที่พรรคเพื่อไทยจะได้ขยายฐานอำนาจในคลองหลอดอย่างรวดเร็ว
ด้านเศรษฐกิจ ที่กระทรวงการคลัง อาจมีการย้ายบิ๊กข้าราชการหลายตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวงการคลัง ที่อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม นั่งอยู่ โดย เบญจา หลุยเจริญ รองปลัดกระทรวงการคลัง สายจันทร์ส่องหล้า อาจขึ้นมาเป็นแทน
นอกจากนี้ อธิบดีกรมจัดเก็บภาษีทั้ง 3 กรม คือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร อาจถูกโยกย้าย โดยให้บิ๊กข้าราชการสายดูไบขึ้นมาคุม ตอบสนองต่อฝ่ายการเมือง
ตำแหน่งอื่นที่ถูกจับตาว่าจะถูกล้างบาง เช่น ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพราะแกนนำเสื้อแดงหลายคนถูกดำเนินคดีในเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง 2 ปีที่ผ่านมา
นี่แค่ส่วนหนึ่ง ยังไม่นับตำแหน่งปลัดกระทรวงใหญ่ๆ เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ
ต้องจับตาฤดูล้างบางครั้งใหญ่ที่ร้อนทั้งบาง ไม่มีแล้วสำหรับแก้แค้น แต่แก้ไขเพื่อกระชับอำนาจของเพื่อไทย







