
ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง
กลุ่มละครมะขามป้อม ซึ่งเป็นการรวมตัวของเครือข่ายเยาวชนที่มีความสนใจในการแสดงละคร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
กลุ่มละครมะขามป้อม ซึ่งเป็นการรวมตัวของเครือข่ายเยาวชนที่มีความสนใจในการแสดงละคร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
จัดงานเทศกาลละคร เพื่อการเปลี่ยนแปลง ในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อให้ ทั้งความบันเทิงและสาระ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยผ่านมุมมองเด็กเยาวชนเหล่านี้ ในรูปแบบการแสดงละคร
ที่ห้องประชุมบุษยรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี มี การจัดแสดงละครจากน้องๆ จากกลุ่มมะขามป้อมซึ่งมาจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่จ.มหาสารคาม จ.อุบลราชธานี จ.นครราชสีมา และ จ.สุรินทร์ โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.)
กลุ่ม แรก เป็นการแสดงของกลุ่มตะขบป่า เป็นเยาวชนจากจ.นครราชสีมาได้แสดงแสดงละคร เรื่อง ดงพญาไฟ ที่เล่าถึงตำนานและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนโคราช โดยเฉพาะการนำวัฒนธรรมทั้งด้านภาษาโคราช การละเล่นแพลงโคราช เข้ามาประกอบการเล่นละครที่ได้นำเอาปัญหาการประสบอุกทกภัยครั้งรุนแรงของ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปีที่แล้ว มาเชื่อมโยงกับ นิทานปรำปรา เรื่อง ดงพญาไฟ ที่เล่าถึงตำนานและวิถีชีวิตของคนโคราช ดินแดนแห่งที่ราบสูง ได้เกิดอุทกภัยขั้นรุนแรงได้สร้างความเสียหายอยู่ในขึ้นรุนแรง โดยบทละครได้กล่าวถึงเจ้าเมืองครอบครองเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งข้าวปลาอาหาร ทั้งที่ชาวบ้านเขา ปลูกและที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งหาเก็บได้ในป่าเขา ชีวิตของชาวบ้านอยู่กันอย่างมีความสุขอยู่ร่วมกันด้วยการพึ่งพา อาศัยกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี มีการแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ไม่ว่าจะเป็นข้าว ปลา อาหาร ชาวบ้านอยู่กันอย่างมีความสุข หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนานด้วยเสียงร้องรำทำแพลงโคราชเป็นแพลงประจำถิ่น และ ต่อมาเจ้าผู้ปกครองเมืองได้ไปรู้จักกับเจ้าเมืองทางเทคโนโลยี ซึ่งเจ้าเมืองคนดังกล่าวได้มาเห็นทรัพยากรของเมืองดง พญาไฟ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่เหล่านั้นไปใช้ที่เมืองของตนเอง ได้พูดจาใช้อุบายหลอกล่อจนเจ้าเมืองดงพญาไฟตายใจว่าบ้าน เมืองของตนเองความเจริญรุ่งเรือง ชาวบ้านอยู่ดีกิน ดี มีความสุขชาวบ้านมีงานทำไม่เดือดร้อน จะไปไหนมา ไหนมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกสบายให้
ทางเจ้าเมือง ดงพญาไฟได้คล้อยตามและให้เจ้าเมืองเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาบ้านเมืองให้ โดยแลกกับทรัพย์ยากรที่มีอยู่ เจ้าเมืองเทคโนโลยีได้ส่งคนมาตัดต้นไม้เกือบหมด ความเปลี่ยนแปลงได้เกิดกับเมืองที่เคยอุดมสมบูรณ์เปลี่ยนเป็นเมืองที่แห้ง แล้งฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนอาหาร ต้องเข้าเมืองไปทำงานรับจ้าง บางส่วนอพยบย้ายถิ่นฐานที่อยู่เข้าไปบุกรุกป่าเพื่อทำกิน จนทำให้ผืนป่าถูกทำลายเกิดการเสื่อมโทรม ซึ่งในเวลาต่อมาชาวบ้านต้องประสบกับอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่น้ำป่าได้ไหลเข้า ท่วมบ้านเรือนข้าวของเสียหายชาวบ้านต้องล้มหายตายไปกันทั้งเมืองบทละครจบ ด้วยความสะเทือนใจเมื่อทุกชีวิตต้องจบลงเพราะภัยธรรมชาติ
นายบุญลือ มีเงิน สมาชิกเยาวชนกลุ่มตะขบป่า ละคร เรื่องนี้ ที่ได้สะท้อนถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนในปัจจุบันโดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปีที่แล้วต้องประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ เป็นเพราะคนเราไปทำลายธรรมชาตินับวันจะรุนแรง จะเห็นได้กรณีวังน้ำเขียวซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นการสร้างความเจริญให้กับบ้าน เมืองต่อไปในอนาคตคงไม่ต่างกับละครที่ได้แสดงไปในครั้งนี้ บทละครที่ทางกลุ่มได้นำมาแสดงในครั้งนี้ เป็นนิทานประจำถิ่นที่เล่ากันมาแต่โบราณ แต่ ทางกลุ่มได้นำเรื่องของปัญหาชุมชนที่ได้พบเข้ามาแทรกในเนื้อเรื่องเพื่อให้ ผู้ที่ชมได้ทั้งความสนุกความบันเทิงซึ่งแทรกไปด้วยเนื้อหาที่เป็นข้อเท็จ จริงที่เกิดในชุมชนเพื่อให้คนได้รับทราบ หวังจะให้เกิดการสำนึกร่วมกันเพื่อที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา เริ่ม แรกก็จะเป็นกลุ่มเยาวชนที่ได้ร่วมแสดงละครบทนี้ก็จะไม่เข้าไปทำลายธรรมชาติ อย่างเด็ดขาด
นอกจากการแสดงของเยาวชนในกลุ่มตะขบป่าแล้วมี เยาวชนจาก จ.มหาสารคาม จ.อุบลราชธานี และ จ.สุรินทร์ มาร่วมเล่นละคร โดยนำประเด็นร้อน ๆ ที่เป็นปัญหาในชมชนมา แสดง เช่น เรื่องการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก หรือประเด็นการรุกล้ำอาณาเขตป่าชุมชน รวมทั้งยังมีเรื่องเพศที่ดูแล้วชวนอมยิ้ม หรือจะเป็นเรื่องปัญหาของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เคลียร์กันไม่ลงสักที โดยน้อง ๆ ได้หยิบยกประเด็นปัญหามาใส่ในตำนานพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพญาแถน ผาแดงนางไอ่ ดง พญาไฟ สังสินไชย และตำนานท้องถิ่นเรื่องอื่นๆ พร้อมทั้งได้เอาเพลงพื้นบ้านมาปรุงแต่งได้อย่างสนุกสนานพร้อมกับสะท้อนสภาพ สังคมเพื่อหวังที่จะให้สังคมได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
นายพฤหัส พหลกุลบุตร หัวหน้าโครงการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลงเล่าว่า ในการจัดงานเทศกาล ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง ได้ให้กลุ่มเด็กเยาวชน ได้ร่วมค้นคิดประเด็นและเรื่องราวในชุมชนที่ไปจัดเก็บมา จัดทำบท รวมทั้งฝึกซ้อมและแสดงละคร เพื่อถ่ายทอดและให้ผู้คน ได้รับทราบ ตระหนักถึงปัญหา และร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ถูกวิธี เพื่อคนใน ชุมชนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข







