posttoday
งมหารายได้โปะแก้บนหาเสียง

งมหารายได้โปะแก้บนหาเสียง

31 สิงหาคม 2554

เพียงแค่เริ่มต้นเดินหน้านโยบายหาเสียงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.)

เพียงแค่เริ่มต้นเดินหน้านโยบายหาเสียงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.)

โดย...ทีมข่าวการเงิน

เพียงแค่เริ่มต้นเดินหน้านโยบายหาเสียงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำได้ทันทีที่ประกาศไว้ คาดกันกลมๆ จะต้องใช้เงินในโครงการต่างๆ ถึง 3 แสนล้านบาท

ในจำนวนเงินที่อัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ และแอบฝันหวานว่ารัฐบาลจะได้เงินจากภาษีมูลค่าเพิ่ม บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพิ่มขึ้น

แต่นโยบาย ความหวัง และความฝันของรัฐบาล พท.ก็ยังเป็นที่กังขาของสังคมอยู่ตลอดเวลา ว่าจะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยหวังเสียงทางการเมืองอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงฐานะการเงินการคลังของประเทศ ที่ดูเหมือนจะถูกผลักไปยืนอยู่หน้าปากเหว

ที่สำคัญรัฐบาลที่ทำงานได้เต็มตัว ก็ยังไม่มีความชัดเจนการหารายได้ เพื่อมาเป็นรายจ่ายในการทำนโยบายแก้บนหาเสียงจนชนะถล่มทลาย

นโยบายยกเลิกเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ ที่แก้บนหาเสียงนำร่องก่อนใคร ทำให้เงินกองทุนหายไปเดือนละ 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะต้องกู้ยืมทำให้รัฐบาลต้องขาดดุลเพิ่ม

ขณะเดียวกันการยกเลิกเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ ยังกระทบกับการเก็บภาษีน้ำมันดีเซลที่ลดอยู่ 0.005 บาทต่อลิตร ขยับกลับไปอยู่ที่เดิม 5.31 บาทต่อลิตรไม่ได้ ส่งผลทำให้รายได้ภาษีหายไปอีกเดือนละ 9,000 ล้านบาท หากต้องยืดไปทั้งปีงบประมาณ 2555 จะทำให้รายได้ภาษีหายไป 1 แสนล้านบาท

งมหารายได้โปะแก้บนหาเสียง

นโยบายคืนภาษีรถคันแรก คาดว่าทำให้เสียรายได้ 7,000 ล้านบาท บนเงื่อนไขคืนภาษีสรรพสามิตไม่เกิน 1 แสนบาท โดยกำหนดเริ่ม 1 ต.ค.นี้

ตามมาด้วยนโยบายการจำนำข้าว คาดว่าต้องประเดิม 78 หมื่นล้านบาท และมีการประเมินว่าจะเสียหายทันที 34 หมื่นล้านบาท

ยังไม่รวมกับนโยบายค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน และเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ที่รัฐบาลจะนำร่องใช้กับข้าราชการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะทำให้งบรายจ่ายประจำของรัฐบาลเพิ่มเป็นการถาวรอีกปีละหลายหมื่นล้านบาท

แต่ปรากฏว่าในด้านของการหารายได้รัฐบาลไม่ได้มีความกระตือรือร้นที่จะหามาเพิ่ม

ขณะเดียวกันยังตีกลับแผนการเพิ่มภาษีของกรมภาษีที่เสนอมา เพราะกลัวเสียคะแนนนิยมทางการเมืองเป็นหัวใจสำคัญ

ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิต เสนอให้รัฐบาลทยอยปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ให้กลับมาอยู่ 5.31 บาทต่อลิตร เหมือนเดิม แต่รัฐบาลตีตกสวนทางกับนโยบายทำราคาน้ำมันถูก

นอกจากนี้ สรรพสามิตยังเสนอเพิ่มอัตราภาษีอีกหลายประการ ทั้งภาษีรถยนต์กระบะซึ่งปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 3% โดยจะให้เพิ่มเป็น 5% เพิ่มอัตราภาษีรถยนต์ดัดแปลงจาก 12% เป็น 15% ซึ่งจะทำให้กรมเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 หมื่นล้านบาท สามารถชดเชยภาษีที่จะหายไปจากการคืนภาษีรถยนต์คันแรก

กรมสรรพสามิต ยังเสนอเก็บภาษีสุราเพิ่มจะทำให้เก็บภาษีได้อีก 8,000-9,000 ล้านบาท เพิ่มอัตราภาษีเบียร์ได้ภาษีเพิ่ม 8,000-9,000 ล้านบาท และภาษีบุหรี่ได้ภาษีเพิ่ม 4,000-5,000 ล้านบาท รวมถึงภาษีบาปอาบอบนวด

แต่ปรากฏว่า ข้อเสนอของกรมสรรพสามิตได้รับการปฏิเสธจากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทันทีว่าไม่มีนโยบายเพิ่มภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยทุกประเภท

ขณะที่บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ที่กำกับดูแลกรมภาษีทั้งสามกรม ก็ออกมาการันตีเรื่องนี้อีกรอบว่ารัฐบาลจะเข้าไปแตะภาษีสรรพสามิตทุกตัว

อย่างไรก็ตาม บุญทรง โยนให้กรมสรรพากร และกรมศุลกากร รับเผือกร้อนเก็บภาษีเพิ่มเพื่อมาชดเชยภาษีที่หายไปจากนโยบายของรัฐบาลต่างๆ

เมื่อดูตามเนื้อผ้าแล้วในส่วนของกรมศุลกากรมีเป้ารายได้เก็บภาษีปี 2555 อยู่ 1 แสนล้านบาท ศักยภาพที่จะหารายได้เพิ่มจึงมีข้อจำกัด เพราะนับวันภาษีมีแต่จะลดลงจากข้อตกลงเสรีการค้า

ภาระหนักทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่กรมสรรพากร ที่ปี 2555 มีเป้าการเก็บภาษี 1.5 ล้านล้านบาท แต่เห็นทีต้องแบ่งเพิ่มอีกหลายแสนล้านบาท เพื่อมาโปะรายได้ที่ทุ่มไปกับการทำนโยบายรัฐบาล

กรมสรรพากรเองก็เป็นเสือลำบากอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะโดนนโยบายลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ที่จะเริ่มปีหน้า ทำให้รายได้ยวบหายไป 1.5 แสนล้านบาท

ดังนั้นเป้าของกรมสรรพากรก็อยู่ที่รายเล็กรายน้อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่นอกระบบจะถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่ในระบบครั้งใหญ่ ชนิดว่าเก็บได้น้อย แต่จำนวนรายมาก ก็ได้เงินก้อนโตเหมือนกัน

ขณะที่บุคคลธรรมดาก็จะถูกตามเช็กรายได้รายจ่ายทุกตารางนิ้ว เพื่อให้เสียภาษีครบเต็มเม็ดเต็มหน่วย การขอคืนภาษีจะถูกตรวจหลักฐานทุกบรรทัด

ซึ่งเชื่อว่ามหกรรมการรีดภาษีปีงบ 2555 จะเข้มข้นทุกเดือน เพราะรายจ่ายก้อนโตได้ถูกใช้จ่ายไปในนโยบายต่างๆ เรียบร้อย เหลือแต่รายได้เท่านั้นที่ต้องรีดทุกตารางนิ้วมาโปะให้ทันกับรายจ่าย

ส่วนการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% เห็นทีรัฐบาลยังไม่ยอมแตะอย่างแน่นอน เพราะกระทบกับฐานคะแนนเสียงทุกหย่อมหญ้า สวนทางกับนโยบายถามเงินเพิ่มรายได้ กดราคาสินค้าให้ถูกของรัฐบาล

ทำให้มองไปทางไหน ก็เห็นแต่ผู้เสียภาษีรายเล็กรายน้อยตัวย่อย ไม่มีอำนาจบารมีไปต่อกรกับกรมสรรพากร ต้องเป็นผู้แบกรับภาระจ่ายเงินค่านโยบายหาเสียงของรัฐบาล พท.ไปตลอดอายุรัฐบาล

ทนไม่ไหวก็บาดเจ็บล้มตายกลายเป็นหนี้เน่า และยิ่งบีบก็ยิ่งทำให้เกิดมหกรรมเลี่ยงภาษี การทำบัญชีสองเล่มจะกลับมา ทำให้บริษัทขาดทุนก็ไม่ต้องเสียภาษี

มองไปแล้วน่าเป็นห่วงนโยบายใช้มากกว่าหาได้ จะสร้างภาระการคลังอย่างหนักหน่วงในอนาคต

คนที่นั่งเก้าอี้อธิบดีกรมภาษีในรัฐบาลนี้ น่าจะเป็นทุกขลาภมากกว่าเป็นลาภ  

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา