
สรรพสามิตเรียงคิวรีดภาษี
ผลกระทบของการลดภาษีน้ำมันดีเซล การลดสมทบเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ผลกระทบของการลดภาษีน้ำมันดีเซล การลดสมทบเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
อาจมีผลทำให้เงินในกระเป๋าของประชาชนกลุ่มหนึ่งลดลง
แต่ผลข้างเคียงกำลังจะตามมาในไม่ช้านี้ เมื่อกรมสรรพสามิตจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเพิ่มอัตราภาษีหลายรายการ เพื่อให้ได้ภาษีเพิ่มชดเชยภาษีที่จะหายไป จากการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล
กรมสรรพสามิตประเมินว่า หากขยายเวลาออกไปทั้งปีงบประมาณจะทำให้ภาษีหายไป 1 แสนล้านบาท เมื่อผนวกกับมาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรก ที่ภาษีจะหายไป 7,000 ล้านบาท ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท
สำหรับภาษีที่จะเสนอเพิ่มอัตราอันดับแรก ได้แก่ ภาษีรถยนต์กระบะซึ่งปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 3% โดยจะให้เพิ่มเป็น 5% เพราะปัจจุบันพบว่า รถยนต์กระบะจำนวนมากเป็นรถยนต์โดยสารไม่ได้เป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เหมือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เพิ่มอัตราภาษีรถยนต์ดัดแปลงจาก 12% เป็น 15% เพราะปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นรถเพื่อการโดยสารมากขึ้น ควรทยอยปรับให้ใกล้เคียงกับรถยนต์นั่งทั่วไป ที่อัตราภาษีสรรพสามิตขั้นต่ำอยู่ที่ 30%
การปรับอัตราภาษีรถยนต์ทั้งสองประเภท จะทำให้กรมเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 หมื่นล้านบาท สามารถชดเชยภาษีที่จะหายไปจากการคืนภาษีสรรพสามิตคันแรก ที่คาดว่ารายได้จะหายไป 7,000 ล้านบาท
สำหรับการคืนภาษีรถยนต์ไม่เกิน 1 แสนบาท ในรถที่ราคาไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากมีการคืนภาษีสรรพสามิตทั้งหมดสำหรับรถยนต์ที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ก็จะทำให้เสียรายได้ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท
ยังไม่จบ กรมสรรพสามิตยังเสนอให้ รมว.คลังจัดเก็บภาษีบาปยกชุด
เก็บภาษีสุราเพิ่ม เพราะจะทำให้เก็บภาษีได้อีก 8,000-9,000 ล้านบาท
หากเพิ่มอัตราภาษีเบียร์จะได้ภาษีเพิ่ม 8,000-9,000 ล้านบาท
และหากจัดเก็บภาษีบุหรี่จะได้ภาษีเพิ่ม 4,000-5,000 ล้านบาท
การปรับเพิ่มภาษีขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายนโยบายว่าจะตัดสินใจอย่างไร
เพราะแนวทางเหล่านี้ อาจจะสวนทางกับรัฐบาลที่มุ่งเน้นความนิยมติดตราตรึงใจของประชาชน
พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพ สามิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เสนอให้รัฐบาลปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลไม่เห็นด้วย เพราะทำให้ราคาน้ำมันแพงและสวนทางกับนโยบายการยกเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องการให้ราคาน้ำมันถูกลง







