posttoday
ได้ไม่คุ้มเสีย

ได้ไม่คุ้มเสีย

28 สิงหาคม 2554

การประกาศลดราคาน้ำมันเบนซิน 95 เบนซิน 91 และน้ำมันดีเซลลงอย่างน่าตื่นตกใจ

การประกาศลดราคาน้ำมันเบนซิน 95 เบนซิน 91 และน้ำมันดีเซลลงอย่างน่าตื่นตกใจ

จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่ารัฐบาลที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายและแผนด้านพลังงานของประเทศไปในทิศทางใด และมีแนวปฏิบัติเช่นไร

ปรากฏการณ์กระชากราคาค่าครองชีพตามคำประกาศของนายกรัฐมนตรีในระหว่างการหาเสียงด้วยวิธีการยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งภายหลังปรากฏว่าสุ่มเสี่ยงเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพด้านพลังงานอย่างรุนแรง ทำให้รัฐบาลหันมาตัดสินใจมาตรการหยุดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ชั่วคราว พร้อมกับนำเงินกองทุนน้ำมันฯ ออกมาใช้ในการประกาศลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 ส.ค.เป็นต้นไปนั้น กลับยิ่งทำให้น่าหวั่นใจยิ่งกว่า

จริงอยู่การลดราคาน้ำมันเบนซิน กระทั่งราคาน้ำมันเบนซิน 91 ต่ำกว่าราคาแก๊สโซฮอล์ 95 และแพงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 เพียง 23 สตางค์ต่อลิตร และราคาเบนซินต่ำลงไปอีกลิตรละ 3 บาท นำความตื่นเต้นดีใจต่อประชาชน

ดังปรากฏในวันเสาร์ที่บรรดาผู้ใช้รถยนต์แห่เข้าคิวเติมน้ำมันเบนซิน 91 โดยไม่เหลียวแลหรือให้ความสนใจแก๊สโซฮอล์ 91 แม้แต่รายเดียว ย่อมเป็นสิ่งที่เราสามารถทำนายอนาคตการใช้พลังงานน้ำมันของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน

กล่าวคือ ผู้บริโภคมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะเลิกการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ชนิดที่เรียกได้ว่าเลิกโดยสิ้นเชิง เพราะคุณสมบัติและคุณภาพของน้ำมันเบนซินธรรมดาที่มีต่อเครื่องยนต์เหนือกว่าแก๊สโซฮอล์ในทุกกรณี ทั้งในแง่ของความประหยัดและประสิทธิภาพ

รอยยิ้มของประชาชนอันเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลด้วยการประกาศลดราคาน้ำมันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาเปล่าๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการที่รัฐบาลจะต้องหาเงินเข้าไปสนับสนุนในการดึงราคาน้ำมันลงมา โดยเบื้องต้นจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯ ที่มีอยู่ราวหมื่นล้านบาท ซึ่งประมาณการว่าจะช่วยได้ไม่เกิน 2 เดือน หลังจากรัฐบาลจะใช้วิธีกู้เงินมาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมัน

นั่นแปลว่าสุดท้ายประชาชนคือผู้แบกภาระหนี้ และต้องจ่ายคืนรัฐในรูปภาษีตัวอื่นๆ นั่นเอง เป็นอีกบทหนึ่งของการเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งมีผลทางด้านจิตวิทยาให้เกิดอารมณ์ในทางบวกต่อรัฐบาล

ไม่เพียงเท่านั้น การที่ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันเบนซินธรรมดายังกระทบต่อแผนพลังงานของชาติในการพัฒนาพลังงานจากพืช เพื่อลดการใช้น้ำมันอันเป็นวัตถุดิบที่พึ่งพาต่างประเทศ ซึ่งนับวันมีแต่จะหมดไปและมีราคาทวีสูงขึ้น

การพัฒนาพืชพลังงานได้มีการวางแผนและดำเนินการมาหลายปี มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล และทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง วัตถุดิบสำคัญในการผลิตแอลกอฮอล์ส่วนผสมกับน้ำมันเบนซินผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ สามารถลืมตาอ้าปากจากราคาพืชผลที่เพิ่มสูง อีกทั้งเกษตรกรเหล่านี้ยังมีการขยายพื้นที่การเพาะปลูกด้วยการสนับสนุนของภาครัฐอีกด้วย

คำถามมีอยู่ว่า รัฐบาลมีความคิดอ่านหรือวิธีการใดในการช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านี้ และเตรียมรับมือกับผลผลิตราคาตกต่ำอย่างไร

คุ้มกันหรือระหว่างคะแนนนิยมชั่วคราวกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI