posttoday
นโยบาย'ปู'เปลี่ยนไป๋...?

นโยบาย'ปู'เปลี่ยนไป๋...?

25 สิงหาคม 2554

การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาตลอดทั้งสอง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาตลอดทั้งสองวันที่เพิ่งผ่านพ้นไป นับว่ามีความเข้มข้นไปด้วยเนื้อหาสาระและการตอบโต้วิวาทะอย่างดุเดือดตามที่มีการคาดการณ์เอาไว้ ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปล่อยให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แสดงบทบาท “นายกฯ เงา” ตอบแทนนายกฯ ตัวจริงเกือบทุกเรื่อง

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านได้ถล่มจุดอ่อนของรัฐบาลโดยเพียรพยายามจี้ถามว่า “นโยบายหาเสียงจะเป็นจริงได้หรือไม่” ซึ่งเมื่อประมวลภาพรวมของการอภิปรายที่ผ่านมาสามารถแบ่งท่าทีของรัฐบาลที่มีต่อนโยบายของตัวเองออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ 1.ยืนยันเดินหน้าทำแน่นอน 2.ก้ำกึ่งว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่ 3.ยกเลิกไม่มีการดำเนินการ

นโยบาย'ปู'เปลี่ยนไป๋...?

กลุ่มที่ 1 นโยบายยืนยันเดินหน้าทำแน่นอน นโยบายกลุ่มนี้จัดอยู่ในหมวดที่รัฐบาลให้ความมั่นใจและกรอบเวลาว่าจะทำแน่นอน ความชัดเจนในนโยบายส่วนนี้ คือ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550” โดย ร.ต.อ.เฉลิม ประกาศว่ารัฐบาลจะแก้ไขแน่นอนด้วยการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 99 คน ซึ่งจะเริ่มได้ภายในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ (21 ธ.ค. 2554-21 เม.ย. 2555) เช่นเดียวกับท่าทีจาก กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ยืนยันเดินหน้า “โครงการรับจำนำราคาสินค้าเกษตร” แทนระบบประกันราคา

ขณะที่ทั้ง พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน และ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ยืนยันจะแสวงหาความร่วมมือกับภูมิภาคอาเซียนเพื่อพัฒนาความมั่นคงพลังงาน โดยคำยืนยันที่ออกมาหลังจาก อานิก อัมระนันทน์สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสอบถามถึงความชัดเจนในเรื่อง “ความมั่นคงทางด้านพลังงานการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา”

นอกจากนี้ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ยืนยันต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า การเก็บภาษีหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น เป็นหน้าที่ของกรมสรรพากร ที่จะดำเนินการต่อไปตามหน้าที่ ภายหลัง สส.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง สอบถาม

กลุ่มที่ 2 นโยบายก้ำกึ่งว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่ จัดอยู่ในกลุ่มนโยบายที่รัฐบาลให้ความชัดเจนต่อที่ประชุมรัฐสภาว่าจะดำเนินการทำอย่างแน่นอน แต่เป็นลักษณะของการมีเงื่อนไข ทำให้นโยบายในกลุ่มนี้กลายเป็นเป้าถล่มและจุดอ่อนของรัฐบาลที่ให้ฝ่ายค้านไล่ต้อนกลางรัฐสภา ได้แก่ “ค่าจ้างขั้นต่ำ 300บาท” เป็นนโยบายหาเสียงที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศเอาไว้

แต่เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลกลับใช้คำว่า “รายได้เป็นวันละไม่น้อยกว่า 300 บาท” ทำให้ฝ่ายค้านรุมซักอย่างหนัก คำว่า “รายได้” และ “ค่าจ้างขั้นต่ำ” มีความแตกต่างอย่างไร ยิ่งลักษณ์ ระบุผ่านการแถลงนโยบาย 44 หน้าแบบมีเงื่อนไขในการได้รับ 300 บาท ว่า “อย่างสอดคล้องกับผลิตภาพและประสิทธิภาพของบุคลากร” เป็นการแสดงให้เห็นว่า การที่บุคคลจะได้รับค่าจ้าง 300 บาทนั้น มีเงื่อนไข และเป็นคำถามว่าจะได้เหมือนกันทุกคนหรือไม่

 

นโยบาย'ปู'เปลี่ยนไป๋...?

ทั้งนี้ กิตติรัตน์ ชี้แจงว่า “ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นศัพท์ทางกฎหมาย โดยการขึ้นค่าจ้างดังกล่าวคณะรัฐมนตรีจะเริ่มศึกษาและดำเนินการให้ได้ภายในต้นปี 2555”

ไม่ต่างอะไรกับ “เงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท” เป็นอีกประเด็นที่ฝ่ายค้านเอามาสอบถามแบบกัดไม่ปล่อย ด้วยการเน้นถามว่า “เงินเดือนนี้เฉพาะสำหรับผู้จบปริญญาตรีหรือครอบคลุมผู้จบระดับอาชีวศึกษาด้วย และข้าราชการจะได้อัตรานี้หรือไม่” และเป็น กิตติรัตน์ ที่ต้องออกแรงชี้แจงว่า “ข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐถ้าจบปริญญาตรีจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนลูกจ้างที่จบการศึกษาระดับอื่นแต่เทียบเคียงปริญญาตรีนั้น ผู้จ้างหรือรัฐจะพิจารณาความเหมาะสมของรายได้เทียบเคียงกับอัตราของปริญญาตรี”

กลุ่มที่ 3 ล้มเลิกนโยบายและไม่มีแนวคิดในการดำเนินการ เป็นการให้คำยืนยันจากรัฐบาลว่ามีนโยบายบ้างที่จะล้มเลิกหรือไม่มีแนวคิดที่จะทำให้เป็นรูปธรรม “นโยบายการยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในการแสดงให้เห็นว่า ถ้าดำเนินการตามนี้จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลง แต่ที่สุดแล้ว ยิ่งลักษณ์ ประกาศต่อที่ประชุมรัฐสภาว่าไม่ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ แต่จะใช้แนวทางชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ แทน

“การที่ได้หาเสียงว่าจะยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ นั้น เพราะเห็นว่าขณะนั้นค่าครองชีพสูงมากและเป็นต้นทุนของสินค้าหลายๆ อย่าง แต่เมื่อได้มาทำงานก็เห็นว่ามีหลายวิธีที่ไม่ต้องยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ เพื่อลดค่าครองชีพ แต่จะลดราคาน้ำมันลงแทน” ยิ่งลักษณ์ กล่าว

เช่นกันกับความกังขาว่ารัฐบาลจะแก้ไข “ประมวลกฎหมายมาตรา 112” เกี่ยวข้องกับการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ โดยฝ่ายค้านได้สอบถามถึงความชัดเจนจาก ยิ่งลักษณ์ แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันชัดว่า “พรรคเพื่อไทยไม่มีแนวคิดแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เรื่องการหมิ่นสถาบัน เพราะนี่เป็นเครื่องมือในการปกป้องสถาบัน พวกผมจะไม่เข้าไปแตะต้องเด็ดขาด”

ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมของการอภิปรายนโยบายตลอด 2 วันที่ผ่านมา และจากวันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ถือว่ามีอำนาจเต็มในการบริหารราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนนโยบายทั้งหมดจะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI