
โวยปูเบี้ยวปรับขึ้นค่าจ้าง300
ลูกจ้างให้เวลารัฐบาลอีก 6 เดือน หลังถูกเบี้ยวขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ตามสัญญาที่หาเสียงไว้
ลูกจ้างให้เวลารัฐบาลอีก 6 เดือน หลังถูกเบี้ยวขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ตามสัญญาที่หาเสียงไว้
นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยว่า การแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นและขัดเจตนารมณ์ตามที่ได้หาเสียงไว้ ถือเป็นการโกหกพี่น้องประชาชนคำโต แต่ก็จะให้โอกาสรัฐบาลทำงานก่อน 6 เดือน และหากถึงเดือน ม.ค. 2555 แล้วยังไม่ปรับเป็น 300 บาทต่อวัน กลุ่มแรงงานคงยอมรับไม่ได้และจะออกมาเคลื่อนไหว
นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานที่แถลงต่อรัฐสภาเป็นการรับข้อเสนอของภาคเอกชนมาผนวกเข้ากับร่างคำแถลงนโยบายเดิม ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้นายจ้าง เพราะไม่ได้ระบุถึงกำหนดเวลาและขั้นตอนในการปรับค่าจ้าง แต่มีเงื่อนไขให้เป็นไปตามผลิตภาพ ซึ่งแรงงานก็ต้องพัฒนาทักษะฝีมือ
ขณะที่นายจ้างต้องเพิ่มประสิทธิภาพโดยพัฒนาลูกจ้างและจัดหาเครื่องจักร จึงจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ซึ่งเท่ากับคำแถลงนโยบายไม่ตรงกับข้อความที่เขียนไว้ในป้ายหาเสียงของพรรค
“ที่รัฐบาลทำเช่นนี้คงประเมินแล้วว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันเป็นไปได้ยาก เพราะจะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องเลิกกิจการจำนวนมากและจะมีแรงงานตกงาน” นายยงยุทธ กล่าว
นายแล ดิลกวิทยรัตน์ นักวิชาการด้านแรงงาน กล่าวว่า ค่าจ้างขั้นต่ำไม่เกี่ยวกับเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่แรงงานควรได้รับค่าจ้างแรกเข้าให้เพียงพอที่จะอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี จากนั้นค่อยพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อเพิ่มผลิตผลและประสิทธิภาพการทำงาน เรื่องใหญ่ที่รัฐบาลควรทำคือ การยกระดับค่าจ้างของแรงงานทั้งระบบให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่ต้องทำโอทีอีก







