
ถล่มนโยบายค่าจ้าง300 กิตติรัตน์โต้ทำได้ทุกเรื่อง
การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันแรก
การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันแรก
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ฝ่ายค้านอภิปรายถึงความไม่ชัดเจนในนโยบายช่วงระหว่างหาเสียงกับช่วงเป็นรัฐบาล เรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท รวมถึงเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท
ทั้งนี้ ฝ่ายค้านและ สว.หลายคนต่างเป็นห่วงว่านโยบายเร่งด่วนหลายเรื่องจะเป็นการก่อให้เกิดปัญหา ทั้งเรื่องวินัยทางการเงิน การคลัง และสร้างภาระปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นการสร้างความสับสนในนโยบาย เพราะการหาเสียงในหลายโอกาสปรากฏว่านายกรัฐมนตรีบอกว่า จะดำเนินการทันที แต่ในทีมเศรษฐกิจท่านอื่นๆ ไม่พูดว่าจะดำเนินการทันทีและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ และในนโยบายของรัฐบาลไม่พูดถึงค่าจ้างขั้นต่ำ แต่เป็นรายได้วันละ 300 บาท
“นโยบายเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท อยากรู้ว่ารัฐบาลจะใช้กลไกอะไรไปบังคับภาคเอกชน เพราะไม่เหมือนกับภาคราชการที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดเงินเดือนเอง ถ้าให้เฉพาะคนจบใหม่จะทำให้โครงสร้างเงินเดือนมีความเป็นธรรมหรือไม่ หรือถ้าทำในภาคส่วนราชการต้องใช้เงินกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลไม่น่าจะทำได้
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวชี้แจงว่า นโยบายของรัฐบาลไม่ได้เป็นนโยบายที่เป็นประชานิยมหวังผลประโยชน์เพียงระยะสั้น แต่เป็นนโยบายที่มุ่งมั่นทำได้จริงด้วยความโปร่งใส ระวังความเสี่ยงและดูเรื่องความสมดุลทางเศรษฐกิจ ในส่วนของการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท เป็นความจริงใจของรัฐบาลที่จะทำได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ครม.เตรียมทำรายละเอียดเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าช่วงต้นปี 2555 จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ รัฐบาลมีความจริงใจที่จะทำเรื่องนี้ ส่วนเรื่องเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาทนั้น เชื่อว่านายจ้างจะเทียบเคียงให้เงินเดือนนี้กับเงินเดือนในวุฒิการศึกษาอื่น
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ทุกนโยบายสามารถเริ่มต้นได้ทันที ซึ่งจะไม่รวดเร็วจนเกินไปจนปรับตัวไม่ทัน และก็จะไม่ช้าจนเป็นนโยบายที่เขียนบนกระดาษที่ไม่เกิดผลทางปฏิบัติ
ทั้งนี้ ในช่วงค่ำการอภิปรายได้มีความเข้มข้น โดย นายกรณ์ จาติกวณิช สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงการคืนภาษีรถยนต์ จะคืน 1 แสนบาท ให้กับผู้มีรถคันแรก กฎหมายภาษีสรรพสามิตคืนไม่ได้
สำหรับนโยบายบ้านหลังแรกนั้น พรรคประชาธิปัตย์เคยสนับสนุนเรื่องนี้ เพราะถือเป็นการออมอย่างหนึ่ง แต่รัฐบาลปัจจุบันเหตุใดจึงต้องมีการลดภาษีค่าโอน ในส่วนที่ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้จ่ายถึงกว่าครึ่งหนึ่ง ทั้งที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่ต้องการความช่วยเหลือเพราะมีกำไรมหาศาล อีกทั้งอาจมีข้อครหา เพราะนายกฯ มีเครือญาติลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ คือ เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ที่ปีก่อนมีผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 50% ดังนั้นต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงสั้นๆ ประมาณ 1 นาที เกี่ยวกับนโยบายบ้านหลังแรกว่า “ดิฉันจะตอบข้อสงสัยของสมาชิก เรื่องนโยบายบ้านหลังแรกในเชิงนโยบายนั้น ทำเพื่อให้ประชาชนที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว ทั้งนี้จึงมีการคิดลดหย่อนภาษีเพื่อประโยชน์กับผู้ซื้อบ้านโดยตรง ซึ่งไม่เกี่ยวกับผู้ประกอบการแต่ใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้หากจะช่วยผู้ประกอบการมีหลายวิธีที่จะทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องภาษีบ้านหลังแรก ขอบคุณค่ะ”
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ตอบในสภาเพียงสั้นๆ เป็นระยะที่ถูกพาดพิงถึง ก่อนที่จะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงแทน







