
กรณ์เตือนอย่าลดภาษีเอื้อชินวัตร
กรณ์เตือนรัฐบาลสร้างความชัดเจนทุกนโยบายด้านเศรษฐกิจย้ำอย่าเอื้อประโยชน์ต่อตระกูลชินวัตร
กรณ์เตือนรัฐบาลสร้างความชัดเจนทุกนโยบายด้านเศรษฐกิจย้ำอย่าเอื้อประโยชน์ต่อตระกูลชินวัตร
นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า นโยบายที่ประชาชนคาดหวังคือการพักหนี้ ที่ไม่เกิน 5 แสนบาท แต่รายละเอียดดังกล่าวไมเคยปรากฏ และที่ทราบว่ามีการติดต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และธนาคารออมสิน เพื่อพักหนี้ และหากพักนี้สินเชื่อ 70 % ของหนี้ทั้งหมด รัฐบาลต้องชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าว นอกจากนี้ หนี้บัตรเครดิต เงินสด สถาบันการเงิน หรือไม่ใช่สถาบันการเงิน จำนวนหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท ที่มีประชาชนกว่า 16 ล้านคนเดือดร้อน จะได้รับการเยียวยาอย่างไร และตามนโยบายทั้งหมดจะเริ่มต้นการพักหนี้ได้เมือไหร่ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยใช้เป็นนโยบายหาเสียง ดังนั้น ก็อยากรอความชัดเจนจากทางรัฐบาล
นายกรณ์ กล่าวว่า นโยบายค่าแรงที่มีคำจำกัดความค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าแรงขั้นต่ำ ขณะที่พรรคเพื่อไทยเคยใช้หาเสียงไว้ แต่ในความเป็นจริงกับมีบางท่านจะได้ค่าแรง 300 บาท และบางรายไม่ได้ ส่วนเงินเดือนสำหรับผู้จบปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ชัดเจนว่าเป็นเงินเดือนที่ผู้มีวุฒิปริญญาตรีได้รับ ไม่ได้จำกัดว่าเป็นข้าราชการ เอกชน แต่การชี้แจงไม่ได้บอกว่าเอกชนจะได้รับอย่างไร ทั้งนี้ ข้าราชการ 8 แสนกว่าคน หากชดเชยให้ครบใช้งบประมาณสูงถึง 4 หมื่นกว่าล้านบาท แต่การให้ 1 ใน 3 สำหรับผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ แต่เอกชน รัฐวิสาหกิจไม่ชัดเจน ดังนั้น รัฐบาลควรให้ความชัดเจนในเรื่องเดียวกับ 300 บาท
ส่วนการคืนภาษีรถยนต์ จะคืนให้หนึ่งแสนบาท สำหรับผู้มีสิทธิมีรถคันแรกราคาไม่เกินหนึ่งล้านบาท ซึ่งความเป็นจริงกฎหมายภาษีสรรพสามติคืนไม่ได้ และมาหักภาษีส่วนบุคคล และมีประชาชนกี่คนที่สามารถซื้อรถคันแรกได้ รวมถึงนโยบายการส่งเสริมขนส่งมวลชน แต่กลับมีการลดภาษีรถคันแรก ลดน้ำมันเบนซิน ให้เท่ากับแก๊สโซออลล์ และทำให้ประชาชนจะหันมาใช้เบนซินมากขึ้น ดังนั้น ต้องตอบคำถามเกษตรกรให้ได้หากราคามันตกต่ำจากผลกระทบดังกล่าว
ขณะที่ นโยบายบ้านหลังแรก ถือว่าเป็นการออมที่ดีที่สุด ดีกว่ารถคันแรก นอกจากนี้การลดภาษีนิติบุคคลให้กับบริษัทของนายทุน ผู้ที่จะได้ประโยชน์ คือ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีกำไรมากมายอยู่แล้ว จึงมีความจำเป็นอย่างไร ที่จะต้องลดภาษีให้กับนายทุนเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น และถ้าจะตอบว่าเป็นการช่วยเหลือนายทุนเหล่านี้ในเชิงเศรษฐกิจนั้น ก็ไม่ถูกต้อง เพราะนายทุนเหล่านี้มีช่องทางได้รับความช่วยเหลือในเรื่องภาษีจากรัฐบาลอยู่แล้ว
ดังนั้น ชัดเจนว่านายทุนจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่ประชาชนจะไม่ได้อะไร ขณะเดียวกันนโยบายบ้านหลังแรกนั้น พรรคประชาธิปัตย์เคยสนับสนุนเรื่องนี้ เพราะถือเป็นการออมอย่างหนึ่ง แต่รัฐบาลปัจจุบันเหตุใดจึงต้องมีการลดภาษีค่าโอน ในส่วนที่ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้จ่าย ถึงกว่าครึ่งหนึ่ง ทั้งที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่ต้องการความช่วยเหลือเพราะมีกำไรมหาศาล อีกทั้งอาจมีข้อครหา เพราะนายกฯมีเครือญาติลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ คือ เอสซีแอสเซท ที่ปีก่อนมีผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 50% ดังนั้น ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่







