
ดีเอสไอไม่สอบเพิ่มฟ้องหรั่งสิ้นเดือนนี้
โพสต์ทูเดย์
— ดีเอสไอเชื่อคำสารภาพหรั่งเพียงพอฟ้องแน่ ด้านเพื่อไทยกักตัว “แม่เมีย” กันไม่ให้ดีเอสไอยุ่งพ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะผู้รับผิดชอบคดีการก่อการร้าย เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้องผู้ต้องหาภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ และคงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปสอบปากคำนายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อีกต่อไป เพราะมีหลักฐานเพียงพอ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์สื่อกรณีดีเอสไอยื่นเงื่อนไขกันภรรยาและมารดาของนายหรั่งเป็นพยาน ว่าไม่ได้เป็นการข่มขู่พยาน ขึ้นอยู่กับนายหรั่งจะตัดสินใจ เพราะภรรยาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธ ไม่มีใครไปกลั่นแกล้ง เพราะถูกจับได้จากการล่อซื้อ และนายหรั่งไม่ได้เป็นแพะ เขาสารภาพเองว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงในหลายจุด
“
เขาก็รับแล้วว่าเขาเกี่ยวข้องกับ เสธ.แดง ได้รับการไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าการ์ด แล้วเขาก็ได้รับการฝึกอาวุธจาก เสธ.แดง เขาก็รับสารภาพเองในเรื่องนี้ และเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน และครอบครองอาวุธ คือ ปืนทราโวของทหาร” นายธาริต กล่าวนางเลี้ยง แสนกล้า มารดาของนายหรั่ง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากดีเอสไอในการให้ความคุ้มครองและกันตัวเองกับลูกสะใภ้ไว้เป็นพยานในคดีของลูกชาย ส่วน น.ส.เดือน กาไธสง ภรรยาของนายหรั่ง จะได้รับเงินจากการค้าอาวุธสงครามหรือไม่นั้น ไม่ทราบเรื่อง แต่ยังเชื่อว่าลูกชายเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะจากการเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับลูกชายที่เรือนจำ ก็ได้ปฏิเสธทั้งเรื่องคดียิงระเบิดเอ็ม 79 ชื้อขายอาวุธ แต่ลูกชายยอมรับว่าไปร่วมชุมนุมและเป็นการ์ด นปช. จริง
พล.ท.มะ โพธิ์งาม สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งมารดาและภรรยาของนายหรั่งอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทย พรรคคงไม่ยอมให้ไปอยู่ในความดูแลของดีเอสไอแน่
สำหรับกรณีเพชรของกลางที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้ หลังถูกขโมยในเหตุการณ์ชุมนุม จนต่อมามีการร้องเรียนว่าได้สูญหายไปนั้น พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ ช่วยราชการ ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า คดีดังกล่าวตำรวจ สน.ปทุมวัน ไม่ได้เกี่ยวข้อง จากการสอบถามทราบว่ามีการส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำการอยู่บริเวณวัดปทุมวนาราม โดยเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาดำเนินคดีที่ สน.ปทุมวัน ทราบว่านำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งไปยังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก่อนจะส่งมอบไปยังดีเอสไอเพื่อดำเนินคดี
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ สน.ปทุมวัน และ บช.น. รวมถึงตำรวจ กรณีที่มีข่าวว่ารองอธิบดีดีเอสไอ ระบุมีการตรวจนับและนำเข้าเซฟ ซึ่งผู้เปิดได้มีรองอธิบดีดีเอสไอและลูกน้องเท่านั้น ก็เท่ากับยอมรับว่ามีการนำเพชรของกลางไปจริง จะหายหรือไม่ ไม่รู้ เพราะเป็นตำรวจและไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตำรวจอาจส่งไปหน่วยนั้นหรืออาจส่งกองปราบไปก็ได้







