
ที่รัชดาพุ่งพันล.
‘ศุภาลัย’ทุ่มทุนประมูลสูงกว่าเดิมสองเท่าเท8พันล้านผุดออร์ชาร์ดไทย
“ศุภาลัย” ใจถึงประมูลที่ดินรัชดาฯ ไปในราคาสูงลิ่ว 1,815 ล้านบาท “ประทีป” เผยใช้เงิน 8,000 ล้านบาท สร้างย่านออร์ชาร์ดในไทย
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ มีมติขายที่ดินเปล่าเนื้อที่ 33 ไร่ ในเขตห้วยขวางหรือที่ดินรัชดาฯ ให้แก่บริษัท ศุภาลัย ที่ชนะการประมูลไป โดยได้เสนอราคาสูงสุด 1,815 ล้านบาท
นางทองอุไร กล่าวว่า ราคาที่ขายให้กับบริษัท ศุภาลัย ถือว่าสูงกว่าราคาที่เคยขายให้กับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2546 ถึง 1,043 ล้านบาท หรือสูงกว่า 2 เท่า แม้ต้องวางเงินในการประมูล 70 ล้านบาทก็ตาม
ก่อนหน้านี้ กองทุนฟื้นฟูฯ ขายที่ดินรัชดาฯ ให้คุณหญิงพจมานราคาแค่ 772 ล้านบาท แต่ถูกยกเลิก เพราะศาลฎีกาตัดสินให้เป็นโมฆะ
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหารบริษัทศุภาลัย เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจยื่นประมูลที่ดินแปลงนี้เพราะมีศักยภาพ โดยมีผู้ซื้อซอง 5 ราย แต่ยื่นราคาเพียงรายเดียว สาเหตุเพราะโครงการนี้มีมูลค่าที่ดินสูงมาก ต้องวางเงินทันที 70 ล้านบาท และต้องหาเงินมาจ่ายทั้งหมดใน 1 เดือน
“เราได้เสนอราคาไป 1,815 ล้านบาท จากราคากลาง 1,000 ล้านบาท แต่หากรวมภาษี ค่าธรรมเนียมจะตก 1,900 ล้านบาทเศษ” นายประทีป กล่าว
นายประทีป กล่าวอีกว่า แม้ที่ดินแปลงนี้จะมีข้อจำกัดในเรื่องห้ามสร้างตึกอาคารที่หนาแน่นและห้ามสร้างตึกสูง แต่บริษัทก็มีโครงการจะลงทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท เพื่อสร้างเป็นอาคารสูง 10 ชั้น จำนวน 10 ยูนิต พื้นที่ประมาณ 1 หมื่นตารางเมตร เพื่อผลักดันให้เป็นชุมชนด้านเศรษฐกิจใหม่ในใจกลางเมือง เหมือนย่านออร์ชาร์ด สิงคโปร์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง
“ที่ดินแปลงนี้มีศักยภาพในการพัฒนา มีทั้งศูนย์การค้าเอสพละนาด ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ตลาดหลักทรัพย์ฯ ห้างฟอร์จูน โดยจะลงทุนก่อสร้างเป็น 3 ระยะ ใช้เวลาก่อสร้างระยะละ 1 ปี ก็จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของไทย” นายประทีป กล่าว
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์เปิดเผยว่า ราคาที่ศุภาลัยซื้อถือว่าไม่แพง แม้จะสูงกว่าราคาขายเดิมถึง 135% และน่าจะตอบคำถามอะไรได้ส่งผลให้คุณหญิงพจมานต้องคืนที่ดินให้กองทุนฟื้นฟูฯ และกองทุนฟื้นฟูฯต้องคืนเงิน 772 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีหรือคิดเป็นเงินประมาณ 58 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 823 ล้านบาทให้กับคุณหญิงพจมาน
และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นกองทุนฟื้นฟูฯก็ไม่เคยนำที่ดินแปลงนี้ออกมาประมูลขายอีกเลย จนกระทั้งวันนี้(17ส.ค.54)ก็ต้องนำออกประมูลอีกครั้ง เพราะต้องชำระบัญชีและทรัพย์สินทั้งหมดในการดุแลของกองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อจะปิดกองทุนฟื้นฟูฯภายในปี 2556 นี้
เมื่อวานนี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ได้เปิดซองประมูลที่ดินเปล่า 33 ไร่ ในเขตห้วยขวางติดกับถนนรัชดาภิเษก ที่ได้ยึดคืนมาตามคำสั่งศาลจากคุณหญิง พจมาน ณ.ป้อมเพชร ภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรี
หลังจากที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) เปิดประมูลที่ดินเปล่าจำนวน 33 ไร่ ในเขตห้วยขวางติดกับถนนรัชดาภิเษก ที่คุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพชร ภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประมูลได้ในปี 2546 ในราคา 772 ล้านบาท และได้เป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องพ.ต.ท.ทักษิณปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ได้ยึดที่ดินคืนจากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และ
และกองทุนฟื้นฟูฯต้องคืนเงิน 772 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีหรือคิดเป็นเงินประมาณ 58 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 823 ล้านบาทให้กับคุณหญิงพจมาน
บริษัทศุภาลัยชนะประมูลซื้อที่ดินรัชดา 33 ไร่ของกองทุนฟื้นฟูฯในราคาสูง 1,815 ล้านบาท สูงกว่าที่เคยให้คุณหยิงพจมานถึง 1,043 ล้านบาท
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)กองทุนฟื้นฟูฯมีมติขายที่ดินเปล่าจำนวน4 โฉนดเนื้อที่ 33 ไร่ในเขตห้วยขวางหรือที่ดินรัชดาให้แก่บริษัทศุภาลัย ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลด้วยการเสนอราคาสูงสุด 1,815 ล้านบาท จากผู้สนใจเสนอราคามาทั้งหมดหลายราย
ทั้งนี้ ราคาที่ขายให้กับบริษัทศุภลัย 1,815 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่าราคาที่เคยขายกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้องเพชร อดีตภรรยาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2546 ถึง 1,043 ล้านบาทหรือสูงกว่า 2 เท่า ซึ่งการประมูลขายที่ดินครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลหลายราย แม้ว่าผู้เข้าร่วมต้องวางหลักประกันการเข้าร่วมประมูลซื้อสูงถึง 70 ล้านบาทก็ตาม แต่ก็มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลจำนวนหลายราย
ก่อนหน้านี้ ที่ดินรัดาเคยประมูลขายให้คุณหญิงพจมาน ที่ชนะการประมูลในราคาเสนอซื้อสูงสุดที่ 772 ล้านบาท ในปี 2546 แต่การทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินของกองทุนฟื้นฟูฯกับคุณหญิงพจมาน ต้องถูกยกเลิก เพราะถูกศาลตัดสินให้เป็นโมฆะ และสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมทั้งหมด ส่งผลให้คุณหญิงพจมานต้องคืนที่ดินให้กองทุนฟื้นฟูฯ และกองทุนฟื้นฟูฯต้องคืนเงิน 772 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีหรือคิดเป็นเงินประมาณ 58 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 823 ล้านบาทให้กับคุณหญิงพจมาน
และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นกองทุนฟื้นฟูฯก็ไม่เคยนำที่ดินแปลงนี้ออกมาประมูลขายอีกเลย จนกระทั้งวันนี้(17ส.ค.54)ก็ต้องนำออกประมูลอีกครั้ง เพราะต้องชำระบัญชีและทรัพย์สินทั้งหมดในการดุแลของกองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อจะปิดกองทุนฟื้นฟูฯภายในปี 2556 นี้
ของคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หมายเลขคดีที่อม.1/2550 ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยที่ 1 คุณหญิงพจมานชินวัตร จำเลยที่ 2 หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า"คดีที่ดินรัชดา"
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณในคดีที่ดินรัชดานั้นมิใช่เป็นเรื่องทุจริตหรือคอร์รัปชั่น แต่เป็นความผิดเพราะมีกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด และความผิดตามกฎหมายหมวดนี้ ตั้งแต่มาตรา 100 ถึงมาตรา 103 (รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลเกินสามพันบาท) เมื่อกระทำไปแล้วจะอ้างว่าไม่มีเจตนาทุจริตนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะไม่ต้องทุจริตก็มีความผิดแล้ว
"จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการและประชาชน แต่จำเลยที่ 1 กลับฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายทั้งที่จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องกระทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ประพฤติตนในสิ่งที่ดีงามตามจริยธรรมของนักการเมือง ให้เหมาะสมกับที่ได้รับความไว้วางใจในตำแหน่งหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ จึงไม่สมควรรอการลงโทษ"
ดังนั้น จึงอธิบายได้ชัดเจนว่า ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณในคดีที่ดินรัชดานั้นมิใช่เป็นเรื่องทุจริตหรือคอร์รัปชั่น แต่เป็นความผิดเพราะมีกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด และความผิดตามกฎหมายหมวดนี้ ตั้งแต่มาตรา 100 ถึงมาตรา 103 (รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลเกินสามพันบาท) เมื่อกระทำไปแล้วจะอ้างว่าไม่มีเจตนาทุจริตนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะไม่ต้องทุจริตก็มีความผิดแล้ว







