
รื้องบหาเงินใช้
นายกฯมอบโต้งปรับสนองนโยบาย2แสนล.ชี้คมนาคม-สธ.-ศธ.โดนแน่
นายกฯมอบโต้งปรับสนองนโยบาย2แสนล.ชี้คมนาคม-สธ.-ศธ.โดนแน่
นายกฯ มอบ “กิตติรัตน์” รื้องบประมาณให้สนองตอบนโยบายทำทันทีแย้มขาดดุลเท่าเดิม แต่หันไปโละโครงการเก่าเพิ่มรายได้หาเงินมาใช้อีก 2 แสนล้าน
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ไปพิจารณาถึงแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2555 โดยให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ก่อนจะนำกลับมาเสนอที่ประชุม ครม. หลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
นายกฯ ได้กำชับว่า การจัดทำงบประมาณจะต้องสนองตอบต่อนโยบายด้วย โดยให้สำนักงบประมาณเข้ามาชี้แจงว่ามีงบใดที่สามารถเบิกจ่ายในช่วงรอยต่อได้บ้าง
นายกิตติรัตน์ เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายของรัฐบาลจะยังคงยึดกรอบวินัยการเงินการคลัง และจะไม่ทำให้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ขาดดุลมากเกินกว่าที่ตั้งไว้ 3.5 แสนล้านบาท เพราะจะมีบางนโยบายของรัฐบาลเก่าที่จะต้องยกเลิกไป และจะมีการปรับรื้อโครงการรายจ่ายเดิมที่ทำไว้ให้สอดคล้องกับนโยบายการสร้างกำลังซื้อของประชาชน
“จะพยายามทำให้นโยบายหลายอย่างมีผลบังคับใช้ เช่น การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 23% หรือการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2555 ที่คาดว่าสามารถเบิกจ่ายได้ในเดือน ก.พ. 2555” นายกิตติรัตน์ กล่าว
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรอบคร่าวๆ ที่มีการหารือกันคือ งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลจะเพิ่มจาก 2.25 ล้านล้านบาทแน่นอน งบขาดดุลยังอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาทเหมือนเดิม แต่จะหันมาเพิ่มประมาณการรายได้ขึ้นมาจากเดิม 1.9 ล้านล้านบาท อีกประมาณ 1-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับการปรับรื้อโครงการเดิมของรัฐบาลประชาธิปัตย์ และงบประกันรายได้ที่จัดไว้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 2.5 แสนล้านบาทแน่นอน
“งบในส่วนของกระทรวงคมนาคม สาธารณสุข และศึกษาธิการนั้น สำนักงบฯ แจ้งชัดว่าสามารถปรับรื้อให้สนองตอบต่อนโยบายพรรคเพื่อไทยได้” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า กรอบรายได้ที่จะเสนอรัฐบาลทำงบปี 2555 จะปรับเพิ่มจากเดิม 1.9 ล้านล้านบาทได้เล็กน้อย ส่วนงบประมาณรายจ่ายก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะดำเนินการโครงการใดบ้าง แต่การขาดดุลงบประมาณจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.5 แสนล้านบาทเท่าไหร่ ก็มีกรอบกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่าย รวมกับ 80% ของเงินชำระต้นเงินกู้
ทั้งนี้ กรอบงบประมาณรายจ่ายเดิมกำหนดไว้ 2.25 ล้านล้านบาท รายได้ 1.9 ล้านล้านบาท ขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท ลดลงจากปีนี้ 7 หมื่นล้านบาท โดยมีสมมติฐานว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 4-5% เงินเฟ้อ 3-4%
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า การดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลจะเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี โดยการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นมีแนวโน้มจะได้เห็นได้ในปีภาษีหน้า คือวันที่ 1 ม.ค. 2555







