
หวั่นนโยบายรัฐบาลดันหนี้พุ่ง
นักวิชาการหวั่นนโยบายรัฐบาล"ปู"ดันหนี้พุ่ง ด้าน นายกฯสมาคมวิทยุ-โทรทัศน์ตั้งฉายารัฐบาลหน้าฉาก
นักวิชาการหวั่นนโยบายรัฐบาล"ปู"ดันหนี้พุ่ง ด้าน นายกฯสมาคมวิทยุ-โทรทัศน์ตั้งฉายารัฐบาลหน้าฉาก
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่อาคารประชาธิปก รำไพพรรณี ศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย (TDW) ได้จัดเสวนา “โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีใหม่ อนาคตรัฐบาลไทย” โดยมีนายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงษ์ นายกสมาคมวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมเสวนาเพื่อวิเคราะห์แนวทางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย
นายจรัสกล่าวว่า ให้คะแนนคณะรัฐมนตรีชุดนี้ 7 คะแนนเต็ม 10 เนื่องจากมีจุดแข็งก็คือนี้มีทีมเศรษฐกิจค่อนข้างจะดี แต่กลับมีจุดอ่อนก็คือ คณะรัฐมนตรีบางคนเองมีความผิดฝา ผิดตัว ไม่ถูกกับตำแหน่ง เช่น การตั้งนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นต้น
นอกจากนี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ก็ยังมาจากโควต้าตามภาคอยู่ จึงเกิดคำถามว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากอย่างพรรคเพื่อไทย ถึง 265 เสียงนั้น น่าจะเลือกผู้ที่เหมาะสมกับปัญหาได้ดีกว่านี้หรือไม่
“สิ่งที่น่ากังวลก็คือนโยบายพรรคที่รัฐมนตรีเหล่านี้จะต้องนำไปปฏิบัติ เพราะตัวรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นคนคิดนโยบาย และอาจกำหนดโดยคนกลุ่มนึงหรืออีกชุดนึงไม่ใช่คนที่เป็นรมต. จึงไม่แน่ใจว่านโยบายหลาย ๆ อย่างที่จะสร้างรายจ่ายมหาศาลให้กับประเทศนั้น รัฐมนตรีแต่ละคนจะสามารถคุมให้อยู่มือได้หรือไม่ เพราะจากผลการศึกษาของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯพบว่า หากปฏิบัติตามนโยบายทั้งหมดจริง หนี้ของประเทศต่อผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) อาจสูงถึง 83%” นายจรัสกล่าว
ขณะที่นายชูวิทย์ กล่าวว่า การตั้งคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ เป็นรูปแบบปกติของการเมืองไทยก็คือ 1.ตั้งคนใกล้ชิดเข้ามาเป็นคณะรัฐมนตรี เพื่อจะสั่งให้ทำตามได้ และไม่แข็งข้อกับรัฐบาล 2.ตอบแทนกลุ่มการเมือง เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่เข้ามาร่วมรัฐบาลด้วยกัน ทำให้ไม่ได้คนมีความรู้ ความสามารถเข้ามาดูแล 3.ตอบแทนบุญคุณ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดนทำลายไว้มากในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีคนที่ดูแลพรรคแทนและกลุ่มการเมืองอยู่ เมื่อได้เป็นรัฐบาลจึงต้องตอบแทนในครม.
4.ตั้งเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน เพื่อสานงานบางเรื่องต่อ เช่น การตั้งนายธีระ วงศ์สมุทร คนของพรรคชาติไทยพัฒนา เข้ามาเป็นฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสานงานกระทรวงฯต่อ ทั้งที่ไม่ได้สร้างผลงานอะไรทั้งที่เป็นรัฐมนตรีมาก่อนหน้านี้ การตั้งรัฐบาลแบบนี้ทำให้ไม่ได้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน
ด้านนายวิสุทธิ์ กล่าวว่าขอตั้งชื่อรัฐบาลชุดนี้ว่าเป็น "รัฐบาลหน้าฉาก" เพราะมีฉากหน้าอย่างหนึ่ง แต่ฉากหลังก็มีคนกำกับ ซึ่งสิ่งที่น่าห่วงก็คือ มีเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างผลประโยชน์ของประเทศ และผลประโยชน์ของพวกพ้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สองมาตรฐาน, 91ศพ, เรื่องกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย หรือเรื่องผลประโยชน์ด้านพลังงาน ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเสียงของพรรคโจมตีพรรคเพื่อไทยไว้เยอะในเรื่องดังกล่าว จึงน่าสังเกตว่าเมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วจะดำเนินการเรื่องเหล่านี้อย่างไร เพราะแม้จะมีอำนาจมากมาย แต่ก็สามารถสั่นคลอนลงได้ด้วยเรื่องเหล่านี้เช่นกัน
ด้าน นายอรรถวิชช์กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีลักษณะเหมือน “เหรียญสองหน้า” ที่ตอบโจทย์ทั้งโจทย์ของประเทศชาติ และโจทย์ส่วนตัวด้วย อย่างเช่นนายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล รมว.คลังนั้น แม้จะมีความรู้ความสามารถจริง แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นตัวช่วยทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลุดคดีซุกหุ้น เช่นเดียวกับ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม ที่มีความรู้เรื่องการคมนาคมจริง แต่ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารของพ.ต.ท.ทักษิณ และเอื้อประโยชน์ร่วมกันมาตลอดตั้งแต่ตอนที่เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ จึงน่าจับตามองมากว่าภายใน 3-6 เดือนนี้ จะทำประโยชน์ในด้านไหนชัดกว่ากัน เพราะหากทำด้านที่เอื้อประโยชน์กับพวกพ้องฝ่ายเดียว ก็คงอยู่ได้ไม่นานแน่







