
สาเหตุที่แท้จริง
การจลาจลในกรุงลอนดอนที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
การจลาจลในกรุงลอนดอนที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ยังคงยืดเยื้อถึงวันนี้เป็นวันที่ 3 โดยเหตุรุนแรงนั้นได้ลุกลามไปยังเมืองต่างๆ แล้ว
บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน แสดงความเห็นว่า รัฐบาลอังกฤษควรมองภาพรวมของการจลาจลครั้งนี้ เพื่อจะได้เห็นปัญหาที่แท้จริงซึ่งฝังลึกอยู่ในสังคมมาเป็นเวลานาน
ในความเป็นจริงแล้วการจลาจลนั้นเริ่มต้นตั้งแต่คืนวันที่ 6 ส.ค. เมื่อประชาชนจำนวนมากได้ออกมาประท้วงอย่างสงบหน้าสถานีตำรวจทอตแนม เนื่องจากไม่พอใจที่ตำรวจยิงชายวัย 29 ปี เสียชีวิต โดยประชาชนมองว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเป็นคนผิวสี
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการแบ่งแยกสีผิวก็ไม่ใช่สาเหตุหลักของความรุนแรงครั้งนี้ เพราะการลุกลามไปยังเมืองอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องการระบายความอัดอั้นตันใจที่เก็บสะสมมาเป็นเวลายาวนาน
ความจริงก็คือ อังกฤษเป็นประเทศที่ประชาชนขาดความเท่าเทียมในสังคม โดยมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่กว้างมาก และการเลื่อนชนชั้นในสังคมก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ
สิ่งนี้สามารถเห็นได้จากในกรุงลอนดอนเอง โดยย่านใจกลางเมืองอย่าง เคนซิงตันและเอิร์ลส คอร์ต ก็เป็นที่อยู่อาศัยของคนรวย ขณะที่ย่านที่อยู่นอกเมืองอย่างทอตแนม ก็เต็มไปด้วยคนผิวสี ยากจน โดยย่านทอตแนมนั้นมีอัตราการว่างงานสูงถึง 8.8% ซึ่งมากกว่าอัตราการว่างงานของประเทศถึงเท่าตัว
นโยบายของรัฐบาลในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นระบบทุนนิยมโดยไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบด้านลบต่อสังคม ได้ส่งผลให้อังกฤษกลายเป็นประเทศที่ประชาชนไม่มีความเท่าเทียมกันมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
หากรัฐบาลไม่สามารถเห็นปัญหาท่ามกลางความรุนแรงที่เกิดขึ้นรับรองได้ว่าจะต้องเตรียมรับมือกับความโกลาหลอีกหลายครั้งในอนาคตอันใกล้







