
ตั้งกมธ.สอบประวัติแคนดิเดตกสทช.
วุฒิฯตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติแคนดิเดตกสทช. "จิตติพจน์" ชี้ กระบวนการสรรหามิชอบระวังล้มไม่เป็นท่า
วุฒิฯตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติแคนดิเดตกสทช. "จิตติพจน์" ชี้ กระบวนการสรรหามิชอบระวังล้มไม่เป็นท่า
ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมาก 98 ต่อ 29 เสียงตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญตรวจสอบประวัติความประพฤติและจริยธรรมผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)ทั้ง44คนิจารณายิความประพฤติและจริยธรรมผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ()กำหนดการพิจารณาภายใน25 วัน
ทั้งนี้ระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าวส.ว.ส่วนใหญ่ได้มีความเห็นชอบเป็น 2 ทาง คือ 1.ฝ่ายหนึ่งนำโดยนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ และ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ไม่ต้องการให้ไม่มีการตั้งกมธ.เพราะเห็นว่ากระบวนการสรรหาที่ผ่านมามีปัญหาความมิชอบด้วยกฎหมายหลายประการจึงขอให้เลื่อนการพิจารณาไปก่อน 2.ต้องการให้ตั้งกมธ.เพราะเห็นว่าการเลือกกกสทช.ล่าช้ามาเป็นเวลานานมากนำโดยนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา
นายจิตติพจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระบวนการสรรหาผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกสทช. มีปัญหามาก แบ่งเป็น 1.กรรมการสรรหา 15 คน จาก 15 องค์กรตามมาตรา 14 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มีปัญหาถึงครึ่งหนึ่ง โดยองค์กรที่ 8-15 ไม่ใช่นิติบุคคลและไม่มีพ.ร.บ.จัดตั้งองค์กร ดังนั้นองค์กรดังกล่าวไม่มีฐานะทางกฎหมายโดยชอบ 2.กระบวนการสรรหาอาจมิชอบด้วยกฎหมาย โดยกรรมการสรรหาที่มีส่วนได้เสียกับผู้เข้ารับการสรรหา ไม่ได้แจ้งในที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาตามที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 13 บัญญัติ แต่กลับยังร่วมประชุมและลงมติ 3.ไม่มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกสทช.ของคณะกรรมการสรรหา 4.ในส่วนบัญชีที่เลือกกันเองของผู้เข้ารับการสรรหา มีการร้องเรียนว่า มีการบล็อกโหวต
"ถ้าปล่อยไปโดยไม่ศึกษาอย่างรอบคอบอาจถูกศาลปกครองเพิกถอนได้ซึ่งจะเกิดความเสียหายมากเหมือนในอดีต และขอให้ประธานวุฒิสภา สั่งการให้เลขาธิการวุฒิสภา เก็บบันทึกเทปการประชุมคณะกรรมการสรรหาทั้ง 13 ครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานต่อไปเพราะตอนนี้มีการร้องศาลปกครองอยู่"นายจิตติพจน์ กล่าว
นายตวง กล่าวว่า ขอสนับสนุนให้ตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติฯ เพราะยิ่งเจอกรณีแบบนี้ก็ยิ่งต้องตรวจสอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเชิงลึก นอกจากนี้ ยังมีส.ว.บางรายไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีกรรมการกิจการโทรคมมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้อนุมัติงบ 84 ล้านบาทก่อนหมดวาร ให้บางส่วนในวุฒิสภาไปทำกิจกรรม ซึ่งมีกทช.มาเข้ารับการสรรหาเป็นกสทช.ด้วย เมื่อวุฒิสภาอยู่ในฐานะเป็นคนเลือกแล้วไปรับเงิน จึงเป็นประโยชน์ทับซ้อน ดังนั้นใครอ้างชื่อวุฒิสภาไปทำผิดต้องถูกลงโทษ ส่วนหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการสรรหาน่าจะเป็นหน้าที่ของศาลปกครอง
พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตามมาตรา 17 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2553 กำหนดว่า วุฒิสภาต้องเลือกให้แล้วสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ได้รับบัญชีรายชื่อจากเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาได้รับบัญชีวันที่ 14 ก.ค. ดังนั้นจะครบกำหนดวันที่ 11 ก.ย.







