posttoday
แฉสรรหา"กสทช."เจอแทรกแซง

แฉสรรหา"กสทช."เจอแทรกแซง

07 สิงหาคม 2554

เปิดเอกสารแฉกระบวนการแทรกแซงสรรหากสทช. ชี้ กม.เปิดช่องให้ฝ่ายบริหารเข้าครอบงำ ขัดเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ

เปิดเอกสารแฉกระบวนการแทรกแซงสรรหากสทช. ชี้ กม.เปิดช่องให้ฝ่ายบริหารเข้าครอบงำ ขัดเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ

การประชุมวุฒิสภาในวันที่ 8 ส.ค.เป็นครั้งแรกของสมัยประชุมรัฐสภาสามัญทั่วไปมีวาระการพิจารณาสำคัญ คือ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบประวัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 44 คน

อย่างไรก็ตาม สัปดาห์ที่ผ่านมานายสมชาติ รักษ์ถิ่นไทย ผู้แทนพนักงานชั้นผู้น้อยของสำนักงานกสทช.ได้นำเอกสารจำนวนมาแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนประจำรัฐสภาเรื่อง กลุ่มผู้มีกำลังจะเข้ายึดกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งมีสาระสำคัญใน 2 ส่วน ได้แก่ 1.ความมิชอบในกระบวนการยกร่างกฎหมาย คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจกการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. และ 2.เอ็นจีโอที่เป็นกรรมการสรรหามีบทบาทสำคัญในการเลือกผู้เป็นกสทช.

แฉสรรหา"กสทช."เจอแทรกแซง

ทั้งนี้ ในส่วนที่ 1 สำนักงานกสทช.เคยได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบในการร่างกฎหมายมาแล้วหลายครั้งเมื่อปี2553 ว่าให้ตัดมาตรา 17 วรรคสองออกเนื่องจากการที่มาตราดังกล่าวกำหนดให้ประธานวุฒิสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบในกรณีที่มีผู้ได้รับเลือกให้เป็นกรรมการกสทช.ไม่ครบตามจำนวน โดยให้นายกฯเสนอรายชื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจาณาให้ครบตามจำนวนภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันได้รับแจ้ง เท่ากับเป็นการให้ฝ่ายบริหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดตั้งกสทช.โดยตรง เพราะกสทช.ควรมีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร ซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกันได้เสนอให้แก้ไขมาตรา 54 บัญญัติว่าให้มีคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ เนื่องจากการกำหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุนฯมาจากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และสัดส่วนคณะกรรมการนี้เลือกผู้ทรงคุณวุฒิทีเป็นเอ็นจีโอได้อีก 4 คนมาเป็นกรรมการ เห็นว่าที่มาของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯมาจากหน่วยงานของรัฐ ย่อมขัดต่อหลักการความเป็นอิสระของกสทช.ในการใช้อำนนาจกำกับดูแล อาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ส่วนที่มาของคณะกรรมการจากเอ็นจีโอ 4 คนเห็นว่าแม้จะมาจากการคัดเลือกของหน่วยงานภาครัฐดังกล่าวย่อมขัดต่อหลักการของการปฎิบัติงานในรูปของคณะกกรรมการที่อาศัยมติที่ประชุมเสียงข้างมากถึงแม้วว่าจะมาจากหน่วยงานของรัฐแต่อาจเลอกพวกของตนเข้ามาเพื่อเป็นเสียงข้างมากของที่ประชุมทำให้เสียหลักการความเป็นธรรมในการปฎิบัติหน้าที่ได้

ในส่วนที่ 2 กรรมการสรรหาที่มาจากองค์กรเอ็นจีโอ ทั้งหมด 9 องค์กรมี 6 องค์กรมิได้เป็นนิติบุคคลและใน6องค์กรมี 2 องค์กรมิได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย อาทิ นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ กรรมการสรรหาในฐานะประธานสภาคนพิกการทุกประเภทแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ตั้งโดยมิชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากการตั้งองค์กรที่มีชื่อหรือมีลักษณะเป็นสภาจะต้องจัดตั้งโดยพ.ร.บ.เช่น สภาทนายความแห่งประเทศไทย สภาสถาปนิกแห่งประเทศไทย เป็นต้น แต่สภาคนพิการฯเป็นการรวมตัวขององค์กรคนพิการบางส่วนที่จัดตั้งสภาคนพิการกันเองและไม่ได้เป็นตัวแทนขององค์กรของคนพิการทุกภาคส่วนที่มีกฎหมายรับรอง ดังนั้น นายชูศักดิ์ จึงไม่อาจเป็นกรรมการสรรหาตามมาตรา 14 ได้

เช่นเดียวกับ นายไพโรจน์ พลเพชร กรรมการสรรหาในฐานประธานคณะกรรมกการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน เป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคลและมิไดเป็นนิติบุคคล จึงไม่เหมาะสมที่จะเข้ามาเป็นกรรมการสรรหากสทช.ตามมาตรา 14 ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการที่สำคัญในระดับชาติ

นอกจากนี้ ยังมีความสัมพันธ์กับน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้มีสิทธิได้รับเลือกเป็นกสทช. โดยทั้งสองคนได้ทำงานที่เดียวกัน และนายไพโรจน์ได้มีหหนังสือลงวันที่ 26 ม.ค.2552 ถึงประธานคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แต่งตั้งน.ส.สุภิญญาผู้แทนคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนเป็นผู้เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ.2551

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI