
น้ำเหนือจมนาข้าวพิจิตรแล้วกว่า8หมื่นไร่
น้ำเหนือไหลหลากพิจิตรแค่ 2 วันส่งผลกระทบนาข้าวจมน้ำแล้วกว่า 8 หมื่นไร่ ชาวนาต้องระดมชายฉกรรจ์ฝีมือพายเรือศรทองลงแขกเกี่ยวข้าว
น้ำเหนือไหลหลากพิจิตรแค่ 2 วันส่งผลกระทบนาข้าวจมน้ำแล้วกว่า 8 หมื่นไร่ ชาวนาต้องระดมชายฉกรรจ์ฝีมือพายเรือศรทองลงแขกเกี่ยวข้าว
ฤทธิ์หางพายุนกเตนทำชาวนาพิจิตรระทมแล้วทั้งลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำยมเจอน้ำเหนือไหลบ่าเอ่อล้นตลิ่งแถมน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเทกระหน่ำซ้ำทำนาข้าวแล้วกว่า 8 หมื่นไร่จมใต้น้ำ แต่ชาวนาสู้ไม่ถอยระดมชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านที่เป็นฝีพายเรือศรทองเช้าให้ช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าว บ่ายลงสนามซ้อมพายเรือ
นายชำนาญ ภู่นิ่ม อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 6 บ้านวังอ้ายนุ้ย ต.บ้านบุ่ง อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า ทำนา 30 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ กข.41 ต้นข้าวตั้งท้องออกรวงแก่เค็มที่อายุครบ 105 วันพอดีตั้งใจรอรถเกี่ยวข้าวและเห็นกำไรเงินแสนอยู่ข้างหน้า แต่แล้วเพียงแค่ 2 วัน ก็เกิดน้ำป่าไหลหลากมาจากภาคเหนือเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำน่าน – และแม่น้ำยม อีกทั้งมีน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเทซ้ำลงมา ทำให้นาข้าวที่ตั้งท้องออกรวงทั้งท้องทุ่งนับพันไร่ ต้นข้าวต้องจมอยู่ใต้น้ำจะปล่อยทิ้งก็สงสารแม่โพสพ จะไปหาคนงานเกี่ยวข้าวก็หาไม่ได้เพราะเป็นงานที่ยากลำบากและต้องลงไปแช่อยู่ในน้ำ จึงไม่มีใครมารับจ้างอีกทั้งก็เรียกค่าแรงสูงถึง 200-300 บาท จึงตัดสินใจไม่ว่าจ้าง
นายชำนาญ กล่าวอีกว่า เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมนาข้าวเสียหายคิดได้ว่าลูกชายไปเข้าค่ายเก็บตัวพายเรือยาวเพื่อเข้าร่วมแข่งขันเรือยาวจึงตัดสินใจไปขอร้องว่าขอแรงบรรดาชายหนุ่มในหมู่บ้านที่เป็นฝีพายเรือศรทองที่เป็นทีมเรือแข่งประจำหมู่บ้านและมีฝีพายในสังกัดกว่า 60 คน โดยขอร้องให้ช่วยกันมาลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งถ้าขายข้าวเปลือกได้เงินก็จะแบ่งให้เอาไว้เป็นทุนซ้อมพายเรือ ซึ่งทุกคนต่างพร้อมใจกันมาช่วยเกี่ยวข้าวในตอนเช้าและพอตอนบ่ายก็ไปซ้อมพายเรือยาวเพื่อเตรียมแข่งขันกันที่แม่น้ำน่าน หน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวง
นางวราพร ส้มแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 6 บ้านวังอ้ายนุ้ย ต.บ้านบุ่ง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งมีสามีและพ่อเป็นฝีพายเรือยาว “เรือศรทอง” กล่าวว่า ทั้งพ่อและสามีมาช่วยลุงชำนาญเกี่ยวข้าวที่กำลังจะจมน้ำทุกคนมาด้วยใจเพราะเห็นเพื่อนบ้านมีความทุกข์ ก็ต้องมาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวเพราะเห็นข้าวในท้องทุ่งสุกเหลืองเหมือนทองคำ ครั้นจะทิ้งไว้ให้เน่าเสียโดยไม่เก็บเกี่ยวชาวนาชนบทก็ถือว่าเป็นการเนรคุณแม่โพสพที่เห็นแล้วไม่ช่วยเหลือหรือไม่สู้ให้สุดฤทธิ์ โดยปล่อยทิ้งให้ถูกน้ำท่วมแล้วจะไปหวังเงินชดเชยจากรัฐบาลไร่ละ 606 บาท ก็ไม่คุ้มกัน ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันมาลงแขกเกี่ยวข้าวด้วยการยอมเอาตัวลงแช่น้ำที่สูงเคียงหน้าอกและต้องพายเรือเกี่ยวข้าว เพราะพวกเรามีน้ำใจคนไทยย่อมไม่ทิ้งกันเมื่อยามที่เพื่อนบ้านมีภัยดังกล่าว
นายสัลเลข คำใจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร และ ศูนย์อำนวยการเฉาพะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดพิจิตร สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ระหว่างวันที่ 2-5 ส.ค.2554 เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “นกเตน”ปกคลุมภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.เป็นต้นมา ส่งผลให้ฝนตกติดต่อกันหลายวัน เป็นเหตุให้เกิดน้ำไหลหลากและเอ่อท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 37 ตำบล 175 หมู่บ้าน พื้นที่ทางการเกษตรนาข้าวได้รับผลกระทบ 81,177 ไร่ พืชสวน 5 ไร่ บ่อปลาได้รับความเสียหาย 6 บ่อ ถนนลูกรัง ชำรุด 8 สาย ท่อระบายน้ำ 3 แห่ง ราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน 5,843 ครัวเรือน







