posttoday
เพื่อๆไทยเลิกอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี

เพื่อๆไทยเลิกอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี

03 สิงหาคม 2554

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 49 ได้บัญญัติไว้ว่า

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 49 ได้บัญญัติไว้ว่า

“บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” และ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 10 วรรค 1 บัญญัติว่า “การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”

รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ชูนโยบาย 99 วันทำได้ทันที โดยจัดให้มีการเรียนฟรี 15 ปี ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 รัฐจัดค่าใช้จ่ายสนับสนุนทั้งค่าเล่าเรียน ตำรา วิชาเสริมพิเศษ นม ตลอดจนครูเฉพาะทางให้เด็กไทยทุกคนสามารถเรียนฟรีได้อย่างมีคุณภาพ

 

เพื่อๆไทยเลิกอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี

กระทรวงศึกษาธิการในยุคประชาธิปัตย์ 2 ปีที่ผ่านมา จึงเดินหน้านโยบายดังกล่าว แต่ก็ถูกตั้งคำถามว่าเรียนไม่จริง

เมื่อถึงยุคพรรคเพื่อไทย แน่นอนว่าจะมีการปรับรื้อนโยบายนี้แน่นอน

ภาวิช ทองโรจน์ ผู้จัดทำนโยบายการศึกษา พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะรื้อนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเกิดปัญหาหลายด้าน

“เราได้ศึกษาข้อดีข้อเสียของนโยบายด้านการศึกษาที่รัฐบาลก่อนทำไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องโครงการเรียนฟรี มีข้อเสียคือทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในบางพื้นที่ เป็นสาเหตุให้บางโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณ ขณะที่บางโรงเรียนมีงบประมาณที่มากเกินไป เพราะนโยบายเรียนฟรีตั้งงบอุดหนุนรายหัวให้นักเรียนในจำนวนที่เท่ากันทั้งหมด” ภาวิช ระบุ

ภาวิช กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้พิจารณาว่า ฐานะทางครอบครัวและพื้นที่ที่ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ แค่ไหนอย่างไร จึงส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษา ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้หารือกันว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบอุดหนุนรายหัวให้เด็กด้วยการพิจารณาจากฐานะทางครอบครัวหรือฐานะความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่เป็นหลักเพื่อบริหารงบประมาณด้านการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อย่างไรก็ดี แนวทางดังกล่าวนี้จะลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นอยู่ได้ รวมถึงยังส่งผลให้ไม่ต้องไปปิดโรงเรียนขนาดเล็ก 4,000 แห่งที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เคยมีนโยบาย จากข้อจำกัดทางงบประมาณ แต่โรงเรียนเหล่านี้จะเปิดต่อไปได้” ภาวิช ระบุ

นอกจากนี้ ที่ผ่านมานโยบายเรียนฟรีของรัฐบาลชุดเดิม คิดงบประมาณรายหัวเท่ากันหมด จึงสร้างปัญหาที่คาดไม่ถึงไว้หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ตำราเรียนที่นอกเหนือจากตำราหลักหายไปจากระบบ เพราะงบประมาณที่ลงไปเพียงพอแค่ตำราเรียนในหลักสูตรเท่านั้น รัฐบาลไม่ได้คิดว่า เด็กๆ ควรจะได้อ่านหนังสือมากกว่าแบบเรียน

“เป็นที่น่าสังเกตว่า บางพื้นที่ยอดขายดิกชันนารีเหลือเพียง 10% เท่านั้น และหนังสืออื่นๆ ก็มียอดซื้อน้อยมาก สิ่งที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนว่า การสนับสนุนเฉพาะพื้นที่ เฉพาะเรื่องไม่ได้แยกแยะปัญหาเป็นด้านๆ ไป ซึ่งเราต้องนำมาพิจารณาและศึกษารายละเอียดเพื่อแก้ไขต่อไป” ภาวิช กล่าว

ทั้งนี้ ภาวิช ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าแนวทางของพรรคเพื่อไทยต่อกรณีนี้จะเป็นอย่างไร แต่ยกตัวอย่างเบื้องต้นว่า อาจจะใช้ความสมัครใจจากโรงเรียนที่มีความพร้อมที่จะไม่รับนโยบายเรียนฟรี เช่นเดียวกับแนวที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ไม่รับนโยบายดังกล่าว เนื่องจากพิจารณาแล้วพบว่าเงื่อนไขของนโยบายเรียนฟรี ทำให้บริหารจัดการด้านเงินอุดหนุนยาก

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน