
บช.น.คุมเข้มความปลอดภัย10วันก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์
ผบช.น. สั่งการเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัย พร้อมตรวจตราสถานที่สำคัญในช่วง 10 วันก่อนถึงวันพิพากษาคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯ
ผบช.น. สั่งการเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัย พร้อมตรวจตราสถานที่สำคัญในช่วง 10 วันก่อนถึงวันพิพากษาคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯ
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เปิดเผยว่า หลังจากนี้ไปในช่วง 10 วัน ก่อนถึงวันที่ 26 ก.พ. จะต้องมีการเพิ่มกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ กทม.ให้มากขึ้น พร้อมทั้งได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย บก.น.1-9 และบก.ตปพ. เพิ่มการตั้งด่านจากที่มีอยู่เดิม 200 จุด โดยเน้นการตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย วัตถุต้องสงสัย อาวุธ และวัตถุระเบิดให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งให้ตรวจตราดูแลสถานที่สำคัญๆ โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาล ศาลฏีกา รวมถึงบ้านพักบุคคลสำคัญ ให้เพิ่มกำลังหนาแน่นกว่าเดิม เนื่องจากผู้ที่จะก่อเหตุมักจะอาศัยช่องโหว่และช่วงที่สบโอกาส
"ดังนั้นหากเพิ่มกำลังให้เต็มพ้นที่ก็จะสามารถป้องกันได้ โดยในช่วง 10 วันจากนี้ไป จะระดมกำลังตำรวจทุกหน่วยเข้ามาช่วยไม่เฉพาะฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปรามเท่านั้น อย่างไรก็ตามลำพังกำลังตำรวจเองอาจจะดูแลได้ไม่เต็มที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วย เราเป็นคนไทยด้วยกัน อย่าทำอะไรให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยให้แจ้งตำรวจได้ทันที" พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าว
สำหรับกรณีคนร้ายยิงระเบิดเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งอยู่ใกล้กับทำเนียบรัฐบาล พบว่ายังไม่สามารถยืนยันชนิดระเบิดได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่สรรพวุธ นำหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ส่วนวิถีกระสุนจะยิงมาจากตรงไหนนั้นยังไม่สามารถตอบได้เช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า คนร้ายไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิตเพียงแค่ต้องการข่มขู่และสร้างสถานการณ์มากกว่า เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศาลฏีกาเมื่อช่วงเช้า เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เช่นกันเพราะเป็นช่วงที่ใกล้ถึงวันสำคัญที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ แต่จะเป็นผู้ก่อเหตุจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ต้องรอผลการสอบสวน ซึ่งได้สั่งการให้พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายให้ได้โดยเร็ว







