
สหรัฐยอมหั่นงบเพิ่มหนี้
โลกโล่งอก2พรรคสมานฉันท์เงินไหลเข้าเงินบาทแข็งโป๊ก
โลกโล่งอก2พรรคสมานฉันท์เงินไหลเข้าเงินบาทแข็งโป๊ก
โลกโล่งอกหลังพรรครีพับลิกันและเดโมแครต สมานฉันท์ หั่นงบประมาณเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐก่อนเสนอสภาเห็นชอบ
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. หลังจากใช้เวลาเจรจานานกว่า 11 ชั่วโมง ระหว่างแกนนำพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็ออกมาประกาศความสำเร็จในการร่วมมือเพิ่มเพดานกู้หนี้ของรัฐบาลสหรัฐได้อีกราว 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตามเงื่อนไขรัฐบาลสหรัฐจะตัดลดงบประมาณใน 2 ขั้นตอน ครอบคลุมถึงการจัดลดงบประมาณด้านการทหารลง 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้สหรัฐเตรียมถอนทหารออกจากทั้งสมรภูมิอิรักและอัฟกานิสถาน
“ผมขอประกาศว่าแกนนำทั้งสองพรรคในทั้งสองสภาได้บรรลุข้อตกลงที่จะลดปัญหาการขาดดุลงบประมาณ และหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เสีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง กระบวนการการเจรจานั้นยุ่งยากและใช้เวลานาน”นายโอบามากล่าว
ซึ่งหนึ่งในนั้นคณะกรรมการพิเศษที่จะตั้งขึ้นใหม่จะต้องส่งข้อเสนอให้ทันภายในวันที่ 23 พฤศจิกายน
นอกจากนี้ในกระบวนการตัดลดรายจ่ายในร่างงบประมาณดังกล่าวได้ครอบคลุมถึงการจัดลดงบประมาณด้านการทหารลง 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้สหรัฐเตรียมถอนทหารออกจากทั้งสมรภูมิอิรัก และอัฟกานิสถาน
“ผมขอประกาศว่าแกนนำทั้งสองพรรคในทั้งสองสภาได้บรรลุข้อตกลงที่จะลดปัญหาการขาดดุลงยประมาณ และหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เสีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเราอย่างรุนแรง กระบวนการการเจรจานั้นยุ่งยากมาก และใช้เวลานานมาก” โอบามาแถลงต่อผู้สื่อข่าว
การบรรลุข้อตกลงดังกล่าว มีขึ้นเพียง 2 วันก่อนหน้าที่จะถึงกำหนดที่สหรัฐจะต้องชำระหนี้ที่ครบกำหนดในวันที่ 2 ส.ค. หรือวันนี้ ซึ่งถ้าหากสหรัฐปล่อยให้ผิดชำระจะส่งผลกระทบต่อภาคการเงินของสหรัฐเอง และของโลกอย่างรุนแรง
ประธานาธิบดี โอบามา ให้ความมั่นใจด้วยว่า ข้อตกลงการตัดลดรายจ่ายครั้งนี้ จะทำให้รายจ่ายของรัฐบาลลดลงต่ำที่สุดในรอบ 60 ปี แต่ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งอยู่ในภาวะง่อนแง่นอยู่แล้วอย่างแน่นอน
ทางด้านแนนซี เปโลซี แกนนำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส กล่าวว่า ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันว่าสหรัฐไม่อาจจะกลายเป็นหนี้เสียได้
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คลังได้ติดตามแผนการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐมูลค่า 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ที่เตรียมเสนอให้สมาชิกสภาในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยคาดว่าทั้งสองพรรคการเมืองจะประนีประนอมแผนให้ผ่านการเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของไทย
อย่างไรก็ดี หากแผนไม่ผ่าน จะทำให้นักลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นในการถือเงิน หรือพันธบัตรของสหรัฐ โดยขณะนี้มีต่างชาติถือครองพันธบัตรสหรัฐถึง 46% หากมีการขายจำนวนมาก ก็จะมีการเคลื่อนย้ายเงินมาลงในเอเชียรวมถึงไทย และจะมีผลกระทบทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
นายนริศ กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทไทยนั้นในระยะสั้นจะผันผวนตามสภาพเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจากต้นปีจนถึงขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปแล้ว 1% แต่ถ้าเทียบกับประเทศคู่ค้ายังอ่อนค่าลงประมาณ 2% เพราะค่าเงินของประเทศคู่ค้าหลักในเอเชียแข็งค่ากว่าไทย
โดยเฉพาะค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ค่าเงินของสิงคโปร์สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่ามาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ เงินทุนที่ไหลออกจากประเทศตะวันตก ทั้งของสหรัฐและในยุโรป ทำให้นักลงทุนแห่ถอนเงินออกมาจากสินทรัพย์ในประเทศตะวันตก กลับไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย เช่น ทองคำ จึงทำให้ช่วงนี้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสินทรัพย์ในประเทศที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจดีโดยเฉพาะเอเชีย ส่งผลให้ตลาดหุ้นในเอเชียรวมทั้งไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ เงินบาทแข็งค่ามาจากปัจจัยภายในด้วย เพราะไทยเกินดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือน มิ.ย.ยังเกินดุลถึง 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และตราบใดที่ยังเกินดุล เงินบาทยังจะแข็งค่าขึ้น เพราะมีเงินเหรียญสหรัฐไหลเข้ามาในไทยผ่านช่องทางทางการค้ามากขึ้นทั้งนี้ทางออกในการลดการแข็งค่าของเงินบาทคือ ต้องพยายามส่งเสริมให้ดุลทางการค้าลดลง ด้วยการเพิ่มการนำเข้าสินค้าทุนและเทคโนโลยี โดยใช้โอกาสเงินบาทแข็งค่าซื้อสินค้าทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในราคาที่ถูกลง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ขณะที่เงินบาทของไทยหากหลุดแข็งค่าไปอยู่ที่ 29.5 บาท/เหรียญสหรัฐ ก็จะทำให้ผ่านไปถึง 29 บาท/ เหรียญสหรัฐได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นกรอบเป้าหมายปลายปีที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้







