
พิลึก!มือดีลักตัดหินย้อยทำของขลัง
มือดีลักลอบตัดหินย้อยอายุหลายร้อยปีขายนายทุนหมดถ้ำเมืองลำปางคาดนำไปปลุกเสกสร้างของขลัง
มือดีลักลอบตัดหินย้อยอายุหลายร้อยปีขายนายทุนหมดถ้ำเมืองลำปางคาดนำไปปลุกเสกสร้างของขลัง
นายเปลี่ยน ทาจี กำนันต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พร้อมด้วย นายสุรพันธุ ตรีมงคล นายอำเภอแม่ทะ และคณะ เข้าสำรวจถ้ำแจ้ง ถ้ำแอบ ในเขตอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยติดกับบ้านสันป่าเป่า หมู่ที่ 5 ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง หลังจากที่เทศบาลศิริราชได้งบประมาณเข้าไปปรับปรุงเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอแม่ทะ แต่ก็มีการสำรวจพบว่าถ้ำในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 13 แห่งด้วยกันถูกบุกรุกและความรู้เท่าไม่การของชาวบ้าน
ทั้งนี้ภายในถ้ำพบว่ามีการตัดหินย้อยและนำออกไปจากพื้นที่หลายถ้ำ โดยเฉพาะหินย้อยที่ถูกตัดไปน่าจะมีอายุหลายร้อยปีและคาดว่าน่าจะมีความสวยงามมาก และนอกจากนี้ชาวบ้านยังเล่าว่าตามความเชื่อว่าหินย้อยสามารถนำไปแกะเป็นเครื่องรางของขลังได้ซึ่งคาดว่าจะเป็นสาเหตุที่ถูกลักลอบตัดไปไปครั้งนี้
นายศักดิ์วิทยา ใบจันทร์ นายกเทศบาลศิริราช กล่าวว่า การลักลอบตัดหินย้อยคงเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการของชาวบ้านและเป็นความเชื่อที่ผิดๆที่จะนำหินย้อยนำไปเป็นเครื่องรางของขลัง ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลได้แก้ปัญหาด้วยจ้างคนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษืทรัพยากรในท้องถิ่นโดยจัดเวรยามเฝ้าบริเวณดังกล่าวไว้แล้วเพราะนอกจากจะมีการลักลอบตัดหินย้อยแล้วต้นจันผายังเป็นต้นไม้ที่มีการลักลอบออกไปนอกพื้นที่อีกด้วย
นายศักดิ์วิทยา กล่าวอีกว่า ทางเทศบาลศิริราชได้ทุ่มงบประมาณกว่า 2 แสนบาท เพื่อเป็นการปรับปรุงถนน ห้องน้ำ และนำต้นไม้เข้าไปปลูกเพื่อเพิ่มความร่มรื่นแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งต.สันดอนแก้วเดิมชาวบ้านมีรายได้หลักคือทำเกษตรกรรม คือปลูกอ้อย ถั่วลิสง ยาสูบ มันสำปะหลัง และพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ คือ เริ่มมีการทดลองปลูกยางพาราแล้ว
นอกจากนี้ชาวบ้านยังจะมีรายได้จากเกษตรกรรมแล้วทางเทศบาลได้คิดที่จะปรับปรุงถ้ำทั้ง 13 แห่งให้เป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอ.แม่ทะ เพราะที่นี่มีอีก 1 ถ้ำซึ่งชาวบ้านเล่าว่ามีเครื่องภาชนะข้าวของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลงเหลืออยู่ภายในถ้ำอีกด้วย ซึ่งน่าจะนำมาเป็นตัวชูโรงที่จะชักนำนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของถ้ำทั้ง 13 แห่งแล้วยังเป็นการย้อนอดีตในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าเคยมีทหารญี่ปุ่นเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย
ด้านนายสุรพันธุ กล่าวหลังเข้าสำรวจถ้ำกล่าวรู้สึกเสียดายที่หินย้อยภายในถ้ำที่มีอายุหลายร้อยปีถูกลักลอบตัดไป แต่ก็คิดว่าคงมีความเป็นไปได้ที่เทศบาลร่วมกับชาวบ้านจะร่วมกันพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่นี่ซึ่งมีความสวยงามตามธรรมชาติอยู่แล้วเพียงแต่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพียงซักเล้กน้อยก็คงจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอ.แม่ทะและจังหวัดลำปางได้ในอนาคต







