
ส.ป.ก.โคราชปัดเกียร์ว่างยึดที่สร้างรีสอร์ต
ส.ป.ก.โคราชโต้เปล่าเกียร์ว่างกรณียึดที่สร้างรีสอร์ตที่พักยันทำทุกทางแก้ไขปัญหาแล้วแต่เจ้าหน้าที่มีน้อย
ส.ป.ก.โคราชโต้เปล่าเกียร์ว่างกรณียึดที่สร้างรีสอร์ตที่พักยันทำทุกทางแก้ไขปัญหาแล้วแต่เจ้าหน้าที่มีน้อย
นายประเสริฐ วิศิษฏจินดา ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ได้มีคำสั่งให้ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดินของเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินว่ามีการนำไปใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ที่ได้จัดสรรเอกสารสิทธิให้ไปเพื่อใช้เป็นที่ดินทำการเกษตรหรือไม่ และตรวจสอบว่ามีการซื้อขายสิทธิเปลี่ยนมือจากเกษตรกรรายเดิมที่ได้รับการจัดสรร ไปให้กับบุคคลอื่นหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 26 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางจำนวน 8 นาย ได้เริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2554 ที่ผ่านมา และจากนี้ไปจะรายงานผลการตรวจสอบไปยังทางเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อการเกษตรกรรมทุกๆวันจันทร์ และวันพุธต่อไป
นายประเสริฐฯ กล่าวอีกว่า อำเภอวังน้ำเขียวมีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 700,000 ไร่ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ได้รับมอบพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเพื่อนำมาเตรียมจัดสรรให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จากกรมป่าไม้จำนวน ทั้งสิ้น 241,018 ไร่ ปัจจุบันดำเนินการปฏิรูปที่ดินและออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 ให้กับเกษตรกรไปแล้วจำนวน 6,412 ราย รวมพื้นที่จำนวน 139,300 ไร่ นอกจากนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนของกรมป่าไม้ ซึ่งหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นเป็นข่าวครึกโครมขณะนี้ตนเองได้รับคำสั่งจากส่วนกลางให้ทำการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงการตรวจสอบสิทธิการถือครองที่ดินอย่างละเอียด เพื่อเตรียมดำเนินการเอาผิดกับเกษตรกรที่ใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ นอกเหนือจากการใช้พื้นที่เพื่อทำการเกษตร รวมถึงหากตรวจพบว่ามีการซื้อขายสิทธิการถือครอง ทั้งในส่วนของตัวเกษตรกรเจ้าของสิทธิเดิม และผู้ที่มาซื้อต่อก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฏหมายทั้งหมด
นอกจากนี้ในส่วนของพื้นที่ที่ยังไม่มีการจัดสรรให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งมีอยู่อีกว่า 1 แสนไร่นั้น ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ก็จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีกลุ่มบุคคลใด บุกรุกเข้าไปถือครองหรือไปสร้างรีสอร์ตบ้านพักหรือไม่ซึ่งหากพบก็จะดำเนินการทางกฎหมายทันที ซึ่งหลังจากนี้ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อการเกษตรกรรม ส่วนกลาง ได้ให้เวลาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมาในการตรวจสอบเพื่อความชัดเจน 2 เดือนเพื่อให้แล้วเสร็จและรายงานให้ทางสำนักงานการปฎิรูปที่ดินส่วนกลางได้รับทราบและพิจารณาสั่งการดำเนินการตามระเบียบกฏหมายต่อไป ซึ่งโดยหลักเกณฑ์แล้วหากตรวจพบการกระทำผิดเบื้องต้น ส.ป.ก.จะเร่งแจ้งเตือนให้เกษตรกรดำเนินการอย่างถูกต้อง และหากไม่ปฏิบัติตามจะถูกเพิกถอนสิทธิ์และยึดส.ป.ก.4-01 คืน โดยยกเลิกเข้าทำประโยชน์ จาก นั้นส.ป.ก.จะนำที่ดินไปจัดสรรให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินรายอื่นต่อไป แต่การกระทำทุกขั้นตอนทาง ส.ป.ก.จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ได้ชี้แจงก่อนทุกราย
นายประเสริฐฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ส.ป.ก. รวมทั้งพื้นที่ป่าสงวน เป็นปัญหาเรื้อรังระดับชาติ ไม่ใช่ระดับจังหวัด ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกจากกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้น ตนจึงทำหนังสือแจ้งที่ไปอำเภอ อบต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อควบคุมและชะลอการก่อสร้าง จนกว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งติดประกาศ ส.ป.ก. กระจายทั่วทั้ง 5 ตำบลของอำเภอวังน้ำเขียว ให้เกษตรกรรู้ถึงสิทธิหน้าที่ในการถือครองที่ดินส.ป.ก. 4-01 ว่า ต้องมีคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์อย่างไร เพราะตามระเบียบนั้น เกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์เข้าทำประโยชน์จะต้องใช้พื้นที่เพื่อทำการเกษตรเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ขายที่ดินและห้ามโอน หากตรวจพบเบื้องต้น ส.ป.ก.จะเร่งแจ้งเตือนให้เกษตรกรดำเนินการอย่างถูกต้อง และหากไม่ปฏิบัติตามจะถูกเพิกถอนสิทธิ์และยึดส.ป.ก.4-01 คืน โดยยกเลิกเข้าทำประโยชน์ จาก นั้นส.ป.ก.จะนำที่ดินไปจัดสรรให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินรายอื่นต่อไป แต่การกระทำทุกขั้นตอนทาง ส.ป.ก.จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ได้ชี้แจงก่อนทุกราย ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา กล่าว
นายประเสริฐฯ กล่าวเสริมว่า การที่มีกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มทุนต่างๆเข้ามาใช้ที่ดิน ส.ป.ก.สร้างรีสอร์ที่พักในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวนั้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเมื่อครั้งที่กลุ่มคนกลุ่มนี้มาซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อนำไปสร้างเป็นรีสอร์ตที่พักนั้นส่วนตัวแล้วไม่ทราบเรื่องนี้เลย เนื่องจากการซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก.นั้น ไม่ได้มีการนำเอกสาร ส.ป.ก. ไปซื้อขายกัน แต่เป็นการซื้อขายในรูปแบบของการใช้เอกสาร ภบท.5 และผู้ซื้อก็ไม่เคยที่จะนำมาปรึกษากับทาง ส.ป.ก.ว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ ประกอบกับทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมาเอง มีพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบในการจัดสรรเพื่อใช้ประโยชน์มากกว่า 4 ล้านไร่ แต่เจ้าหน้าที่มีเพียง 26 ราย ซึ่งก็มีงานหลักที่ต้องรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก ไม่เฉพาะเพียงงานจัดสรรที่ดินแต่ละปีเท่านั้น ยังจะต้องรับผิดชอบงานด้านการจัดสรรที่ดินให้กับทางกลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค ในการจัดซื้อที่ดินเอกชนเพื่อมาจัดสรรให้เกษตรกรสมาชิกสภาประชาชน 4 ภาค ตามนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน รวมถึงเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ทาง ส.ป.ก.ได้ทำข้อตกลงกับทางกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่เหล่านี้ด้วย ฉะนั้นภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดจึงไม่สามารถที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นการตรวจสอบในบางเรื่องก็อาจจะไม่สมบูรณ์อยู่บ้างแต่ยืนยันว่าทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว
นายประเสริฐฯ ระบุอีกว่าความเป็นจริงแล้ว ส.ป.ก.รับมอบพื้นที่ป่าสงวนจากกรมป่าไม้ ไม่ได้มีเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพทำเกษตรกรรมเท่านั้น ยังมีพื้นที่สาธารณูปโภค เช่น วัด โรงเรียน สถานที่ราชการ และการทำถนนเข้ามาในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมไปถึงแร่ในที่ดิน ซึ่งสามารถขออนุญาตจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และขอใช้ประโยชน์ที่ดินจากส.ป.ก. แต่ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาในขณะนี้ คือการบุกรุกพื้นที่ส.ป.ก. เพื่อก่อสร้างรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ และโฮมสเตย์ หากพิจารณาตาม พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มาตรา 30 วรรค 5 และตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ข้อที่ 1.5 เรื่องกิจกรรมการบริการ ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ และสังคม ระบุว่า รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ หรือโฮมสเตย์ เป็นกิจกรรมท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ซึ่งโดยหลักเกณฑ์ต้องนำเสนอคณะกรรมการส.ป.ก. เพื่ออนุมัติให้ดำเนินการ โดยมีเงื่อนไขการเสียค่าตอบแทนให้ส.ป.ก. เพื่อนำไปเป็นเงินกองทุนปฏิรูปที่ดินได้ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องมีการปลูกต้นไม้ทดแทนออกมาในรูปของแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งในหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ ตนเองก็ได้ให้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาทำการศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นและเตรียมที่จะนำเสนอไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อให้พิจารณาเสนอต่อ ครม. ให้กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและพิจารณาประเด็นดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมากฏหมายที่กำหนดไว้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ ส.ป.ก.ว่าจะอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้ในกรณีใดบ้าง แต่ก็เกิดปัญหาการบุกรุกที่กรมป่าไม้และลุกลามมาถึงที่ดิน สปก. จนกระทั่งมีการสั่งการให้ตรวจสอบเพื่อเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดดังกล่าว ซึ่งเมื่อมาวันนี้ทางนโยบายจากส่วนกลางสั่งการลงมาให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมาเองก็ต้องดำเนินการตามนั้น ส่วนประเด็นนี้ก็ต้องรอการพิจารณาต่อไป







