กอร.ฉ.แจงปิดBTSเพื่อความปลอดภัยยันไร้คำสั่งใช้กระสุนจริง
โฆษกกอร.ฉ. ยัน รถไฟฟ้าปิดบริการ เป็นความสมัครใจบีทีเอสกับตำรวจเพื่อความปลอดภัยประชาชน ยัน ไม่มีคำสั่งใช้กระสุนจริงกับผู้ชุมนุม
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล โฆษก กอร.ฉ. แถลงถึงกรณีสังคมตั้งคำถามเรื่องการปิดบีทีเอส และระบบขนส่งต่างๆ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับประชาชนไปแล้วหลายครั้ง วันนี้ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกท่านว่า การปิดขนส่งมวลชนต่างๆ เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการปิดชั่วคราว และเป็นความสมัครใจร่วมกันระหว่างบีทีเอสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะทำอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งการชุมนุมแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่มองว่าหากเกิดการทะเลาะวิวาทกัน แล้วตกลงไปบนรางรถไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าแรงสูง อาจจะมีคนได้รับอันตราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปทำลายข้าวของต่างๆ พังประตูรั้วรถไฟฟ้า หากไม่ปิดอาจจะมีเหตุลุกลามสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ สิ่งที่ภาครัฐกำลังทำเพราะห่วงชีวิตของทุกๆ คน รวมไปถึงผู้ชุมนุมด้วย
ส่วนการระงับทุกแพล็ตฟอร์มออนไลน์ของ วอยซ์ ทีวี โฆษก กอร.ฉ. ย้ำว่า นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วง และยืนยันไม่ต้องการปิดกั้นการทำงานของสื่อมวลชน แต่ขอให้ปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ยั่วยุปลุกปั่น หรือ ล่วงละเมิดสถาบัน ส่วน ประชาไท เดอะรีพอร์ตเตอร์ เดอะสแตนดาร์ด ให้เจ้าหน้าที่กลับไปตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลดแรงกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ทางสภามองว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะเปิดให้ผู้แทนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ได้รับข้อมูลข่าวสารมาพูดคุยร่วมกันในการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนวันและเวลาขอให้ประธานสภาเป็นผู้แจ้งความชัดเจนให้ทราบอีกครั้ง
โฆษก กอร.ฉ. ยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในแง่มิติทางสังคม เราเห็นภาพชัดเจนว่าการใช้ชีวิตประจำวัน การใช้รถใช้ถนนเป็นไปด้วยความยากลำบากในบางพื้นที่ ซึ่งประชาชนบางส่วนอาจไม่ได้ติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียตลอดเวลา และบางคนเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มชุมนุม ก็ไปเจอรถติด วิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ขณะที่ในมิติเศรษฐกิจ บางครั้งที่ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันหน้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ ห้างไม่ได้ปิด แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่กล้าไปเดินห้างซื้อของ เนื่องจากห่วงความปลอดภัย ห่วงเรื่องการจราจร รัฐไม่ได้สั่งปิด ห้างเองก็ไม่ได้สั่งปิด พอคนไม่ไปซื้อของการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ ก็ไม่เกิดขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวถึงกรณีข่าวเฟกนิวส์ ตชด.เข้าไปก่อความไม่สงบในการชุมนุมนั้น ตำรวจ สน.บางนาได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพมาดำเนินคดี และส่งฟ้องศาลพระโขนงแล้ว
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ชุมนุม ที่บอกว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ ว่าทางหน่วยข่าวตำรวจมีการติดตาม ความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมทั้งเรื่องการใช้ศัพท์สแลงและสัญลักษณ์มือเฉพาะกลุ่ม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกม็อบมักมีการใช้คำศัพท์ใหม่ๆ มาเรียกแทนเจ้าหน้าที่ พร้อมบอกว่าผู้ชุมนุมเรียกแทนตำรวจว่า ม็อคค่า ดีกว่าเรียกตำรวจแตงโมหน่อยนึง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทางเราได้แฝงตัวติดตามแอพพลิเคชัน Telegram ของกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น เพื่อป้องกันการยกระดับ และเตรียมพร้อมมาตรการป้องกัน จึงมั่นใจว่าตำรวจสามารถรับบิ๊ก เซอร์ไพรส์จากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน
ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ชี้แจงกรณีเฟกนิวส์จากทวิตเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่จะใช้อาวุธปีน กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุมนั้น ไม่เป็นความจริง ยืนยัน ปฏิบัติการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัดส่วนที่มีการเผยแพร่ข่าวปลอมในลักษณะว่าเจ้าหน้าที่จะใช้กระสุนจริงกับผู้ชุมนุมหรือสังหารหมู่ประชาชนและนักศึกษา ขอยืนยันว่าไม่มีคำสั่งให้ใช้กระสุนจริง และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยหลังจากนี้จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อผิด พ.ร.บ.คอมฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและอย่ากดแชร์ข่าวที่ไม่เป็นความจริง
ภาพ อสมท.


