"นาที-ฉลอง"รอดกกต.ยกคำร้องปมเก็บบัตรประชาชนซื้อเสียง

วันที่ 22 เม.ย. 2563 เวลา 15:07 น.
"นาที-ฉลอง"รอดกกต.ยกคำร้องปมเก็บบัตรประชาชนซื้อเสียง
กกต.ยกคำร้อง2 ส.ส.ภูมิใจไทยพัทลุงปม"นิพิฎฐ์" กล่าวหาเก็บบัตรประชาชนซื้อเสียง แต่สั่งดำเนินคดีอาญามือโพสต์ข้อความใส่ร้ายประชาธิปัตย์  

เมื่อวันที่22เม.ย. เว็บไซต์สำนักงานกกต.ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องกรณี นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.เขต 2 พัทลุง พรรคภูมิใจไทย นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ถูกนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัครส.ส.เขต 2 พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ร้องเรียนว่า ใช้ สนับสนุน หรือร่วมเห็นเป็นใจให้ นายเปี่ยม สงคง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 13 วรรค 1 (1)และ(5) โดยกรณีมีการตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ" รักเพื่อน" เพื่อทำการเก็บบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและวันที่ 22มี.ค.62

ทั้งนี้ นายเปี่ยม ได้โพสต์ ข้อความในกลุ่มไลน์ว่า" ถ้าใครถูกจับตอนเที่ยงแจกเงินให้ว่าเงินพรรคประชาธิปัตย์ผมถูกตำรวจมาสอบเรื่องเก็บบัตรประชาชนผมบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้เก็บ" ซึ่งแม้นายนิพิฏฐ์ ผู้ร้องจะเห็นว่าการกระทำของนายเปี่ยม ผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่จากการไต่สวนพยานบุคคลที่เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ ให้ถ้อยคำว่าไม่มีการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องการให้เงิน ชักชวนให้ซื้อเสียงพยานหลักฐานจึงยังฟังไม่ได้ว่านายเปี่ยม กระทำการตามที่กล่าวหา

ส่วนที่ นายนิพิฏฐ์ ผู้ร้องเห็นว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวของนายเปี่ยม เป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จจงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมผู้สมัครและพรรคประชาธิปัตย์ จากการไต่สวนนายเปี่ยม ให้ถ้อยคำว่าได้โพสต์ข้อความตามที่กล่าวหาจริง แต่ได้ลบข้อความไปแล้ว สาเหตุที่โพสต์ข้อความเพราะไม่พอใจการกระทำของนายนิพิฏฐ์ผู้ร้องที่เคยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาและกฎหมายเลือกตั้งที่บ้านของตน

เมื่อนายเปี่ยม ให้ถ้อยคำว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว และข้อความนั้นเป็นข้อความเท็จว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้เงินแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งที่ไม่ปรากฏพยานหลักฐานหรือพฤติการณ์ว่ามีการกระทำดังกล่าว อันทำให้นายนิพิฏฐ์ผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหายการกระทำของนายเปี่ยม จึงเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร และพรรคการเมือง จึงมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญานายเปี่ยม ในข้อกล่าวหานี้ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 73 วรรค1 (5) ประกอบมาตรา 159

ในส่วนที่อ้างว่านายฉลองและนางนาที เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ดังกล่าว เป็นผู้รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของนายเปี่ยม จากการไต่สวน พยานบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ดังกล่าวจำนวน 2 ปากให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่าไม่เคยพบเห็นข้อความดังกล่าวในกลุ่มไลน์แต่อย่างใด ประกอบกับบริษัท LINE Company ประเทศไทย จำกัด แจ้งว่าไม่ได้เป็นผู้ครอบครองข้อมูลแอปพลิเคชั่น LINE กลุ่มรักเพื่อนจึงไม่มีพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่านายฉลองได้รับทราบถึงการโพสต์ข้อความของนายเปี่ยม ส่วนนางนาที มีพยานบุคคลที่เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์จำนวน 1 ปากให้ถ้อยคำ ว่านางนาที ไม่ได้เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์และไม่มีพยานบุคคลใดยืนยันว่า นางนาที สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของนายเปี่ยมพยานหลักฐานจึงฟังไม่ได้ว่านายฉลองและนางนาที กระทำการตามที่กล่าวหา