"จตุพร" เตือนรัฐบาลระวังลากบ้านเมืองสู่โมเดล6ตุลาฯ

วันที่ 22 ธ.ค. 2562 เวลา 18:14 น.
"จตุพร" เตือนรัฐบาลระวังลากบ้านเมืองสู่โมเดล6ตุลาฯ
จตุพรเตือนรัฐบาลงยุติสนับสนุนพรรคร่วมฯไปตั้งเวทีที่ก่อให้เกิดความชิงชังจนเข้าสู่โมเดล 6ตุลาฯก่อหายนะประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.62 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวสถานการณ์การเมืองโดยยกกิจกรรม 2 ฝ่าย คือฝ่ายกลุ่มนักศึกษาจัด“วิ่งไล่ลุง” แต่อีกฝ่ายจัด “วิ่งเชียร์ลุง” และ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เคลื่อนไหวต่างๆรวมทั้งชุมนุมแบบแฟลชม็อบ กับฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลตั้งเวทีรณรงค์ปลุกพลังต่อต้าน"ชังชาติ" โดยระบุว่า กิจกรรมของ 2 ฝ่าย มีลักษณะเนื้อหาขัดแย้งกัน และที่สำคัญล้วนเป็น “โมเดล 2519” ซึ่งเกิดจากการคลั่งอำนาจ จนทำให้กลไกรัฐตื่นกลัวเกินกว่าเหตุ

นายจตุพร กล่าวว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์ คือ วิ่งไล่กับวิ่งเชียร์ และอนค.กับขบวนการต่อต้านชังชาตินั้น ถ้ารัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ปัญหาจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าไปผสมโรงกล่าวหาแล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่และยกระดับให้ทวีความรุนแรงขึ้นอีก

"ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยก็ต้องบอกให้เขาหยุด เพราะปรากฎการณ์ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 นั้น ไม่ว่าจะเป็นวิทยุยานเกราะ กลุ่มแม่บ้านทหารบก กระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน ได้ปลุกคนว่านักศึกษาชุมนุมที่ธรรมศาสตร์เป็นพวกคนญวน พวกขายชาติ ในธรรมศาสตร์มีอุโมงค์ เป็นคอมมิวนิสต์ จึงต้องกำจัดคนเหล่านี้ เพื่อบ่มความชิงชังให้คนคลั่งกัน"

นายจตุพร กล่าวว่า สิทธิแสดงออกของประชาชนเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ฝ่ายรัฐต้องไม่มองว่า สิ่งที่ไม่เห็นด้วยต้องกำจัด คนที่คลั่งอำนาจมักต้องการฟังในสิ่งที่ตัวเองอยากจะฟัง จึงเกิดการสอพลอในสิ่งที่อำนาจต้องการจะฟัง และพูดในสิ่งที่เขาต้องการจะฟัง แล้วจะพังกันทุกราย

"ผมต้องการสื่อสารไปยังรัฐบาล ว่าต้องยุติการสนับสนุนพรรคการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลไปตั้งเวทีที่ก่อให้เกิดความชิงชัง เพราะเมื่อชิงชังแล้ว คนจะไม่สนใจเหตุผล"

นายจตุพร ยกเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เป็นอุทาหรณ์การปลุกคนให้เกิดความชิงชังขึ้น เหตุการณ์ ปลุกคนต่อต้านคนชังชาติ ที่กำลังเดินกันอยู่ในขณะนี้ จะลุกลามมากกว่าการต่อสู้เมื่อง 10 กว่าปีที่ผ่านมา คือ กำลังจะทำให้เป็น 6 ตุลาโมเดล จะเกิดการชิงชังชนิดยากที่จะเยียวยา นำพาไปสู่ความสูญเสียมากมาย ผมอยากให้เสียงนี้ได้ยินไปถึงรัฐบาล หยุดเถอะครับ อย่าได้ไปกระทำการอย่างนั้น ไม่ใช่ว่ากลัวรัฐบาลจะทำสำเร็จ เพราะมันไม่ใช่ความสำเร็จ แต่เป็นความหายนะของชาติ"นายจตุพรกล่าว