ชูวิทย์ ยกวลี "สมคิดฆาตกรต่อเนื่อง" เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว ไม่ต่าง สส.งูเห่าสีส้ม "เกิดครั้งเดียว เป็น ส.ส. แค่ครั้งเดียว"

วันที่ 20 ธ.ค. 2562 เวลา 07:38 น.
ชูวิทย์ ยกวลี "สมคิดฆาตกรต่อเนื่อง" เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว ไม่ต่าง สส.งูเห่าสีส้ม "เกิดครั้งเดียว เป็น ส.ส. แค่ครั้งเดียว"
"ชูวิทย์" โพสต์เฟซบุ๊ก ยกวลี "สมคิดฆาตกรต่อเนื่อง" เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว ไม่ต่าง สส.งูเห่าสีส้ม "เกิดครั้งเดียว เป็น ส.ส. แค่ครั้งเดียว"

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว

ผมเข้าคุกมาหลายรอบ หลายสถานะ ทั้งตอนเป็น ส.ส. เข้าตรวจเยี่ยมเรือนจำ

ต่อมาศาลลงโทษ ผมติดคุก แปรเปลี่ยนสถานะกลายเป็น “นักโทษเด็ดขาดชาย” (นช.)

แล้วก็ได้เข้าไปอีกในสถานะ “นักข่าว” ทำข่าวในเรือนจำ ทั้งบางขวาง และเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ล่าสุด กลับเข้าไปอีกครั้ง ในสถานะ “นักโทษคดีลืมแจงทรัพย์สิน 150,000 บาท” (ซวยอะไรปานนี้วะ?)

ดังนั้น ชีวิตคนอย่างผม สูงๆ ต่ำๆ เหมือนเส้นกราฟตลาดหุ้นเมืองไทย แต่ประสบการณ์แบบนี้ทำให้ผมรู้จักคนอย่าง “ไอ้สมคิด”

ผมเจอขณะเป็นผู้ช่วยอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ มันมาจากบางขวาง ทำตัวป่วยเพื่อจะได้มาโรงพยาบาล ได้ออกมาเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตาตามประสาคนคุก จำได้ว่าไอ้นี่ “สัตว์นรกส่งมาเกิด” ฆ่าคนมา 5 คน

แต่ผมก็มีสถานะเท่ากัน คือ เป็นนักโทษเหมือนกัน

มันแกล้งทำเป็น “แมวป่วย” ไปอย่างนั้น อยู่ข้างนอกฆ่าคน อยู่ข้างในคุกทำตัวน่าสงสาร

ความแตกต่างของมันกับฆาตกรคนอื่นๆ ในคุก คือ

ฆาตกรคนอื่นอาจบันดาลโทสะ หรือเป็นมือปืน หรือถูกบีบคั้น นักโทษเหล่านี้เมื่อทำผิดพลาดไปแล้วได้สำนึก สังคมจึงต้องแยกแยะว่าใครสมควรจะได้รับโอกาสกลับไปสู่อิสรภาพ เรื่มต้นชีวิตใหม่

แต่ไอ้สมคิดฆ่ามาตั้ง 5 ศพ ฝรั่งเขาเรียกว่า “serial killer หรือ ฆาตกรต่อเนื่อง” หากปล่อยออกมาก็ทำอีก สันดานโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ แตกต่างจากฆาตกรคนอื่นๆ

เพราะอย่างที่มันบอกเองว่า “เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว”

คนอย่างมันจึงควรตายในคุก หรือถูกขังเดี่ยวไปตลอดชีวิต ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน อยู่ในห้องแคบๆ ขนาด 2x2 เมตร ทั้งวันทั้งคืนได้คุยแค่กับแมลงสาบ และมด

... แต่สังคมคุก กับสังคมการเมือง ก็ไม่ได้แตกต่างกัน ต้องพึ่งตัวเอง ตัวใครตัวมัน ท้ายสุดพร้อมจะหักหลังได้ทุกคน

ส.ส. แต่ละคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย บางคนได้เป็นติดต่อกันตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ส่วนบางคน เป็นได้แค่ครั้งเดียวแล้วหายสาปสูญ

ส.ส. อนาคตใหม่ที่ได้ขึ้นชั้นเป็น “งูเห่าสีส้ม” ครั้งหน้าอย่าหวังจะกลับมาเป็น ส.ส. อีก คนไทยเขาถือ “กินบนเรือน ขี้บนหลังคา” คงจบอนาคตการเมืองเพียงเท่านี้

รัฐธรรมนูญไทยฉบับล่าสุดดันให้โอกาส ส.ส. ย้ายพรรคได้เหมือนย้ายบ้าน

พรรคอนาคตใหม่ตัดสินใจถูกแล้วที่ขับออกจากพรรค ถือว่าตัดเนื้อร้าย เพื่อรักษาเนื้อดีส่วนใหญ่เอาไว้

คงไม่ต่างกัน “เกิดครั้งเดียว เป็น ส.ส. แค่ครั้งเดียว”