"ภูมิธรรม" เรียกร้อง หยุดรังแกนายกฯหญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 12:28 น.
"ภูมิธรรม" เรียกร้อง หยุดรังแกนายกฯหญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์  เรียกร้อง หยุดรังแกนายกฯหญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซัด "ประยุทธ์ - วิษณุ" ใช้ม.44 เลือกปฏิบัติ สะท้อน กระบวนการยุติธรรมมีความบิดเบี้ยว ไร้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า หยุดรังแกนายกหญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ในดวงใจของคนจน

ผมรับทราบข่าว…ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย) ต้องทยอยสูญเสียบ้านและทรัพย์สินที่มีมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง และเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากน้ำพัก น้ำแรงของตนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงานและบางส่วนคือสินทรัพย์ที่รับตกทอดมาจากบุพการีด้วยความสะเทือนใจอย่างยิ่ง

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้ที่มีความเห็นต่างและศัตรูทางการเมืองอย่างมีอคติชัดเจน เป็นการใช้อำนาจมาตรา 44 ที่เลือกปฏิบัติ และเร่งรีบปฏิบัติ ผิดจากการกระทำกับบุคคลพรรคพวกเดียวกัน ที่กระทำผิดกฎหมายแต่ปล่อยไปจนไม่แม้แต่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ความต่างในการเลือกปฏิบัติโดยรัฐเป็นภาพสะท้อนที่ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมมีความบิดเบี้ยว ไร้มาตรฐาน ใช้การข่มขู่คุกคามคนฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้กฎหมายและอำนาจพิเศษอย่างอัปยศ

อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายวิษณุ เครืองาม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดสภาพดังกล่าวว่า

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ตามปกติหรือไม่ และถือเป็นสิ่งที่ สมควร ถูกต้องและยุติธรรม เพียงพอ ตามหลักสากล เป็นที่ยอมรับของโลกเพียงใด

อยากถามว่า...การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่ประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พยายามทำโครงการตามนโยบายที่แถลงต่อสภาและรับปากกับประชาชนไว้ให้เป็น ผลสำเร็จเพื่อมุ่งหวังให้เกษตรกรและชาวนาไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างถ้วนหน้า การเป็นผู้นำรัฐบาลที่ทำงานเพื่อทำให้ประชาชนมีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ มีเงื่อนไขที่จะมีคุณภาพชีวิตที่มีโอกาสทางความสุขเพิ่มขึ้น เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้นำมากกว่าการบริหารด้วยปากเพียงอย่างเดียว

“กรณีนายกยิ่งลักษณ์” ถือเป็นคดีที่ต้องถูกบันทึกและจดจำในประวัติศาสตร์ไทย ไปอีกนาน เพราะไม่เคยมีนายกฯท่านใดที่ถูกกระทำและถูกดำเนินคดี โดยมิได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติเช่นท่านมาก่อน การที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 ด้วยดุลยพินิจและอำนาจพิเศษที่ไม่ปกติ ที่ได้มาด้วยการปฎิวัติ รัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนประชาธิปไตยมาใช้ในการตัดสิน โดยไม่ได้ผ่านกลไกของกระบวนการยุติธรรมตามปกติ เป็นการใช้อำนาจรีบเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เป็นการฝ่าฝืนหลักนิติธรรม ที่ถือหลัก…”ผู้ถูกกล่าวหาคือผู้บริสุทธิ์”

ตามหลักการสากล ทั่วไป “ผู้ที่ถูกกล่าวหา ต้องถือเป็นผู้บริสุทธิ์”…จนกว่าจะมีการพิสูจน์ทราบอย่างแจ้งชัดว่ามีความผิด กฎหมายจึงจะดำเนินการลงโทษ

•หยุดทำร้าย ผู้บริสุทธิ์•หยุดทำลาย คนเห็นต่าง•.หยุดใช้อำนาจกฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม•คืนความยุติธรรมและความถูกต้องตามหลักกฎหมายที่ไร้อคติให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร