รัฐบาลมั่นใจโหวตงบ63ผ่านฉลุยพรุ่งนี้เชื่อ'งูเห่า'โผล่หนุน

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 18:22 น.

รัฐบาลมั่นใจโหวตงบ63ผ่านฉลุยพรุ่งนี้เชื่อ'งูเห่า'โผล่หนุน

พปชร.ตีปีกพรบ.งบประมาณผ่านวาระแรกได้ไม่ยากยันได้เห็นงู่เห่าแน่ ฝ่ายค้านเสียงยังแตกนัดถกก่อนกำหนดแนวทางโหวตพรุ่งนี้

แหล่งข่าว จากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า หลังสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในวาระแรก มาแล้ว 2 วัน ใช้เวลาไปกว่า 30 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการโหวตวาระแรกในวันนี้ (19 ต.ค.) นั้น มั่นใจว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะเท่าที่เช็คเสียงฝ่ายรัฐบาลก็มีเยอะเพียงพอไม่มีปัญหาเรื่องเสียงปริ่มน้ำ เพราะมีเสียงจากฝ่ายค้านมาช่วยด้วยประมาณ 10 กว่าเสียง

ทั้งนี้คนที่ช่วยก็จะโหวตออกมาในลักษณะงดออกเสียงจะมีเยอะ และอาจจะมีบางส่วนที่โหวตให้ผ่าน ซึ่งการโหวตในวันนี้(19ต.ค.) ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะธรรมชาติการเมืองอย่างนี้ มีเรื่องผลประโยชน์เป็นตัวนำอยู่แล้ว เข้าใจว่าฝ่ายเพื่อไทยกำลังมีความพยายามที่จะให้ส.ส.โหวตคว่ำไปเลย แต่ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่มั่นใจว่าจะโหวตคว่ำแน่นอน

“พรบ.งบประมาณไม่มีปัญหาหรอก ยังไงก็ผ่านในวาระแรก รวมถึงในวาระ 2-3 ก็ไม่น่ามีปัญหาเช่นกัน เชื่อมั่นว่าผู้ใหญ่ในพลังประชารัฐเอาอยู่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

ขณะที่ แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การโหวตในการลงมติร่างพรบ.งบประมาณ นั้น ทาง 7 พรรคฝ่ายค้านจะต้องมีการหารือกันก่อนว่าจะโหวตออกมาในแนวทางไหน ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (19ต.ค.) ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ซึ่งแนวทางการในการโหวตก็จะมีสองทางคือ 1.ไม่เห็นด้วย กับ2.งดออกเสียง ซึ่งต้องฟังกันในที่ประชุมเพราะเท่าที่รับกันตอนนี้ยังมีความเห็นต่างกันอยู่ บางส่วนเห็นว่าปล่อยให้เป็นไปตามประเพณีปฏิบัติคือ งดออกเสียง ก็คือปล่อยให้ผ่านไปก่อน แล้วไปสู้กันในวาระ2 แล้วหากมีการแก้ไขออกมาไม่ดี ก็คว่ำในวาระ 3

อย่างไรก็ตามก็มีส.ส.บางส่วนที่บอกว่าให้โหวตสวนไม่รับไปเลยตั้งแต่วาระแรก แต่ก็ดีเริ่มในกลิ่นงูเห่าบ้างแล้ว แต่ยังไม่ใช่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ส่วนจะเป็นพรรคไหนนั้น ไม่แน่ใจ เพราะเข้าใจว่าฝ่ายรัฐบาลเขาก็ต้องทำให้เกิดความแน่นอน ต้องทำให้มั่นใจว่าร่างพรบ. จะต้องผ่านตั้งแต่วาระแรกให้ได้

"ต้องเข้าใจว่าการโหวตในวันนี้เป็นเพียงวาระแรก ต้องมีการตั้งกรรมาธิการเพื่อปรับเพิ่มหรือลดงบประมาณก่อน แล้ววัดกันในวาระ 3 ส่วนในวาระแรกนั้น ไม่น่าจะมีอะไร คงปล่อยผ่านไปก่อน แนวทางการโหวตน่าจะเป็นการงดออกเสียง แต่ส่วนของพรรคอนาคตใหม่ เขายืนยันที่จะโหวตไม่รับ ก็ทำอะไรไม่ได้ เราเคารพเหตุผลและการตัดสินใจของแต่ละพรรค แต่ต้องเข้าใจว่าการพิจารณางบประมาณ ไม่เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะต้องเน้นให้พรรคร่วมฝ่ายค้านโหวตไปในทิศทางเดียวกัน” แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย กล่าว

ด้าน นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทย ยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะโหวตรับหรือไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ส่วนเสียงของพรรคเพื่อไทยแตกหรือไม่ นั้นคิดว่าเรื่องงบประมาณ เป็นเรื่องของประชาชนและปัญหาของประเทศ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะ ส.ส.ระบบเขตเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่มีการหักหลังประชาชนที่เลือกผมเข้ามา กว่าจะได้มาแต่ละคะแนนแสนทรมาน ดังนั้นการตัดสินใจต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก

ขณะเดียวกันเมื่อถามว่าจะไปเป็นงูเห่าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่นั้น นายครูมานิตย์ กล่าวว่า ยังไม่คิด

“พรรคจะกดดันทุกเรื่องไม่ได้ พรรคคงเข้าใจปัญหาเหล่านี้ เพราะ ส.ส.ระบบเขตมาจากการเลือกตั้งของประชาชน” นายครูมานิตย์ กล่าว

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายร่างพรบ.งบประมาณปี 63 ฝ่ายค้านพยายามชี้แจงให้เห็นจุดอ่อนของการจัดทำงบประมาณที่ผิดพลาด พกพร่อง จัดทำงบไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือถึงขั้นอาจผิดกฎหมาย แต่การชี้แจงของรัฐบาล ไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นปัญหา ที่ฝ่ายค้านตั้งประเด็นไป พยายามลีกเลี่ยงการตอบคำถาม

ทั้งนี้เห็นว่า ครึ่งแรกของการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลสอบไม่ผ่าน แต่จะให้โอกาสในครึ่งหลังอยากฟังนายกฯ และรัฐมนตรีชี้แจงการจัดทำงบประมาณที่ไม่สมบูรณ์ครั้งนี้ ส่วนทิศทางการโหวตในวันพรุ่งนี้ วิป 7 พรรคฝ่ายค้านจะมีประชุมกันอีกครั้ง ในเวลาหลังเที่ยง เพื่อกำหนดทิศทางกันอีกครั้ง แต่ละพรรคเขาอาจมีเหตุผลของเขา ในส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้การโหวตจะเป็นเอกสิทธิ์แต่ทางการเมือง พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน พรรคก็ต้องมีมติ เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มีส.ส.โหวตแหกมติพรรค แต่หากมีผู้โหวตส่วนขึ้น ก็ต้องมาคุยกันอีกที เพราะต้องรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รัฐบาลชี้แจงรายรับแบบไม่มั่นใจ คาดหมายแบบเลื่อนลอย นายกฯ ชี้แจงแบบกำปั้นทุบดิน บอกมีรายรับเพิ่ม 1 แสนล้าน แต่ถามว่าเอามาจากไหนก็ตอบไม่ได้ แถบยังบอกด้วยว่าเงินกู้ที่ว่างไว้ 4แสนล้าน เป็นการเขียนไว้เฉยๆ หากมีรายรับเพิ่มก็อาจกู้ไม่ถึง ตอบแบบนี้ใครก็ตอบได้ ถ้าไม่มีรายรับเข้ามาวงเงินกู้อาจจะมากกว่า 4 แสนล้านก็ได้ ขณะที่รมว.คลัง เอาข้อมูลเก่ามาพูด ชี้แจงก็ไม่ชัดเจน การทำงบครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่านายกฯ?และรัฐมนตรีไม่มีความรู้มาตั้งแต่ต้น ให้ข้าราชการเป็นผู้ทำ ทำให้ตอบคำถามหรือชี้แจงอะไรไม่ได้ แต่ดีอย่างเดียว ที่นายกฯ ขยันมาสภามากกว่าเดิม

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ