ศาลกังขา ทนายธนาธร ตอบรายละเอียดโอนหุ้นสื่อไม่ได้

  • วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 15:04 น.

ศาลกังขา ทนายธนาธร ตอบรายละเอียดโอนหุ้นสื่อไม่ได้

ทนาย-คนขับรถ ยืนยัน ธนาธร กลับกทม.8 มค.โอนหุ้นจริง  ขณะที่ตุลาการซักละเอียดหลังพบทนายความจำรายละเอียดสัญญาไม่ได้

เมื่้อวันที่ 18 ตค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยานปากที่ 2 และ3 ในคดีหุ้นสื่อวี-ลัค มีเดียของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  โดยพยานปากที่ 2 คือ นายณัฐนนท์ อภินันท์ ทนายความ และนายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถ เป็นพยานปากที่่ 3

โดยนายณัฐนนท์ ทนายความ ศาลได้ถามถึงการทำเอกสารสัญญาโอนหุ้นดังกล่าวว่าทนายความเป็นผู้จัดเตรียมใช่หรือไม่ ซึ่งนายณัฐนนท์ชี้แจงว่า เป็นคนที่จัดเตรียมการทำสัญญาดังกล่าว โดยมีนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ เป็นคนมอบหมายว่านายธนาธรมีความประสงค์จะโอนหุ้น และนายพุฒิพงศ์เป็นคนให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา  ทั้งส่วนข้อมูลที่บรรจุในสัญญาตลอดผู้รับรองการทำสัญญา ซึ่งไม่ใช่การมอบหมายจากนายธนาธรหรือนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจแต่อย่างใด แต่เมื่อศาลสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการโอนหุ้นนายณัฐนนท์กลับไม่สามารถชี้แจงได้ว่าจำนวนหุ้นที่จะโอนมีกี่หุ้น และการโอนหุ้นเป็นอย่างไร จนศาลรัฐธรรมนูญตั้งข้อสังเกตว่าหากนายณัฐนนท์ไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว แล้วนายณัฐนนท์จะพิมพ์สัญญาได้อย่างไร จะรู้เห็นการทำสัญญาโอนหุ้นได้อย่างไร ทั้งที่โดยหลักการนายณัฐนนท์ต้องรู้ข้อมูลที่จัดเตรียมเหล่านั้นทั้งหมด

หลังจากนั้นนายณัฐนนท์ได้ชี้แจงต่อว่า การเตรียมการเอกสารการโอนหุ้นเตรียมการก่อนล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ แต่จำวันไม่ได้ ซึ่งในวันที่ 8 ม.ค.2562 มีการนัดหมายในการทำสัญญาที่บ้านของนายธนาธร เวลาประมาณ 18.00 น. โดยตนไปถึงบ้านนายธนาธรประมาณ 16.00 น. ซึ่งขณะนั้นได้พบกับนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของนายธนาธร ที่อยู่ในบ้าน แต่นางรวิพรรณบอกว่านายธนาธรยังไม่อยู่ในบ้าน และตนไม่ทราบว่านายธนาธรมาถึงบ้านตอนกี่โมง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายทำสัญญานายธนาธรก็มาถึงแล้ว  ในขั้นตอนการทำสัญญานายธนาธรและนางสมพรตรวจสอบเอกสารสัญญาและเซ็นต์สัญญาแล้ว ก็มีการติดอากรแสตมป์ในวันเดียวกัน และเห็นว่ามีการมอบเช็คให้ในวันนั้นด้วย โดยเป็นเช็คที่นางสมพรเตรียมมามอบเช็คให้นายธนาธรและภรรยา ส่วนการดำเนินการโอนหุ้นหลังจากเซ็นสัญญาเป็นหน้าที่ของนางลาวัลย์ จันทรเกษม ซึ่งเป็นพยานในการโอนหุ้นดังกล่าว เป็นคนดำเนินการแจ้งนายทะเบียนเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่ทราบว่ามีการดำเนินการเมื่อใด ขณะที่การโอนหุ้นของนางรวิพรรณ ก็มีการโอนหุ้นให้กับนางสมพรในวันเดียวกันด้วย และได้รับการประสานข้อมูลมาจาก ผอ.ฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่เหมือนกัน เป็นพยานชุดเดียวกัน และมีการจ่ายเช็คเป็นค่าตอบแทนในวันดังกล่าวเหมือนกัน

จากนั้นมีการไต่สวนพยานปากที่ 3 คือ นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถของนายธนาธร ที่เบิกความว่า ทำงานขับรถส่วนตัวให้กับนายธนาธรและภรรยา มาแล้ว 2 ปีแล้ว โดยยืนยันว่าในวันที่ 8 ม.ค.62 ได้ขับรถออกจาก จ.บุรีรัมย์มายังกทม.จริง ซึ่งมีผู้โดยสารในรถเพียงนายธนาธรคนเดียว โดยออกจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ หลังนายธนาธรขึ้นเวทีปราศรัยเสร็จตอนเช้า ประมาณ 11.00 น. กลับถึงกทม.ประมาณ 16.00 น.  แต่นายชัยสิทธิ์ไม่ได้เข้าในบ้านจึงไม่รู้ว่ามีใครอยู่ในบ้านบ้าง แต่สังเกตเห็นว่ามีรถไม่ใช่รถในบ้านมาจอดอยู่ 1 คันแต่ไม่ทราบว่าเป็นรถของใคร

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ