4พรรคประชันวิสัยทัศน์วาด "อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง"

  • วันที่ 07 ก.พ. 2562 เวลา 17:30 น.

4พรรคประชันวิสัยทัศน์วาด "อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง"

4พรรคการเมืองโชว์วิสัยทัศน์อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง "พลังประชารัฐ"เพิ่มจำนวนบัตรคนจน "เพื่อไทย"ชู6ข้อแก้เศรษฐกิจ "ประชาธิปัตย์"แก้เหลื่อมล้ำ-สร้างรายได้ อนาคตใหม่ลั่นแก้ทุนผูกขาด

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.62 หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์และกลุ่มบริษัท บางกอกโพสต์ ได้จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ "อนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง" ที่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีแกนนำจากพรรคการเมือง 4 พรรคเข้าร่วม คือ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

นายอุตตม กล่าวว่า 4 ปีต่อจากนี้ พปชร.เชื่อว่า คนไทยอยากเห็นประเทศไทยสงบสุข การเติบโตของประเทศผ่านระบบเศรษฐกิจที่ก้าวทันเวทีโลก กรอบนโยบายของพปชร.จึงเน้นสิ่งที่ทำได้จริง ไม่ขายฝัน 3 ด้าน 1.สวัสดิการประชารัฐ เพิ่มจำนวนบัตร จาก 14.5 ล้านคน ให้อีก 2-3 ล้านคน ที่ยังตกหล่น ส่วนสิทธิดูที่จำเป็นอย่างผู้สูงอายุ 2.เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียมกัน นำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเต็มศักยภาพ กระจายรายได้สร้างโอกาส 3.สังคมประชารัฐ อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข เข้มแข็ง โดยแต่ละด้านจะมีนโยบาย 7-7-7 คอยขับเคลื่อนอยู่ เลือกตั้งครั้งนี้ขึ้นกับประชาชน จะเลือกทางไหน ทางที่คุ้นเคย หรือ ทางใหม่ๆ ที่ยึดโยงกับความเป็นจริง ไม่ทิ้งปัญหาให้คนรุ่นต่อไป

นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันภาพรวมทางเศรษฐกิจไม่เลวร้าย ข้างบนแข็ง เงินที่ไหลออกเยอะกว่าไหลเข้า คนไม่มั่นใจ หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นถึง 17 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับจีดีดพี หนี้เสีย sme ก็สูงขึ้น หนี้เสียเกษตรกรเพิ่มขึ้นกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ขัดแย้งกันข้างบนแข็งข้างล่างอ่อน การบริโภคภาคครัวเรือนลดต่ำลง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำต่อเนื่อง คอรัปชั่นเป็นปัญหา ด้านรายจ่ายรัฐบาลก็เพิ่มขึ้น มากกว่าการจัดเก็บรายได้ ภาระหนี้ต่องบปะรมาณสูงขึ้น ที่สำคัญหนี้สาธารณะต่อจีดีพี คาดการณ์ ว่าภายในปี 2565 จะสูงถึงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ แม้เพดานจะอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องเริ่มพิจารณาการสร้างรายได้

"วิชั่นพรรคเพื่อไทยคือ ต้องกินดีอยู่ดี คุณภาพชีวิตทีดี มีความเท่าเทียมทางโอกาส ยุทธศาสตร์ 6 ด้าน 1.ไทยทำ ต้องมีแบรนด์ของเราเอง ไม่ใช่รับจ้างผลิตด้วยแรงงานราคาถูก 2.ไทยทันสมัย นำเทคโนโลยีมาช่วยในการแข่งขันทำรายได้ ที่สำคัญคือต้องลดขั้นตอนที่อุปสรรคจากฎหมายที่สนช.ออกมา 3.ไทยเท่าเทียม หัวใจสำคัญคือการกระจายอำนาจ สร้างโอกาสให้เท่ากันทั้งประเทศ 4.ไทยเชื่อมไทย เกิดจากการวางระบบคมนาคมเส้นเลือดฝอย วางระบบอินเทอร์เน็ตเข้าถึงข้อมูล 5.ไทยเชื่อมโลก เอาสินค้ายไทยทำกระจายไปทั่วโลก ความร่วมมือการค้าต้องเจรจา ตลาอดอาเซียน 600 ล้านคนต้องทำ 6.ไทยยั่งยืน ต้องแก้ทุจริต สิ่งแวดล้อม PM 2.5 มิเช่นนั้นระยาวอยู่ไม่ได้ พลังงานสะอาด"นายชัชชาติกล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนหวัง 3 ข้อคือ 1.ต้องหลุดพ้นจากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ 2.อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างชัดเจน 3.ไม่ต้องการให้การเมืองกลับมาสู่ภาวะแบบนี้อีก ซึ่งความท้าท้ายและแนวนโยบายของปชป.คือ 1.การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ทำให้เราต้องแก้ไขกฎหมายล้าสมัย ระเบียบหยุมหยิม ขั้นตอนยุ่งยาก ต้องสะสาง รวมถึงการกระจายอำนาจ 2.โลกาภิวัฒน์ กระทบกับประชาชนมากยิ่งขึ้น ต้องฟื้นฟูการเจรจาก การค้าการลงทุนของภูมิภาคในฐานะอาเซียนกับจีน ไม่ใช่ทิวภาคี 3.ไทยยังติดกับดักรายได้ปานกลาง กินบุญเก่าจากทรัพยากรไม่ได้แล้ว ต้องสร้างรายได้ให้ประเทศ 4.สังคมสูงวัย กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้องหาสวัสดิการดูแล ถ้าไม่ทำในระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 5.ความเหลื่อมล้ำสูงทุกมิติ ทั้งสังคมและเศรษฐกิจ ทั้งระดับภูมิภาค ต้องปฏิรูประบบภาษี ขจัดการผูกขาดการค้า ต้องแก้กฎหมาย 6.การเมืองที่ยือเยื้อเรื้อรังมานับ 10 ปี ทำให้คนขาดศรัทธา ซึ่งต้องปราศจากการทุจริต การรัฐประหาร 2 ครั้งที่มาเกิดจากการทุจริต นำไปสู่ความเจ็บปวดและเสียหาย ทั้งหมดคือโจทย์และทางออกของประชาธิปัตย์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ประเทศไทยต้องเดินไปบนถนนประชาธิปไตยไม่ย้อนกลับ ประชาชนต้องเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องสุจริต

นายธนาธร กล่าวว่า คนในชุมชนแออัดของประเทศไทย การมีงานทำดีๆมีเงิน มีบ้านสักหลัง เป็นเรื่องห่างไกลจากฝันในชีวิต ที่ต้องถูกกังขังโดยชาติกำเนิดของเขา อนาคตใหม่ จึงมีวิสัยทัศน์ คนเท่าเทียมกัน ไทยเท่าทันโลก เราเลือกเกิดไม่ได้ ย้ายที่อยู่ไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างสรรค์การเมืองที่ดี สร้างบริการสาธารณะ คมนาคม สาธารณสุข และการศึกษาที่ดีให้สังคมพร้อมต่อการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจได้ ทุกพรรคการเมืองต่างนำเสนอนโยบายที่ไม่ต่างกัน แต่ทำไมประเทศยังก้าวข้ามจุดนี้ไปไม่ได้ ก็เพราะตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามีนายกฯ 7 คน รัฐประหาร 2 ครั้ง และการชุมนุมนับไม่ถ้วนที่เสียชีวิต รัฐธรรมนูญ 5 ฉบับ ซึ่งนี่บ่งชี้ปัญหาอย่างที่สุดว่า ปัญหาของเราคือ ไม่มีข้อตกลงในการอยู่ร่วมสังคมไทย ใจกลางของปัญหาคือ อำนาจบริหารทรัพยากรของประเทศนั้น อยู่ที่ อำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง หรืออำนาจจากการแต่งตั้งกันแน่

นายธนาธร กล่าวว่า พูดให้มากไปกว่านั้น นี่คือโจทย์ตั้งแต่ปี 2475 ที่มีรัฐประหารรวม 13 ครั้ง ซึ่งคือ ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่มีใครพูด นี่คือยุคสมัยใหม่ ต้องทำให้การรัฐประหาร 2557 ที่เป็นโซ่ตรวน ทำให้ประเทศไทยไม่ไปข้างหน้าเป็นครั้งสุดท้าย โดยโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนี้คือ พันธมิตร กลุ่มทุนผูกขาด ปิดทางเอสเอ็มอี ต้นตอความเหลื่อมล้ำ รัฐราชการรวมศูนย์ ซ้ำซ้อนให้อำนาจมากจนเอื้อการทุจริต ผู้นำกองทัพที่เป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ยังเบ่งอำนาจกดขึ่ข่มเหงประชาชน ทำอะไรไม่เคยผิด ไม่ต้องรับผิดชอบ ผมต้องกาารปฏิรูป โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมเหล่านนี้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพของคนไทยทุกที่ให้ระเบิดออกมาอย่างงอกงาม

"ตัวอย่างการผูกขาด เช่น ดิวตี้ฟรี ในสนามบิน สัญญาอนุญาตให้มีผู้ประกอบการรายเดียวที่มั่งคั่งกว่า 1 แสนล้านบาท ภายใน 20 ปี ซึ่งคสช.พยายามแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้กลุ่มทุนเดิมกลับมาถือสัญญาด้วย ซึ่งนี่คือกลุ่มทุนที่สนับสนุนเงินให้พรรคการเมืองที่จะสนับสนุนนายกฯคนปัจจุบันมาเป็นนายกฯต่อไปอีก ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ต้องกลับมาเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ด้วยระบบรัฐสภา ที่จะแก้ไขความเห็นต่างได้ โดยไม่ต้องลงถนน" นายธนาธรกล่าว

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ