เปิด4พื้นที่เลือกตั้ง ปมแบ่งเขตพิสดาร

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 06:48 น.

เปิด4พื้นที่เลือกตั้ง ปมแบ่งเขตพิสดาร

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง สส.ออกมาทั้ง 350 เขต ปรากฏว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักว่าเป็นการแบ่งเขตเลือกตัง 2562 เพื่อเอื้อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีการผ่า แบ่ง หรือยุบรวมเขตเลือกตั้งแตกต่างไปจากการเลือกตั้งในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้เริ่มที่ จ.สุโขทัย ฐานที่มั่น สำคัญของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" แกนนำ พรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ สุดตัว ถูกกล่าวขานว่าเป็นการแบ่งเขตที่สุดพิสดาร โดย "สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล" อดีต สส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาแฉถึงเบื้องหลังของการแบ่งเขตเลือกตั้งอันสุดแปลกประหลาดครั้งนี้ว่า มีการแบ่งเขต อ.กงไกรลาศ ออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่มีนักการเมืองใหญ่ใน จ.สุโขทัย บางคนต้องการตัดแบ่งเขตออกเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ

ในขณะที่ตนเองเสนอให้แบ่งเขตรูปแบบเดิมเหมือนกับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ด้วยความเหมาะสมทั้งเรื่องเขตติดต่อและจำนวนประชากรที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีการทำหนังสือถึง กกต.ไปตั้งแต่เดือน ส.ค. เพื่อขอให้แบ่งเขตตามรูปแบบเดิม พร้อมแจ้งให้ระวังเรื่องการแทรกแซงเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่สุดท้ายมีการประกาศใช้วิธีการแบ่งเขตแบบที่ 4 ที่ชาวบ้านเรียกว่าเป็นรูปแบบพิสดาร

"ความพิสดารของการแบ่งเขต เลือกตั้งที่ จ.สุโขทัย คือ การเอา อ.ทุ่งเสลี่ยม มาเชื่อมกับเขต 2 ทั้งที่มีอาณาเขตติดต่อกันเพียง 500 เมตรเท่านั้น และสภาพภูมิศาสตร์ยังเป็นภูเขา จึงมองว่าเพียงแค่ เริ่มต้นการแบ่งเขตยังไม่ยุติธรรม แล้วจะมีอะไรทำให้เชื่อว่าการหย่อนบัตรเลือกตั้งจะมีความสุจริต เที่ยงธรรม" สัมพันธ์ กล่าว

อีกพื้นที่ที่สร้างความเคลือบแคลงสงสัย คือ จ.นครราชสีมา ซึ่งทราบดีว่าพื้นที่นี้เจ้าถิ่นใหญ่ คือ "วิรัช รัตนเศรษฐ" อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่ยกครอบครัว "ทัศนียา" และลูกชาย "อธิรัฐ" อดีตสส.นครราชสีมา มาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ จนทำให้พรรคคู่แข่งอย่างพรรคเพื่อไทยต้องออกมาท้วงติง

"ประเสริฐ จันทรรวงทอง" อดีต สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย บอกว่า จ.นครราชสีมา ถูกแบ่งกระจุยกระจายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ว่าจะหายไป 1 เขตจาก 15 เขต เหลือ 14 เขต แต่ไม่น่าจะแบ่งออกมาหน้าตาแปลกประหลาดอย่างนี้ เป็นรูปแบบที่ไม่อยู่ในข้อเสนอของ กกต.จังหวัดเสนอต่อ กกต.ใหญ่

"ประเสริฐ" บอกอีกว่าที่ผ่านการทำประชาพิจารณ์กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเขต อ.เมืองนครราชสีมา ถูกซอยย่อยออกเป็น 4-5 เขตเลือกตั้ง ขณะที่ อ.ปากช่อง ที่มีประชากรเท่ากับ 1 เขตเลือกตั้ง แต่ กกต.ไปตัดบางตำบลใน อ.ปากช่อง ออกหรือเขตเลือกตั้งที่ 3 อ.สีคิ้ว ไม่เคยรวมกับ อ.ขามทะเลสอ มาก่อนก็ถูกนำมารวมกัน ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคใกล้ชิดรัฐบาลและ คสช.หรือไม่

ขณะที่ จ.อุบลราชธานี ที่ "ก๊วนอุบลฯ" ที่มี "สุพล ฟองงาม" อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นำทีมกระโดดย้ายข้างมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดนตั้งคำถามถึงความได้เปรียบ

"อิสสระ สมชัย" รองหัวหน้าพรรค ปชป. และอดีต สส.อุบลราชธานี กล่าวว่า การเอาเขตใหญ่ๆ 2 อำเภอมารวมกันนั่นคือ อ.ม่วงสามสิบ ที่เป็นเขตเดิมของ "ศุภชัย ศรีหล้า" และ อ.เขื่องใน ที่เดิมเป็นของ "วุฒิพงษ์ นามบุตร" จะเสีย สส.ในเขตนี้ไป 1 ที่นั่ง ไม่ทราบว่าจริงๆ แล้ว กกต.มีเจตนาหรือความตั้งใจอย่างไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ไม่ควรทำเช่นนี้

นอกจากนี้ยังมีเขตเลือกตั้งที่ กกต.ถูกโจมตีล้วนเป็นพื้นที่พลังดูดของพรรคพลังประชารัฐ อย่าง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็น เขตอิทธิพลของกลุ่ม "ธรรมวิชญ์" และ "อัฏฐพล" บุตรชายของ "ประชา โพธิพิพิธ" หรือ "กำนันเซี๊ยะ" อดีต สส.กาญจนบุรี พรรค ปชป. ที่ถูกดูดไปพรรคพลังประชารัฐ

"ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร" อดีต สส.กาญจนบุรี พรรค ปชป. กล่าวว่า ปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้ง สส. เขต 2 จ.กาญจนบุรี กกต.แบ่งเขตโดยตัด ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย และ ต.หนองโรง ทุ่งสมอ ดอนเจดีย์ และ ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน ออกไป ทำให้เขต 2 เป็นเขตเดียวของ จ.กาญจนบุรี หรืออาจเป็นเขตเดียวของประเทศไทยที่มีราษฎรเพียง 1.42 แสนคน ทำให้เขต 2 มีราษฎรน้อยกว่าเขต 1 ถึง 5.5 หมื่นคน และน้อยกว่า เขต 3 ถึง 4.7 หมื่นคน

ทั้งหมดนี้ความได้เปรียบในเขต เลือกตั้งจะส่งผลให้ผู้สมัครชนะการเลือกตั้งหรือไม่ สุดท้ายคำตอบอยู่ที่ผลการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ 2562

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ