posttoday
"สงครามไซเบอร์" ชี้ขาดเลือกตั้ง

"สงครามไซเบอร์" ชี้ขาดเลือกตั้ง

16 ตุลาคม 2561

"บิ๊กตู่"มีอาวุธครบมือสำหรับลงสนามเลือกตั้งแล้ว โอกาสชนะมีมากกว่าใคร เหลือเพียงแต่อย่าสะดุดขาตัวเองเท่านั้น

"บิ๊กตู่"มีอาวุธครบมือสำหรับลงสนามเลือกตั้งแล้ว โอกาสชนะมีมากกว่าใคร เหลือเพียงแต่อย่าสะดุดขาตัวเองเท่านั้น

*******************************

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ยิ่งเข้าใกล้การเลือกตั้งมากเท่าไรก็เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของพรรค การเมือง ไม่เว้นแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มากขึ้นเท่านั้น

อย่างล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำการเปิดเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมด้วยการสื่อสารในรูปแบบออนไลน์อย่างเป็นทางการหลายช่องทาง ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีแต่แฟนคลับออกแรงทำให้มาเป็นเวลานาน

“สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน จากการที่พวกเราส่วนใหญ่ นิยมสื่อสารกันผ่าน Facebook อยู่เป็นประจำ ผมจึงถือโอกาสเปิด Facebook ส่วนตัวของผม เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางในการสื่อสารแนวนโยบาย การทำงานของผมและรัฐบาล รวมถึงเล่าสู่กันฟังถึงข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ และเป็นช่องทางที่ผมและพี่น้องประชาชนจะเข้าถึงกันได้ดียิ่งขึ้น

หากท่านมีข้อเสนอแนะ ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือต้องการให้ผมลงไปดูแลแก้ปัญหา ก็สามารถเขียนเข้ามาเล่าสู่กันฟังได้ เพื่อที่ผมและทีมงานจะได้มีข้อมูลและดูแลช่วยเหลือได้โดยตรงครับ” เป็นข้อความแรกจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha”

การใช้สื่อออนไลน์ของรัฐบาลไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในทางการเมือง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทีมโฆษกของรัฐบาลก็ได้ใช้การสื่อสารลักษณะดังกล่าวอยู่เป็นระยะ แต่เมื่อครั้งนี้เป็นกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงมาเล่นด้วยตนเอง จึงนับว่ามีนัยทางการเมืองสำคัญอย่างยิ่ง

ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งมาเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งตลอดเวลากว่า 4 ปีมานี้ นายกฯ ไม่ได้มีการสร้างช่องทางในการสื่อสารกับประชาชนในรูปแบบนี้มาก่อน โดยจะหนักไปทางการสื่อสารทางเดียวด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการจัดรายการทุกวันศุกร์

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสื่อสารตามแบบของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมาดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก แม้จะมีความถี่ในการใช้เครื่องมือก็ตาม ด้านหนึ่งคงเป็นเพราะระยะหลังมานี้รัฐบาลจะขยับตัวไปทางไหน ก็มักจะโดนก้อนอิฐอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นธรรมชาติของรัฐบาลที่อยู่มาเป็นเวลานานและกำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง

ด้วยเหตุนี้เอง พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องพยายามสื่อสารทางบวกกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อเร่งผลงานของรัฐบาลในโค้งสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม การขยับตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ไม่ได้หวังผลเพียงแค่การประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลหรือของตัวเองเท่านั้น แต่หวังผลไปถึงการหาเสียงเลือกตั้งด้วย

ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าการก้าวเข้ามาใช้สื่อออนไลน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นช้ากว่าคู่แข่งไปพอสมควร เพราะบรรดาผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองหลายคนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ต่างเดินหน้าใช้ระบบออนไลน์กันไปไกลพอสมควร

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีคนติดตามในเฟซบุ๊กประมาณ 6 ล้านคน สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย และ ทักษิณ ชินวัตร และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี มีคนตามประมาณ 2 ล้านคน หรือแม้แต่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็มีคนติดตามราว 1 แสนคน

อีกทั้งพรรคการเมืองหลายพรรคก็ได้ลงมาในสนามออนไลน์เพื่อแย่งชิงพื้นที่ทางการเมืองด้วย ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ที่ทุมกำลังกับการสร้างความนิยมผ่านโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ซึ่งก็ได้ผลตอบรับอย่างดี ภายหลังชื่อของ “ธนาธร” ติดเข้ามาอยู่ในโพลประชาชนต้องการให้เป็นนายกฯ ด้วย ทั้งๆ ที่เป็นหน้าใหม่และไม่มีฐานทางการเมืองมาก่อน

นอกจากนี้ เมื่อระบบการเลือกตั้ง ที่เปลี่ยนมาใช้ “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” ที่ใช้บัตรเลือกตั้ง สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพียงใบเดียวในการหา ทั้ง สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งและ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ยิ่งเป็นปัจจัยให้การเสียงจะใช้รูปแบบกึ่งสำเร็จที่เน้นการเดินสายหาเสียงและตั้งเวทีปราศรัยรูปเดิมเหมือนในอดีตไม่ได้อีกต่อไป

ประกอบกับมีการคาดการณ์กันว่าตัวของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งครั้งนี้จะมีราว 40 ล้านคน และจำนวนหนึ่งจะเป็นผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งครั้งแรก (New Voter) ประมาณ 6-7 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขจำนวนไม่น้อย ซึ่งหากสามารถหาวิธีการที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ โอกาสที่จะได้จำนวน สส.มากขึ้นก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์และทีมงานจึงไม่มีทางเลือกตั้ง นอกจากจะต้องลงในสมรภูมินี้ แม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าตามหลังเพื่อนอยู่หลายก้าวก็ตาม เพราะการ จะหวังพึ่งแต่พละกำลังของพรรค พลังประชารัฐเพียงอย่างเดียว ก็คงไม่สามารถสร้างกระแสแข่งกับฝั่งตรงข้ามได้มากนัก

แต่กระนั้นการตามหลังของนายกฯ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่รั้งท้ายเสีย ทีเดียว เนื่องจากเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีสถานะเป็นรัฐบาลที่กุมอำนาจรัฐ

ในเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีอาวุธครบมือสำหรับลงสนามแล้ว โอกาสชนะการเลือกตั้งมีมากกว่าใคร เหลือเพียงแต่อย่าสะดุดขาตัวเองเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

 DSI พบเส้นเงิน Forex โอนเข้า ภาวุธ สส.ประชาชน 14 ครั้ง รวม 28 ล้าน

 DSI พบเส้นเงิน Forex โอนเข้า ภาวุธ สส.ประชาชน 14 ครั้ง รวม 28 ล้าน