
สลัดฝืดแซมบา ปลดล็อกฟ้าขาว
กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับสำหรับคอลัมน์ “ก่อนลงสนาม” หลังจากห่างหายไปพักใหญ่ๆ
กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับสำหรับคอลัมน์ “ก่อนลงสนาม” หลังจากห่างหายไปพักใหญ่ๆ
เนื่องจากฟุตบอลลีกต่างๆ อยู่ในช่วงพักเบรกปิดฤดูกาลกันหมด แถมยังต้องหลีกทางเปิดพื้นที่ให้กับการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ
ช่วงนี้ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของวงการลูกหนังที่กำลังบรรเลงเพลงแข้งกันอย่างเมามันส์มีอยู่ 2 รายการด้วยกันครับ คือ ศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ที่ประเทศเยอรมนี และ ศึกโคปา อเมริกา 2011 ซึ่งอาร์เจนตินารับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ
สำหรับศึกดวลแข้งแม่เนื้อนิ่มตอนนี้ผ่านรอบแรกเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว ซึ่งจะลงสนามกันในสุดสัปดาห์นี้ ได้แก่ “แชมป์เก่า” เยอรมนี-ญี่ปุ่น ซึ่งผู้ชนะจะเข้าไปเจอกับผู้ชนะของคู่ สวีเดน–ออสเตรเลีย ส่วนอีกสายหนึ่ง อังกฤษ-ฝรั่งเศส เข้ารอบตัดเชือกไปพบผู้ชนะคู่ บราซิล-สหรัฐอเมริกา
ดูจากเส้นทางแล้วมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่คู่ชิงชนะเลิศ วันที่ 17 ก.ค. จะเป็นการรีเพลย์แมตช์ระหว่าง เยอรมนี กับ บราซิล ซึ่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แข้งสาวจากเมืองเบียร์ผงาดคว้าแชมป์โลก ด้วยการคว่ำสาวแซมบา 2-0
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะไปล้างแค้นในนัดชิง บราซิลจำเป็นต้องผ่านศึกหนักรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่าง สหรัฐ ไปให้ได้เสียก่อน ซึ่งแข้งสาวเมืองลุงแซมหวังที่จะล้างตาบราซิลเหลือเกิน เพราะเมื่อ 4 ปีก่อน สหรัฐโดนบราซิลไล่ต้อนไป 4-0 ในรอบตัดเชือก
คอยติดตามดูกันต่อไปครับว่า ที่สุดแล้วมหาอำนาจแข้งสาวในครั้งนี้จะเป็นใคร
ขณะที่ศึกชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน แม้เพิ่งจะดวลกันในรอบแรกก็ตาม
ฟุตบอลรายการนี้ถูกจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะเต็มไปด้วยดาวเตะระดับพระกาฬยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ตัวอย่างเช่น เนย์มาร์ (บราซิล),ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา), อเล็กซิสซานเชซ (ชิลี)
ไหนจะมีมหาเทพแซมบาแห่งแอนฟิลด์อย่าง ลูคัส เลวา อีกคน (หุหุ)
แต่กลายเป็นว่าสตาร์หลายคนที่โชว์ฟอร์มกระฉูดในสโมสร กลับฟอร์มฝืดในการมารับใช้ชาติ โดยเฉพาะบรรดาแข้งอาร์เจนไตน์ที่ลงสนาม 2 นัดแรก กลุ่มเอ เสมอ โบลิเวีย 1-1 ต่อด้วยเจ๊า โคลัมเบีย แบบไร้สกอร์ 0-0
ขณะที่ บราซิล ก็ฝืดไม่แพ้กัน เสมอได้แม้กระทั่ง เวเนซุเอลา 0-0 ในเกมนัดแรก กลุ่มบี ทั้งที่ก่อนหน้านี้พลพรรคแข้งเซเลเซา มักเป็นฝ่ายไล่ถลุงนักเตะจากแดนนางงามอยู่เป็นประจำ
บราซิล จะลงเตะนัดที่ 2 พบกับ ปารากวัย ในคืนวันเสาร์นี้ครับ โดยเกมนัดแรกของ ปารากวัย ก็เสมอกับ เอกวาดอร์ 0-0 เช่นกัน ดังนั้นทีมใดเก็บ 3 แต้มนัดนี้ได้ โอกาสเข้ารอบถือว่าใสปิ๊ง
นัดที่แล้ว บราซิล ส่งแนวรุกลงสนามครบครัน ทั้ง เนย์มาร์, โรบินโญ, อเล็กซานเดรปาโต แต่เกมนี้กุนซือ มาโน มาเนเซส อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าเจ้าหนูเนย์มาร์ น่าจะโดนแจ็กพอตออกสตาร์ตบนม้านั่งสำรอง
ด้าน ปารากวัย มีทีเด็ดอยู่ที่ลูกกลางอากาศของ 2 หัวหอกคือ โรเก ซานตา ครูซ และ ลูคัส บาร์ริออส ซึ่งเกมที่แล้วมีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้ง แต่นายทวารเอกวาดอร์ดันผีเข้าป้องกันประตูไว้ได้หมดพอดี
แม้นัดแรกแข้งแซมบาจะโชว์ฟอร์มติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง แต่การเจอกับ ปารากวัย ที่ไม่น่าจะมาอุดแหลกเหมือนกับเวเนซุเอลา น่าจะทำให้บราซิลมีพื้นที่เล่นได้ง่ายขึ้นและเป็นฝ่ายหยิบ 3 แต้มไปครองได้ในที่สุด
กลับไปที่แข้งฟ้าขาวอีกครั้งครับ โดยอาร์เจนตินา จะลงเตะนัดสุดท้ายกลุ่มเอ พบกับ คอสตาริกา ในช่วงเช้าตรู่วันอังคาร ตามเวลาในไทย ซึ่งทีมฟ้าขาวจำเป็นต้องเก็บชัยชนะให้ได้ หากหวังที่จะตบเท้าเข้ารอบ
แม้จะฝืดสนิทมาทั้ง 2 นัด จนโดนแฟนบอลโห่แหลก แต่กุนซือแซร์จิโอ บาติสตา ยืนยันว่าคงไม่เปลี่ยนแปลงผู้เล่นมากนักในนัดสุดท้าย นั่นหมายถึง เมสซี น่าจะได้ยืนไล่ล่าตาข่ายต่อไป แม้ฟอร์มในทีมชาติกับสโมสรจะต่างกันลิบลับ
ด้านแข้งคอสตาริกาส่วนใหญ่เล่นลีกภายในประเทศ โดยคนที่แฟนบอลบ้านเราน่าจะพอคุ้นหูที่สุดคือกุนซือริคาร์โด ลา วอลเป โค้ชชาวจังโก้ที่เคยพาทีมชาติเม็กซิโกลุยศึกเวิลด์คัพ 2006
เกมนี้เรียกว่า แข้งอาร์เจนไตน์ “หลังชนฝา” ที่ต้องชนะสถานเดียวเท่านั้น ซึ่งยังเชื่อลึกๆ ว่ามาตรฐานของผู้เล่นบวกกับสถานการณ์บีบคั้นน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ขุนพลฟ้าขาวสามารถปลดล็อกเก็บชัยชนะ พร้อมกับกรีธาทัพเข้ารอบต่อไป







