posttoday
สู่ถ้ำโพธิสัตว์‘ตั๊กม้อ’ปฏิสันถารกับพระจีน (จบ)

สู่ถ้ำโพธิสัตว์‘ตั๊กม้อ’ปฏิสันถารกับพระจีน (จบ)

24 มิถุนายน 2554

ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส

ตามที่ทราบว่า หลวงพ่อได้เดินทางไปเจริญสมณธรรมที่ถ้ำปรมาจารย์ตั๊กม้อ วัดเส้าหลิน ประเทศจีน จึงใคร่ขออาราธนาให้เล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางศึกษาปฏิบัติของสาธุชน และจะได้ร่วมอนุโมทนาในการบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ด้วย

เคารพอย่างสูง

อารีย์ เตชะหรูวิจิตร

ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์กลาง

วิสัชนา : ถ้านั่งแล้วอยู่สงบอย่างนี้ตลอด ก็ไม่ใช่พระพุทธศาสนาของแท้ พระพุทธศาสนานั่งแล้วต้องรู้ ตื่น เบิกบาน ในอิริยาบถเดิน นั่ง ยืน นอน ต้องมีสติปัญญาอยู่ตลอดทุกขณะ ทำให้จิตมั่นคง เป็นหนึ่งเดียว เพื่อการศึกษาค้นคว้าธรรมะได้อย่างมีระบบและมีคุณภาพ จึงต้องใช้สมาธิเป็น ซึ่งไม่ได้ใช้สมาธิขั้นนี้ ต้องลดมาแค่ขั้นกลางๆ ถึงจะใช้ได้ (อยู่ระหว่างรูปฌาน ๓ กับ รูปฌาน ๔)แต่ว่าขั้นนี้ ขณะนี้เขานั่งอยู่ในป่าภูเขา ในถ้ำตั๊กม้ออย่างนี้ หลายๆ วันก็ได้ แต่ไม่ควรเกิน ๗ วัน ตามความพอเหมาะ เขาสามารถอยู่คุ้มครองตัวเองได้ ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่มีอะไรเหลือแล้ว เป็นวิชาในชมพูทวีป

นี่คือถูกต้องตามหลักธรรม ตรงนี้ที่เขาเอามาใช้เป็นกำลังภายใน กำลังฌาน เดี๋ยวให้เขาออกจากสมาธิแบบถอยออกตามลำดับ และใช้ปีติฌาน ๒ ส่งออกด้วยอุพเพงคาปีติอย่างเต็มกำลัง ให้ตั้งใจดู

คำถามจากการปฏิบัติ

พระสงฆ์จีน : ตอนเข้าสมาธิแล้ว ร่างกายเหมือนยังสั่นอยู่ หมายความว่าอย่างไร

หลวงพ่อ : เป็นปีติ แผ่จากกายจิต นักปฏิบัติต้องรู้จักปีติ มี๕ องค์ใหญ่ ในพระศาสนาเรียกว่า ขุททกาปีติ ขณิกาปีติ โอกกันติกาปีติ อุพเพงคาปีติ ผรณาปีติ ตัวนี้เรียกว่า อุพเพงคาปีติ กายสั่น การโยก เดี๋ยวให้เขาลดกำลังออกมา ให้ดูว่าเมื่อพลังออกมา จะแรงมาก

พระสงฆ์จีน : ตอนนี้เขาได้ยินเราพูดอยู่ไหม

หลวงพ่อ : ได้ยิน เหมือนไม่ได้ยิน เพราะจิตรวมตัวนิ่งและดำเนินอยู่ในแนวการเคลื่อนตัวไปตามลำดับของจิตที่โน้มไปสู่วิถีอุเบกขา เพื่อความเป็นเอกัคคตาจิต

พระสงฆ์จีน : ตอนนี้อยู่ในข้อไหน

หลวงพ่อ : ข้อที่ ๕ ทั้งหมดมี ๕ ข้อ เป็นอุเบกขา ความเป็นหนึ่งเดียวของจิต

พระสงฆ์จีน : ไม่ใช่ ๘

หลวงพ่อ : นี่เป็น ๔ ล่าง รูปฌาน มีบนอีก ๔ อรูปฌานทั้งหมดเป็น ๘

พระสงฆ์จีน : สงสัยว่า ฌานขั้น ๔ จะไม่มีปีติแล้วใช่ไหม

หลวงพ่อ : ใช่ พ้นแล้ว พ้นปีติแล้ว ต้องปฏิบัติจึงจะเข้าใจมากกว่านี้ แล้วจะถามได้มากกว่านี้ การเข้าฌาน ต้องออกจากฌานได้ ไม่เช่นนั้นจะติดอยู่อย่างนี้

พระสงฆ์จีน : สติ ขณะนี้ยังรู้อยู่ไหม

หลวงพ่อ : รู้ แต่เป็นการรู้นิ่งสงบ ไม่ไปในอารมณ์ข้างหน้าและข้างหลังแล้ว เดี๋ยวให้คลายออก แบบแรงๆ หน่อย

พระสงฆ์จีน : เวลาให้ออก ได้ยินไหม

หลวงพ่อ : ได้ยิน ได้ยินเสียงอยู่ข้างนอกแว่วๆ ไม่ได้ลึกถึงขั้นดับข้างนอก ขั้นนั้นต้อง ๔ บน อยู่ในขั้นที่บาลีเรียกว่า ขั้นที่ ๘ เนวสัญญานาสัญญายตนะ อรูปฌาน-เพ่งความไม่มีรูปอีก ๔ ขั้น ต่อเนื่องจากรูปฌาน ๔ (วิตก วิจาร ปีติ สุข และอุเบกขารมณ์) ภาษาบาลี เรียกว่า อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ และเนวสัญญานาสัญญายตนะ ซึ่งต้องรู้วิธีการเข้า เป็นการเข้าคนละรูปแบบกัน ละเอียด และสูงกว่าตรงนี้มากมาย

เมื่อสิ้นสุดการบรรยายธรรมดังกล่าว ก็ได้เดินทางต่อสู่วัดเส้าหลิน เพื่อเตรียมโคจรจาริกสู่เมืองไคฟง โดยมีคณะสงฆ์จีนแห่งเซี่ยงโก๋ว ซึ่งเป็นพระอารามหลวง รอต้อนรับอย่างอลังการ โอกาสหน้าจะบรรยายธรรมบางตอนที่แสดงที่นี่ และรูปภาพสำคัญมาให้ได้รับรู้รับชม เพื่อร่วมอนุโมทนากันต่อไป

ขอเจริญพร

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน