
สู่ถ้ำโพธิสัตว์‘ตั๊กม้อ’ปฏิสันถารกับพระจีน (จบ)
ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
ตามที่ทราบว่า หลวงพ่อได้เดินทางไปเจริญสมณธรรมที่ถ้ำปรมาจารย์ตั๊กม้อ วัดเส้าหลิน ประเทศจีน จึงใคร่ขออาราธนาให้เล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางศึกษาปฏิบัติของสาธุชน และจะได้ร่วมอนุโมทนาในการบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ด้วย
เคารพอย่างสูง
อารีย์ เตชะหรูวิจิตร
ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์กลาง
วิสัชนา : ถ้านั่งแล้วอยู่สงบอย่างนี้ตลอด ก็ไม่ใช่พระพุทธศาสนาของแท้ พระพุทธศาสนานั่งแล้วต้องรู้ ตื่น เบิกบาน ในอิริยาบถเดิน นั่ง ยืน นอน ต้องมีสติปัญญาอยู่ตลอดทุกขณะ ทำให้จิตมั่นคง เป็นหนึ่งเดียว เพื่อการศึกษาค้นคว้าธรรมะได้อย่างมีระบบและมีคุณภาพ จึงต้องใช้สมาธิเป็น ซึ่งไม่ได้ใช้สมาธิขั้นนี้ ต้องลดมาแค่ขั้นกลางๆ ถึงจะใช้ได้ (อยู่ระหว่างรูปฌาน ๓ กับ รูปฌาน ๔)แต่ว่าขั้นนี้ ขณะนี้เขานั่งอยู่ในป่าภูเขา ในถ้ำตั๊กม้ออย่างนี้ หลายๆ วันก็ได้ แต่ไม่ควรเกิน ๗ วัน ตามความพอเหมาะ เขาสามารถอยู่คุ้มครองตัวเองได้ ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่มีอะไรเหลือแล้ว เป็นวิชาในชมพูทวีป
นี่คือถูกต้องตามหลักธรรม ตรงนี้ที่เขาเอามาใช้เป็นกำลังภายใน กำลังฌาน เดี๋ยวให้เขาออกจากสมาธิแบบถอยออกตามลำดับ และใช้ปีติฌาน ๒ ส่งออกด้วยอุพเพงคาปีติอย่างเต็มกำลัง ให้ตั้งใจดู
คำถามจากการปฏิบัติ
พระสงฆ์จีน : ตอนเข้าสมาธิแล้ว ร่างกายเหมือนยังสั่นอยู่ หมายความว่าอย่างไร
หลวงพ่อ : เป็นปีติ แผ่จากกายจิต นักปฏิบัติต้องรู้จักปีติ มี๕ องค์ใหญ่ ในพระศาสนาเรียกว่า ขุททกาปีติ ขณิกาปีติ โอกกันติกาปีติ อุพเพงคาปีติ ผรณาปีติ ตัวนี้เรียกว่า อุพเพงคาปีติ กายสั่น การโยก เดี๋ยวให้เขาลดกำลังออกมา ให้ดูว่าเมื่อพลังออกมา จะแรงมาก
พระสงฆ์จีน : ตอนนี้เขาได้ยินเราพูดอยู่ไหม
หลวงพ่อ : ได้ยิน เหมือนไม่ได้ยิน เพราะจิตรวมตัวนิ่งและดำเนินอยู่ในแนวการเคลื่อนตัวไปตามลำดับของจิตที่โน้มไปสู่วิถีอุเบกขา เพื่อความเป็นเอกัคคตาจิต
พระสงฆ์จีน : ตอนนี้อยู่ในข้อไหน
หลวงพ่อ : ข้อที่ ๕ ทั้งหมดมี ๕ ข้อ เป็นอุเบกขา ความเป็นหนึ่งเดียวของจิต
พระสงฆ์จีน : ไม่ใช่ ๘
หลวงพ่อ : นี่เป็น ๔ ล่าง รูปฌาน มีบนอีก ๔ อรูปฌานทั้งหมดเป็น ๘
พระสงฆ์จีน : สงสัยว่า ฌานขั้น ๔ จะไม่มีปีติแล้วใช่ไหม
หลวงพ่อ : ใช่ พ้นแล้ว พ้นปีติแล้ว ต้องปฏิบัติจึงจะเข้าใจมากกว่านี้ แล้วจะถามได้มากกว่านี้ การเข้าฌาน ต้องออกจากฌานได้ ไม่เช่นนั้นจะติดอยู่อย่างนี้
พระสงฆ์จีน : สติ ขณะนี้ยังรู้อยู่ไหม
หลวงพ่อ : รู้ แต่เป็นการรู้นิ่งสงบ ไม่ไปในอารมณ์ข้างหน้าและข้างหลังแล้ว เดี๋ยวให้คลายออก แบบแรงๆ หน่อย
พระสงฆ์จีน : เวลาให้ออก ได้ยินไหม
หลวงพ่อ : ได้ยิน ได้ยินเสียงอยู่ข้างนอกแว่วๆ ไม่ได้ลึกถึงขั้นดับข้างนอก ขั้นนั้นต้อง ๔ บน อยู่ในขั้นที่บาลีเรียกว่า ขั้นที่ ๘ เนวสัญญานาสัญญายตนะ อรูปฌาน-เพ่งความไม่มีรูปอีก ๔ ขั้น ต่อเนื่องจากรูปฌาน ๔ (วิตก วิจาร ปีติ สุข และอุเบกขารมณ์) ภาษาบาลี เรียกว่า อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ และเนวสัญญานาสัญญายตนะ ซึ่งต้องรู้วิธีการเข้า เป็นการเข้าคนละรูปแบบกัน ละเอียด และสูงกว่าตรงนี้มากมาย
เมื่อสิ้นสุดการบรรยายธรรมดังกล่าว ก็ได้เดินทางต่อสู่วัดเส้าหลิน เพื่อเตรียมโคจรจาริกสู่เมืองไคฟง โดยมีคณะสงฆ์จีนแห่งเซี่ยงโก๋ว ซึ่งเป็นพระอารามหลวง รอต้อนรับอย่างอลังการ โอกาสหน้าจะบรรยายธรรมบางตอนที่แสดงที่นี่ และรูปภาพสำคัญมาให้ได้รับรู้รับชม เพื่อร่วมอนุโมทนากันต่อไป
ขอเจริญพร







