posttoday
ต้นไม้กับการดูแลรักษาธรรมชาติภายในเขื่อนรัชชประภา

ต้นไม้กับการดูแลรักษาธรรมชาติภายในเขื่อนรัชชประภา

10 มิถุนายน 2554

ระหว่างเราเข้าไปพักค้างคืนภายในบ้านพักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ระหว่างเราเข้าไปพักค้างคืนภายในบ้านพักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

โดย..ม.ล. จารุพันธ์ ทองแถม

ภายในเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) เห็นจะไม่ต้องกล่าวก็ได้ว่า บรรยากาศโดยทั่วไปมีความสวยงาม อากาศสดชื่นขนาดไหน ที่เป็นเช่นนั้นได้ก็เพราะทาง กฟผ.พยายามดูแลรักษาความเป็นธรรมชาติของป่าเขาและท้องน้ำในเขื่อนเป็นอย่างดี ทำให้ป่าไม้โดยรอบเขื่อนยังคงความเป็นป่าอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์

ต้นไม้กับการดูแลรักษาธรรมชาติภายในเขื่อนรัชชประภา

เส้นทางจากบ้านพักไปสู่ประตูทางออก เราผ่านพื้นที่ลาดชันบางตอน ซึ่งตัดผ่านเข้าไประหว่างผาหิน พื้นที่นั้นมีความลาดชันสูงจนอาจถึงกับเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินเลื่อนไหล หรือก้อนหินใหญ่อาจถูกน้ำฝน (หากตกหนัก) กัดเซาะและหลุดเลื่อนลงมา เกิดอันตรายแก่รถยนต์หรือผู้คนที่อาจสัญจรผ่านไปมาก็เป็นได้

แต่ทาง กฟผ.ได้หาต้นไม้ซึ่งเมื่อปลูกไปแล้วสักระยะหนึ่งจะแผ่รากออกมายึดดิน ยึดก้อนหินไว้อย่างหนาแน่น จนแน่ใจได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูง และดูเป็นภาพธรรมชาติที่กลมกลืน แตกต่างจากการใช้ตาข่ายเหล็ก โบกคอนกรีตหรือก่อกำแพงหินดังเช่นที่เราเห็นจนชินตาตามดอยที่มีความลาดชันสูง เช่น ทางขึ้น อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ หรือทางขึ้นดอยอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ระหว่างที่ผู้เขียนลงไปบันทึกภาพ จึงได้สังเกตเห็นว่าต้นไม้ใหญ่ดังกล่าวเป็นไทรย้อยใบทู่ (Ficus Microcarpa) พันธุ์หนึ่ง ซึ่งมีระบบรากแข็งแรง สามารถเติบโตออกมาหุ้มผิวดินและโขดหิน และสามารถปลูกบนหินหรือพื้นที่แห้งแล้งได้ดี ไทรย้อยใบทู่ชนิด (Species) นี้บางพันธุ์ เช่น พันธุ์นิติด้า (Nitida) มีผิวลำต้นสีขาวนวลสวยงาม ทรงพุ่มสวยงามหากรู้จักตัดแต่ง ทนต่อความหนาวเย็น ทนต่อความแห้งแล้งขาดน้ำได้นาน และไม่ใคร่ทิ้งใบ แผ่เรือนพุ่มใหญ่โตกว้างขวาง ปลดปล่อยออกซิเจนได้มาก เนื่องจากมีพื้นที่ใบต่อต้นสูง จึงมีปากใบจำนวนมาก มันสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มาก

ต้นไม้กับการดูแลรักษาธรรมชาติภายในเขื่อนรัชชประภา

 

ไทรพันธุ์นิติด้าจึงปลูกในยุโรป อิสราเอล ทั้งที่เมืองเทลอาวีฟ และริมทะเลเดดซี (Dead Sea) ก็ปลูกกันมาก ในเมืองเทลอาวีฟนั้นเขาปลูกทำเป็นร่มกันแดดตามริมถนนเพื่อลดความร้อนให้กับผู้คนในเมือง ไทรย้อยอีกชนิดซึ่งให้ผล (Effects) คล้ายๆ กันก็คือ ไทรย้อยใบแหลม (Benjamin Fig : Ficus Benjamina) ซึ่งแน่นอนว่ายิวคงจะได้พันธุ์ไปจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่อินโดนีเซียก็น่าจะเป็นไทย เพราะถิ่นกำเนิดของไทรย้อยใบแหลมก็มาจากหลายประเทศในแถบนี้ ไทรทั้งสองชนิดออกผล (Syconia) ได้ และเป็นที่โปรดปรานของสัตว์นานาชนิด ไม่ว่านก ค้างคาว และสัตว์อื่นๆ นับเป็นไม้ต้นที่มีประโยชน์แก่การปลูกเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อม

ความจริงยังมีไม้ต้นในวงศ์ไทรและมะเดื่อ (Moraceae) อีกหลายชนิดที่ทนอากาศหนาวเย็นได้ดี เห็นจะได้แก่ กร่าง (Ficus Altissima) ซึ่งมีใบหนาเหนียวคล้ายแผ่นหนัง (Leather Leaf) และนิโครธ (Ficus Benghalensis) ซึ่งดูคล้ายต้นกร่าง แต่กลับมีขนใต้ใบ ต้นยางอินเดีย (Indian Rubber Tree : Ficus Elastica) นั้นให้ร่มเงาใหญ่โตกว้างขวาง เติบโตเร็ว ปลูกเป็นป่าบนภูเขาซึ่งมีแต่หินป้องกันแผ่นดินถล่ม หินพังทลายลงมาทับบ้านเรือนผู้คนได้ดีนัก

ไม้ในวงศ์ไทรมีข้อดีที่เติบโตเร็ว ไม่เลือกดิน และระบบรากของมันให้ความมั่นคงดีนัก หากรู้จักตัดแต่งบังคับทรงพุ่มให้ได้ขนาดที่พอเหมาะพอควร จะจำกัดการแผ่ขยายตัวของรากได้ด้วย แต่ทั้งนี้ต้องการการดูแลตัดแต่งบังคับขนาดทรงพุ่มอยู่เสมอ มิใช่ปลูกแล้วปล่อยให้เทวดาเลี้ยง เช่นเดียวกับที่เราพบเห็นกันทั่วไปในเมืองไทย ซึ่งหากมีผู้ใดสงสัยในเรื่องการนำต้นไทรไปปลูกริมถนนและตกแต่งบาทวิถีให้ดูได้ที่กรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน หรือที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ และในหลายเมืองในอิสราเอล

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI