
รักนะ... กล้ามใหญ่
รูปหล่อ...กล้ามใหญ่
รูปหล่อ...กล้ามใหญ่
โดย.. ปณิฏา สุวรรณปาล / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
รูปหล่อ...กล้ามใหญ่ สมัยนี้ช่างหายาก เลือกมากๆ เห็นเดินมามาดแมนๆ แต่ไม่เคยแพนสายตามาแลหญิงอย่างเราเล้ย... เฮ้อ บ่นไปใยเล่า สู้ไปหากล้ามใหญ่ๆ แบบได้ (กิน) ชัวร์ใส่ปากใส่ท้องกันดีกว่า
กล้ามโต (ปู) อะแลสกา
ปูก้ามโตจากดินแดนน้ำแข็ง อะแลสกา บ้านเราเรียก ปูอะแลสกา แต่ชื่อจริงๆ ของเจ้าปูที่กระดองเป็นลักษณะคล้ายหนามทั่วร่าง และรูปร่างคลับคล้ายแมงมุม มีนามกรว่า King Crab หรือบางทีก็เรียกกันว่า Stone Crab นั้น มาจากน้ำทะเลที่เรียกได้ว่า ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
ปูอะแลสกามีมากมายหลายพันธุ์ ที่นิยมนำมารับประทานมากได้แก่พันธุ์แดง (Red King Crab) ส่วนที่ตอนนี้เริ่มหันมานิยมก็คือ พันธุ์สีทอง (Golden King Crab) ซึ่งน้ำหนักตกตัวละราวๆ 2–3 กิโลกรัม เนื่องจากมีตัวเล็กกว่าพันธุ์สีแดง ราคาก็เลยย่อมเยาลงตามน้ำหนัก นอกจากนั้นยังว่ากันว่า เนื้อจะหวานกว่าพันธุ์แดงกับพันธุ์น้ำเงิน (Blue King Crab) ที่นิยมกันก่อนหน้านี้ซะอีก
ปูอะแลสกาสีทองนี้ มีมากแถวๆ นอกชายฝั่งทะเลอะแลสกาบริเวณหมู่เกาะอะเลอเชียน เชน สาเหตุที่เจ้าปูอะแลสกามีราคาแพงไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล หรือว่ามันกำลังจะสูญพันธุ์จากการล่าของชาวประมงแต่อย่างใด ทว่า หลายๆ คนอาจจะเคยรู้กันมาบ้างว่า การออกไปตกปูอะแลสกานั้นแสนโหดร้ายเพียงใด
หลายคนเคยดูในสารคดีช่องดิสคัฟเวอรี เกี่ยวกับความหฤโหดในการออกไปตามล่าหาปูก้ามใหญ่ในทะเลเย็นยะเยือก ทว่า เชฟใหญ่โรงแรมสยามแอทสยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา ซึ่งเคยมีประสบการณ์ลองไปตกปูอะแลสกามาแล้วเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะลงเรือไปล่า ทุกคนที่ร่วมทริปจะต้องเซ็นเอกสารยินยอมในการไปเองโดยสมัครใจ เนื่องจากเป็นการเดินทางออกทะเลที่อันตรายมาก และผู้เดินทางอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมา โดยความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากการออกไปล่าปูคิงแคร็บนี้ อยู่ประมาณ 90 เท่าของคนงานประเภทอื่นๆ โดยช่วงเวลาออกล่าปูอะแลสกาจะอยู่ในฤดูหนาว
เชฟคนเดิมยังบอกอีกว่า ปูอะแลสกาจะขึ้นมาเล่นน้ำเวลามีพายุคลื่นลมแรง นั่นคือสาเหตุหลักของการที่ต้องออกเรือไปเผชิญหน้ากับความท้าทายของชาวประมงชาวอะแลสคัน มิฉะนั้นชีวิตปกติของเจ้าปูในน้ำเย็นนี้มักจะอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลน้ำแข็งกว่า 1,800 ฟุต (หรือ 550 เมตร) ซึ่งนอกจากรัฐอะแลสกาจะออกกฎห้ามลงไปจับใต้ทะเลเพื่อปกป้องรักษาพันธุ์ปูอะแลสกาเอาไว้แล้ว ยังป้องกันอันตรายร้ายแรงจากการแข็งตายของชาวประมงที่อาจจะบ้าระห่ำได้อีกด้วย
การรับประทานปูอะแลสกาจะรับประทานเฉพาะบริเวณขา เพราะส่วนอื่นไม่มีเนื้อมีหนังให้เคี้ยวได้ จริงๆ สามารถนำมาทำเมนูแบบปูทั่วๆ ไปได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะมาทำเป็นซุป นำมาผัดกับเส้นเฟตตูชินี ทำเป็นสตู บาร์บีคิว แต่ที่ฮิตที่สุด และแสดงออกถึงรสชาติที่หวานๆ สดๆ ซิงๆ ของปูน้ำเย็นชนิดนี้มากก็คือ นำไปต้มเสร็จแล้วมาแช่ในน้ำเย็น เสิร์ฟเป็นอาหารทะเลเซตเย็น รับประทานจิ้มกับครีมซอส หอมซอย หรือถ้าให้ถูกปากคนไทยก็ต้องเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซบ
กุ้งมังกร (ก็) กล้ามใหญ่
หลงรัก...กล้าม อย่ามองข้าม กุ้งมังกร หรือ Clawed Lobster ที่ขึ้นชื่อ ก้ามโตจัดๆ ต้องยกให้ล็อบสเตอร์จากรัฐเมน ของสหรัฐอเมริกานู่น
ล็อบสเตอร์เป็นสัตว์ทะเลโบร่ำโบราณ พบหลักฐานเก่าแก่ของต้นตระกูลพวกมันมาตั้งแต่หลังยุคจูราสสิกหน่อยเดียวเท่านั้น ก่อนจะพัฒนาการมาเป็นกุ้งมังกร ณ ปัจจุบัน ที่มีกว่า 18 สายพันธุ์
เหตุหนึ่งที่กุ้งมังกรสามารถมีชีวิตยืนยาวข้ามศตวรรษ รอดมาได้ตามทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน ก็เพราะสามารถอาศัยอยู่ได้ในน้ำทะเลทุกประเภท ไม่ว่าจะทะเลที่เต็มไปด้วยหิน ทราย หรือแม้แต่โคลน แถมมันยังกินดะทุกอย่าง ไล่ตั้งแต่ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งหอยต่างๆ รวมไปถึงสาหร่ายและพืชทะเลอื่นๆ
บางครั้งที่พบเปลือกของกุ้งมังกรเองในกระเพาะของมัน ไม่ใช่เพราะว่ากินพวกเดียวกันเอง แต่เพราะกุ้งมังกรจะกินเปลือกของตัวเองเข้าไปหลังจากการลอกคราบ เจ้ากุ้งมังกรมักจะเล่นซ่อนแอบอยู่ตามหลังโขดหิน ให้ไล่ตามแคะตามแกะมาเป็นอาหารจานเด็ด
ที่อเมริกาเหนือกว่าจะนิยมนำล็อบสเตอร์มาปรุงอาหารจานหรูก็ปาเข้าไปกลางศตวรรษที่ 19 ชาวนิวยอร์กและบอสตันถึงกับออกแบบเรือพิเศษเพื่อตกล็อบสเตอร์กันเลยทีเดียว โดยก่อนหน้านั้นล็อบสเตอร์ถือเป็นอาหารสำหรับคนยากคนจนในรัฐเมน แมสซาชูเซตส์ และชาวประมงในแคนาดา ชาวประมงบางคนตกได้ล็อบสเตอร์ถึงกับโยนทิ้งไปก็มี เพราะเห็นว่าปราศจากคุณค่าใดๆ
ทว่า พอเริ่มฮิตในกลุ่มชาวนิวยอร์กกับบอสตันเท่านั้นแหละ ตลาดกุ้งมังกรอเมริกาเหนือก็พลิกไปอีกหน้ามือ ตอนนี้กลายเป็นอาหารหรูในภัตตาคารดังกันหมดแล้ว
ล็อบสเตอร์ อุดมด้วยสารอาหารมากมาย ตั้งแต่โปรตีน วิตามินบี มีแคลเซียมและแมกนีเซียมสูง แล้วยังให้ธาตุเหล็กกับสังกะสี ฯลฯ ทว่า มีไขมันเป็นส่วนประกอบแค่นิดเดียว และเป็นอาหารทะเลที่ไม่มีคอเลสเตอรอล
เมนูล็อบสเตอร์สามารถสร้างสรรค์ได้มากมาย จะกินดิบๆ แบบซูชิก็ได้รสสดๆ หวานๆ หรือจะปิ้งย่าง จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ดก็โอ... ส่วนที่นำไปอบเนยก็ได้รสชาติหอมหวานมัน แล้วก็อย่าลืมเมนูซุปคลาสสิกของฝรั่งเศสอย่าง ล็อบสเตอร์บิสก์ ก็ถูกใจใครหลายคน
เห็นมั้ยล่ะ... หากล้ามโตๆ มาใส่ปากใส่ท้อง ยากตรงไหน







