posttoday
ปุจฉาจากเสวนาธรรมที่สถาบันพระปกเกล้า(ตอน ๘)

ปุจฉาจากเสวนาธรรมที่สถาบันพระปกเกล้า(ตอน ๘)

22 มีนาคม 2554

ปุจฉา : คำถามที่ ๓ ที่มีการกลั่นกรองนำมาถวายจากคณะสาธุชนผู้มาร่วมฟังการเสวนาธรรมที่ สถาบันพระปกเกล้า

ปุจฉา : คำถามที่ ๓ ที่มีการกลั่นกรองนำมาถวายจากคณะสาธุชนผู้มาร่วมฟังการเสวนาธรรมที่ สถาบันพระปกเกล้า

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : คำถามที่ ๓ ที่มีการกลั่นกรองนำมาถวายจากคณะสาธุชนผู้มาร่วมฟังการเสวนาธรรมที่ สถาบันพระปกเกล้า เนื่องในเทศกาลเฉลิมฉลองมาฆบูชาโลกที่อินเดีย และเมื่อจบมาฆบูชาโลกแล้ว ก็จะขอตอบคำถามนี้ เพื่อจะได้เผยแผ่ให้ได้รับรู้สืบเนื่องทำปัญญากันต่อไป เพื่อจะได้เข้าใจเข้าถึงคุณค่าแห่งพระพุทธศาสนา จะได้เป็นประโยชน์กับผู้อ่านทั้งหลายด้วย โดยมีคำถามดังนี้

‘กรณีผู้บริหารของหน่วยงานไม่ประพฤติตนในศีลธรรมอันดี ผู้ที่อยู่ด้วยในองค์กรควรปฏิบัติตนอย่างไร ขอบคุณค่ะ’

วิสัชนา : ฉะนั้น ระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจนี่ เราต้องแยกกันให้ออก สิ่งที่ถูกต้องอาจไม่ถูกใจ สิ่งที่ถูกใจก็อาจจะไม่ถูกต้อง น้อยนักที่ความถูกต้องกับถูกใจจะมาเจอกัน ฉะนั้นระหว่างความถูกต้องกับถูกใจ เราก็ต้องยึดความถูกต้อง ผู้ที่ยึดความถูกต้อง ก็คือ ผู้ที่มีแก่นธรรม เป็นผู้ที่อยู่อย่างมีเจตนคติ... คนที่ไร้หลักการ ก็เหมือนคนที่อยู่อย่างไร้คุณค่า ใครปล่อยลมปากไปทางไหนก็เอนตามอย่างนั้น เหมือนต้นไม้ที่ไร้แก่น ที่เอนเอียงไปตามกระแสลม อีกไม่นานก็สูญเสียสภาพของต้นไม้นั้นไป ต้นไม้ที่ไร้แก่นเป็นไม้ล้มลุก ไร้ค่า แต่ต้นไม้ที่มีแก่น เช่น ไม้สักนี่มีคุณค่ามาก ทำเฟอร์นิเจอร์มีประโยชน์มาก แต่ต้นกล้วยที่เลี้ยงหมู ไร้แก่น คุณค่าเล็กน้อย เกือบไม่มี ดุจคนที่ไร้แก่นธรรม ธรรมก็ดูออกจะไร้ค่า ไร้คุณของสัตว์ประเสริฐเช่นเดียวกัน

คนก็เหมือนกัน ถ้าไร้แก่น ก็คือขาดศีลธรรม ขาดอุดมการณ์ ขาดเจตนคติทางธรรม ก็คือคนที่ไร้คุณค่าในความเป็นสัตว์ประเสริฐ ใครจะว่าอย่างไรก็ว่าไป เรียกว่าขาดความคิดความอ่าน เป็นทาสของอารมณ์สิ่งแวดล้อมทั้งหลาย คนพวกนี้อ่อนแอ กระแสแวดล้อมกดดันอย่างไรก็ไหลตาม เอะอะโวยวายไปตามกระแส ไร้แก่นธรรม ไร้คุณค่า เพราะจิตนั้นไร้แก่นธรรม ดุจต้นไม้ที่ไร้ค่า คนเราก็เหมือนกัน ถ้ามีแก่นธรรม แม้ตายไปแล้ว ยังมีผู้กล่าวสรรเสริญ แต่คนที่ไม่มีแก่น แม้ตายไปคนก็ไม่อยากพูดถึง หรือถ้าจะพูดถึงก็พูดในเชิงติฉินนินทา เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่นั่นทำตัวอย่างไร้ค่า ฉะนั้นเราก็ต้องอยู่อย่างมีแก่นธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีคุณค่า ถูกต้องตามธรรม อำนาจธรรมจะรักษาในทุกกาลสมัยให้เป็นปกติสุขสืบต่อไป

กลับมาพิจารณาคำถามดังกล่าวคงจะสรุปคำตอบได้ว่า “ไม่ว่าผู้บังคับบัญชาจะดีหรือไม่ เราก็ต้องอยู่อย่างมีแก่น ยิ่งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ก็ยิ่งต้องอยู่อย่างมีศีลธรรม ต้องมีการประพฤติธรรมให้ชอบโดยธรรมอยู่ตลอดเวลา เราก็จะอยู่ได้ท่ามกลางความหลากหลายอย่างมีคุณค่า คุณความดี” ซึ่งเราต้องพัฒนาตนให้มีความสามารถอยู่ได้ในทุกกระแส ไม่โอนอ่อนผ่อนตามจนเสียจิต และไม่แข็งขืนจนเสียใจ ฉะนั้นจะอยู่ได้หรือไม่ได้กับผู้บริหารนี่ อยู่ที่ตัวเราเป็นสำคัญ สำหรับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีทำให้เราหนักใจนั้น นี่ก็ถือว่าเป็นวิบากกรรมของเรา เราสร้างเวรสร้างกรรมมา จึงไม่ได้พบคนดี แต่มาพบกับผู้บริหารที่ขาดศีลธรรม เราเลยเกิดความเศร้าหมอง แต่ก็ไม่ควรคิดในเชิงลบ จนจมอยู่กับความทุกข์ใจ ให้รู้จักปรับความคิด เพื่อผลิตกำลังใจให้ตนเอง

โดยให้รู้จักมองว่า ของเสียนี่เป็นยาดีมีคุณค่ามีประโยชน์ หากรู้จักใช้ ดังเช่นน้ำมูตร (น้ำปัสสาวะ) นี่เป็นยาวิเศษเหมือนกัน (พระศาสนาสอนให้พระสงฆ์บิณฑบาต กวาดลานวัด ฉันน้ำมูตร อยู่โคนไม้) น้ำมูตรเป็นเภสัชชั้นเยี่ยมในพระพุทธศาสนาซึ่งก็มาจากของเสียเหมือนกัน แต่หากรู้จักใช้ก็สามารถแปรความเสียมาเป็นประโยชน์ได้ เป็นวัคซีนต้านโรคภัยไข้เจ็บได้ดียิ่ง อาจจะสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “อำนาจอกุศลเป็นปัจจัยให้เกิดความเป็นกุศลก็ย่อมได้” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจดังคำพระที่กล่าวว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด” ดังนั้นการรู้จักใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์อันสูงสุดต่อการพัฒนาชีวิต เพื่อการบรรลุเป้าหมายนั้น เป็นเรื่องสำคัญในวิถีพุทธ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน