
เกาะแห่งมิตรภาพ ของสองมหาอำนาจ
ราวสี่นาฬิกาของทุกวันดวงอาทิตย์จะถักทอแสงสีทองเป็นประกาย ลำแสงที่ไร้ซึ่งมลพิษจะสาดส่องอยู่เหนือบริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเฮยหลงเจียงกับแม่น้ำอัสซูรี และเมื่อแสงแรกของวันมากระทบบนผิวหนังเรา ความรู้สึกอบอุ่นก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
ราวสี่นาฬิกาของทุกวันดวงอาทิตย์จะถักทอแสงสีทองเป็นประกาย ลำแสงที่ไร้ซึ่งมลพิษจะสาดส่องอยู่เหนือบริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเฮยหลงเจียงกับแม่น้ำอัสซูรี และเมื่อแสงแรกของวันมากระทบบนผิวหนังเรา ความรู้สึกอบอุ่นก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
สำหรับผู้ที่เคยแวะเวียนไปเยือนดินแดนแห่งนี้ ต่างรู้สึกถึงความโชคดีที่ได้สัมผัสกับแสงอาทิตย์ในยามเช้าของดินแดนที่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นจากขอบฟ้าเป็นแห่งแรกของประเทศจีน สถานที่ที่เรากำลังพูดถึงนี้มีชื่อเรียกกันในภาษาจีนว่า เกาะเฮยเซียจื่อ หรือรู้จักกันโดยทั่วไปว่า เกาะโบลชอย อัสซูรีสกายนั่นเอง
เกาะเฮยเซียจื่อ ที่ชาวรัสเซียนเรียกกันว่าเกาะอัสซูรีใหญ่นั้น เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ระหว่างแม่น้ำเฮยหลงเจียงของจีนกับแม่น้ำอัสซูรีของรัสเซีย ประกอบขึ้นจากเกาะอิ๋นหลง เกาะเฮยเซียจื่อ และเกาะหมิงเยวี่ยรวมไปถึงเกาะเล็กเกาะน้อยอีก 93 แห่ง และหาดทรายน้ำตื้น มีพื้นที่ราว 350 ตารางกิโลเมตร หรือ 1 ใน 3 ของเกาะฮ่องกงและใหญ่กว่ามาเก๊าถึง 12 เท่า บริเวณที่กว้างที่สุดมีขนาด 12 กิโลเมตร ส่วนบริเวณที่แคบที่สุดมีขนาดเพียง 3 กิโลเมตร ถือเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กับแผ่นดินจีนมาก เพราะตั้งห่างจากอำเภอฝูเหยี่ยนเพียง 11 กิโลเมตรเท่านั้น ในภายหลังกลับมาอยู่ในความดูแลของอำเภอฝูเหยี่ยน มณฑลเฮยหลงเจียง
ด้วยความที่มีน้ำล้อมรอบ ส่งผลต่อพื้นดินที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มากนัก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 40 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูกและทำปศุสัตว์ แต่เนื่องจากยังไม่มีการเข้าไปบุกเบิกอย่างจริงจัง ทำให้อยู่ในสภาพที่รกร้าง ถึงแม้จะเป็นเกาะที่ไม่ใหญ่โตมากนัก แต่กลับมีความสำคัญทางด้านจุดยุทธศาสตร์อย่างมาก นอกเหนือจากความที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศแล้ว เกาะแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญระหว่างแม่น้ำเฮยหลงเจียงกับแม่น้ำอัสซูรี ชาวจีนสามารถมองเห็นเมืองชายแดนของรัสเซียที่ตั้งอยู่บนคนละฟากฝั่งแม่น้ำอย่างเมืองคาบารอฟได้อีกด้วย
ชาวประมงจีนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้สามารถจับสัตว์น้ำที่มีอยู่อย่างชุกชุมในช่วงเดือน เม.ย.มิ.ย.ของทุกปี โดยพวกเขาจะเริ่มตื่นนอนตั้งแต่ตีสามของทุกวัน ล่องเรือไปทางต้นน้ำของแม่น้ำเฮยหลงเจียงเพื่อทอดแหจับปลา จากนั้นก็ปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำ กระทั่งถึงจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำอัสซูรีกับฝูเหยี่ยน ก็ต้องรีบชักแหขึ้นจากน้ำ เพราะถึงแม้อยากจะจับปลาให้ได้มากกว่านี้ ก็ไม่คุ้มกับการเป็นเป้าล่อปืนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้าม มีทั้งทหารรัสเซียนติดอาวุธและหอสังเกตการณ์ที่พร้อมส่งข่าวให้เจ้าหน้าที่ลงมือปฏิบัติการได้ทุกเวลา หากไม่รู้จักรักษาตัวรอด เผลอๆ อาจไม่หลงเหลือชีวิตกลับมาอยู่กับลูกเมียก็เป็นได้ ชาวจีนคนไหนที่ต้องการเยือนเกาะเฮยเซียจื่อจะต้องนั่งเครื่องไปยังประเทศรัสเซียเพื่อขึ้นเกาะจากทะเลฝั่งดังกล่าว ถือเป็นความยากลำบากอย่างหนึ่งของการขาดสิทธิครอบครองเกาะเฮยเซียจื่อที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จีน
เดิมทีเกาะแห่งนี้อยู่ในครอบครองของประเทศจีน แต่หลังจากที่แพ้สงครามให้แก่พระเจ้าซาร์แห่งสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1929 เกาะแห่งนี้ก็ตกอยู่ในความดูแลของแคว้นสเวอลอฟ โอบลาสท์ เรื่อยมา เหตุที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยของจีนปรารถนาที่จะได้สิทธิในการครอบครองเกาะแห่งนี้คืนเพราะมีบทบาททางการทหารที่สำคัญต่ออธิปไตยของประเทศ โดยเฉพาะในยามที่ทั้งสองประเทศเกิดมีข้อพิพาทระหว่างกัน เกาะแห่งนี้อาจส่งผลต่อการแพ้ชนะของทั้งสองชาติ แต่เนื่องจากสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ดีมาก และมีแนวโน้มว่าจะเกิดความร่วมมือกันในหลายๆ ด้าน บทบาทดังกล่าวต่อกองทัพของทั้งสองชาติจึงไม่ได้โดดเด่นนัก
ขณะที่บทบาทต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคแถบนี้ถือว่ามีความโดดเด่นกว่า กล่าวคือ เกาะเฮยเซียจื่อตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ หากยึดเอาเกาะแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแล้ว ภายในรัศมี 1,800 กิโลเมตร จะมีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ดินแดนตะวันออกไกลของรัสเซีย ไซบีเรียตะวันออก ญี่ปุ่น เกาหลี เหนือรวมไปถึงประเทศมองโกเลียนอก ดินแดนที่กล่าวมานี้ล้วนจัดอยู่ในเขตเศรษฐกิจแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือทั้งสิ้น ยามใดที่จีนได้ครอบครองเกาะแห่งนี้ อำเภอฝูเหยี่ยนจะมีบทบาทเป็นปราการสำคัญในการร่วมมือทางเศรษฐกิจกับดินแดนที่กล่าวมาข้างต้น
การมีแม่น้ำเฮยหลงเจียงและแม่น้ำอัสซูรีที่เป็นแม่น้ำสายใหญ่ขนาบอยู่ตั้งสองด้านของเกาะ เอื้อประโยชน์ต่อการคมนาคมเพื่อแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างจีนกับรัสเซีย เพราะสามารถสร้างท่าเรือขนาดใหญ่บริเวณแม่น้ำเฮยหลงเจียงที่เรือบรรทุกสินค้าขนาด 5,000–1 หมื่นตัน แวะพักจอดได้อย่างไม่มีปัญหา ในส่วนของเส้นทางรถไฟและทางหลวงก็เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟสายไซบีเรียกับทางหลวงสายตะวันออกไกลของรัสเซีย
นับแต่ปี ค.ศ. 1964 เป็นต้นมา ประเทศจีนเจรจาขอเกาะแห่งนี้คืนจากประเทศรัสเซียถึงสามครั้งสามครา และแล้วในปี ค.ศ. 2004 วันที่ชาวจีนรอคอยก็มาถึง เมื่อทางการรัสเซียยอมคืนดินแดนครึ่งหนึ่งของเกาะให้แก่ประเทศจีน หรือก็คือพื้นที่ขนาด 174 ตารางกิโลเมตร ในจำนวนนี้เกาะอิ๋นหลงที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะก็กลับสู่อ้อมอกของรัฐบาลจีนอีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ดินแดนฝั่งตะวันตกของเกาะแห่งนี้ก็อยู่ในความดูแลของประเทศจีน ขณะที่ฝั่งตะวันออกยังคงอยู่ในความดูแลของประเทศรัสเซีย
ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถมีอธิปไตยเหนือเกาะทั้งหมด แต่การได้สิทธิในการครอบครองเหนือดินแดนครึ่งหนึ่งของเกาะแห่งนี้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงมิตรไมตรีอันดีระหว่างจีนกับรัสเซีย รวมไปถึงการใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาตามแนวตะเข็บชายแดน “รูปแบบการคืนอธิปไตยบางส่วนของเกาะเฮยเซียจื่อ” ถือเป็นต้นแบบที่ดีของแนวคิดในการเรียกคืนดินแดนที่เกิดข้อพิพาทระหว่างจีนกับนานาประเทศ เกาะแห่งนี้จึงเปรียบเหมือนเกาะแห่งมิตรภาพ เกาะแห่งความสมานฉันท์ และเกาะแห่งเสรีภาพ ในอีกไม่นานก็จะมีการลงนามให้เกาะเฮยเซียจื่อเป็นเขตเข้าออกเสรีมากขึ้น
หลังจากที่จีนได้ครอบครองพื้นที่ครึ่งหนึ่งของเกาะแล้ว จะมีโฉมหน้าเป็นอย่างไร คงต้องรอให้กาลเวลาพิสูจน์ความสามารถในการบุกเบิกและพัฒนาเกาะร้างให้เป็นเกาะเงินเกาะทองกันต่อไป
ที่แน่ๆ ก็คือแหล่งรายได้ใหม่แห่งนี้ของจีนกำลังเป็นที่จับจ้องของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ความภาคภูมิใจของการได้สิทธิในการครอบครองครึ่งหนึ่งของเกาะแห่งนี้ อาจนำมาซึ่งความสุขของชาวจีนบนเกาะก็เป็นได้
ในอนาคตอันใกล้นี้ เกาะเฮยเซียจื่อคงได้รับความสนใจจากนานาชาติมากยิ่งขึ้น!







