posttoday
ซาโยนาระ ไว้พบกันใหม่ ‘กามาร์โจบะ’

ซาโยนาระ ไว้พบกันใหม่ ‘กามาร์โจบะ’

15 มีนาคม 2554

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างความประทับใจได้อย่างเต็มเปี่ยม!! 

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างความประทับใจได้อย่างเต็มเปี่ยม!! 

เรื่องและภาพ อนันเดียร์

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างความประทับใจได้อย่างเต็มเปี่ยม!!

ซาโยนาระ ไว้พบกันใหม่ ‘กามาร์โจบะ’

สำหรับการเดินทางลัดฟ้ามาเปิดการแสดงครั้งแรกในเมืองไทย ของคณะตลกใบ้ไร้เสียง กามาร์โจบะ (GAMARJOBAT) ซึ่งประกอบด้วย เค็ตจิ (ผมแดง) และฮิโรปง (ผมทอง) คู่หูสุดกวน มัน ฮา จากญี่ปุ่น ในกามาร์โจบะ โชว์ อิน แบงคอก (The WorldClass Silent Comedy : GAMARJOBAT Show In Bangkok 2011) ณ เซ็นเตอร์พ้อยท์ เพลย์เฮาส์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

พวกเขามาพร้อมกับชื่อเสียงระดับโลกและสไตล์การแสดงเฉพาะตัว อันสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการแสดงว่าเป็น Silent Comedy สนุกสนานและทรงพลัง การันตีด้วยจำนวนแฟนคลับที่มีติดตามผลงานอยู่ในหลายประเทศ เคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติมามากมาย จนได้รับการยกย่องจากนิตยสารนิวส์วีก ประเทศญี่ปุ่น ให้เป็น “ชาวญี่ปุ่นหนึ่งในร้อยคนที่โลกยกย่อง”

ถึงวันนี้พวกเขาจะโบกมือลาซาโยนาระไปแล้ว แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยังฝังตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม

ระยะเวลาสั้นๆ ก่อนขึ้นโชว์ ในห้องส่วนตัวด้านหลังเวที เค็ตจิและฮิโรปงในชุดสูทดำขลับเรี่ยมเร้เรไร ท่าทางเงียบขรึมแต่แฝงไว้ด้วยความมีอารมณ์ขัน ผมทรงโมฮอว์กสีทองและแดงของทั้งคู่สะดุดตามาแต่ไกล เมื่อเรานั่งลงทักทายกันเป็นอันเรียบร้อย พวกเขาก็เริ่มให้สัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นกามาร์โจบะ คณะตลกไร้เสียงที่ดังที่สุดคณะหนึ่งในโลก

“ชื่อของคณะเราอ่านว่า กา มา โจ บะ เป็นภาษาจอร์เจีย แปลว่า สวัสดี ครั้งหนึ่งเราต่างคนเคยไปเล่นที่เยอรมนีในฐานะศิลปินเดี่ยว มีคนดูมาจากหลายประเทศ ในจำนวนนั้นมีเด็กจอร์เจียอยู่คนหนึ่งมาดูด้วย เราอยากสื่อสารพูดคุยด้วย แต่เด็กไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ เราเองก็พูดจอร์เจียก็ไม่ได้” ฮิโรปง หนุ่มหัวทองหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี

“ไม่ว่าจะทำอะไรที่นั่น จะได้ยินคำนี้บ่อยมาก ไม่ว่าคนจะเข้านอน จะกินอะไร พอพูดคำนี้ดูเหมือนทุกคนก็เข้าใจ ถึงเราจะรู้ศัพท์ของเขาแค่คำเดียว แต่เหมือนคนที่นั่นเขาเข้าใจได้ว่าจะบอกอะไร เราเลยรู้สึกสนุกเลยเอามาใช้เป็นชื่อคณะ เพราะรู้สึกเหมือนว่าคำนี้สื่อถึงกันได้กับผู้ชม” เพื่อนซี้เค็ตจิ เจ้าของผมทรงโมฮอว์กสีแดงเสริม

เหตุผลดลใจให้ทั้งคู่กระโดดเข้าสู่วงการแสดงละครใบ้ เค็ตจิและฮิโรปงบอกเสียงเดียวกันว่า เพราะเท่ดี แถมเล่นคนเดียวได้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และที่สำคัญไม่ต้องพูด!!

“มันเท่ดี และผมก็ชอบ ชาร์ลี แชปลิน มากๆ ครับ” เค็ตจิบอกยิ้มๆ “อีกอย่างต่อหน้าผู้ชมผมพูดไม่ค่อยเก่ง เลยเลือกที่จะเล่นละครใบ้ดีกว่า เราทั้งคู่ต่างก็มีอาจารย์ เราไปเข้าคลาสเรียนกับอาจารย์ และค่อยคิดโชว์ของตัวเอง เพื่อไปเล่นต่อหน้าผู้ชม”

“ช่วงแรกๆ พวกผมก็ยังเด็ก ไม่ได้เล่น ไม่ได้แสดง แต่ว่าไปเป็นสตาฟฟ์ช่วยงานรุ่นพี่ ซึ่งรุ่นพี่คนนั้นก็คือ คุณโคจิมายะ มันสึเกะ (ซึ่งเป็นทีมงานคนสำคัญที่ทำให้เกิดงาน Pantomime in Bangkok ในประเทศไทย) ก็เลยได้รู้จักกันในงาน หลังจากนั้น 2 ปี ก็ได้ร่วมแสดงกับทุกคน แต่ว่าพวกเราสองคนคลิกกันตรงที่มุขเหมือนกัน แนวคิดคล้ายกัน ก็เลยเริ่มเล่นด้วยกันจริงจังเมื่อเดือน ก.ย. 1999 ส่วนในนาม ‘กามาร์โจบะ’ ต่อมาเริ่มมีคนเรียกร้องให้เราไปแสดง ในอีก 4 ปีต่อมาพวกเราต่างคนต่างมีแฟนที่ติดตามผลงานแต่ละคนอยู่แล้ว พอมาแสดงด้วยกัน แฟนๆ เลยมารวมตัวกันด้วยครับ” ฮิโรปง เล่าถึงความหลังน้ำเสียงราบเรียบ

ซาโยนาระ ไว้พบกันใหม่ ‘กามาร์โจบะ’

คำถามซ้ำๆ ที่โดนถามบ่อยที่สุดเห็นจะเป็นบุคลิกเฉพาะตัวอันแปลกตาแปลกใจ ด้วยผมโมฮอว์กสีทองและแดงสดใสสไตล์พังก์ร็อก พวกเขาหัวเราะก่อนตอบให้ฟังว่า

“ตอนแรกไม่ได้เป็นพังก์ทั้งคู่ แต่ว่าเป็นเพราะชอบดนตรีและการแต่งกายสไตล์พังก์ ก็เลยทำผมแบบนี้ และเรารู้ว่าในฐานะนักแสดงละครใบ้ จะไม่ได้พูดอะไร เพราะฉะนั้นลุคที่เด่นๆ ก็น่าจะสำคัญ เลยตั้งใจทำให้ลุคแตกต่างกัน และได้ออกมาเป็นแบบนี้ ของผมไม่ได้ย้อมสีผม แค่ทาสีเฉยๆ แต่ว่าของเค็ตจิต้องย้อม เพราะว่าถ้าไม่ย้อม สีจะไม่แดงขนาดนี้” ฮิโรปงว่าพลางจัดทรงผมด้วยมาดกวนๆ

แรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ที่นำมาใช้ในการคิดค้นละครแต่ละครั้ง ล้วนมาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเห็นรอบตัว ทุกครั้งที่จะทำโชว์ใหม่ๆ พวกเขาจะคุยกัน แชร์ความเห็นกันว่าแต่ละคนมีไอเดียเด็ดๆ อะไรบ้าง

“สไตล์เฉพาะตัวของกามาร์โจบะ ปกติจะชอบเล่นแบบตลก คงไม่เล่นอะไรจริงจัง 100% คือ จะขำสัก 80% และอาจมีอย่างอื่นแทรกบ้าง การทำแต่ละโชว์ให้มันผสมกันหลายอย่างเป็นเรื่องยาก มันคือการสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูเหมือนกัน เพราะเราไม่ได้พูด ฉะนั้นการแสดงของเรา ถ้าไม่มาดูเอง ก็จะไม่รู้ โชว์ของเราไม่ได้ทำเหมือนคณะอื่น แล้วก็คนที่เคยดูแล้วก็มาอีก เพราะเป็นการแสดงที่ไม่มีการเซตฉาก ไม่พูด อยากให้ผู้ชมลองมาใช้ความคิดสร้างสรรค์

ไม่ว่าจะเป็นโชว์สนุกก็คือสร้างให้คนดูหัวเราะ หรือเศร้าที่สร้างให้คนดูร้องไห้ ทั้งหมดคือสิ่งเดียวกัน แต่ถ้าเป็นโชว์ตลก คนดูจะมีปฏิกิริยาชัด รับรู้ได้ง่าย แต่ว่าถ้าเป็นอารมณ์อื่น อย่างอารมณ์เศร้า อารมณ์โกรธ จะไม่ค่อยรู้ว่าคนรู้สึกยังไง จะรับรู้ว่าคนดูเข้าใจโชว์ของเราก็จากเสียงตบมือตอนท้าย”

ตลอดการแสดงกว่า 2 ชั่วโมงเต็ม ในกามาร์โจบะ โชว์ อิน แบงคอก 2011 เปิดม่านฉายสปอตไลต์ลงสู่เวทีด้วยการปรากฏตัวของสองคู่หูกวน มัน ฮา เค็ตจิเจ้าของผมทรงโมฮอว์กแดง และฮิโรปงหนุ่มโมฮอ์กหัวเหลืองทองออกมาในชุดสูทดำโก้หรู พร้อมกระเป๋าหีบเหล็กสุดวิเศษ ทักทายและชักชวนให้ผู้ชมในฮอลล์มาร่วมสนุกกัน ปล่อยมุขกระจาย เรียกเสียงฮาได้สนั่นหวั่นไหว

ต่อด้วยการแสดงในชุดที่ชื่อว่า M&B โดยทั้งคู่หยิบเอาความเป็นไอคอนระดับโลกอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อปผู้ล่วงลับ มาเล่นเต้นเลียนแบบท่ามูนวอล์กและลูบเป้า กับลีลาบู๊แบบสะใจของดารากังฟูระดับตำนานอย่าง บรูซ ลี โต้ตอบไปมาอย่างผสมผสานลงตัว ด้วยท่าทางตลกปนน่ารัก ก่อนจะปิดท้ายโชว์ด้วยการแสดงเรื่องราวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซของกามาร์โจบะ นั่นก็คือ ละครเรื่อง BOXER เรื่องราวของนักมวยผู้มุ่งมั่นอยากเป็นแชมเปียน เพื่อหญิงสาวอันเป็นที่รัก โดยมีเทรนเนอร์คู่ใจคอยเป็นพี่เลี้ยงไม่ห่างกาย

ทำเอาผู้ชมต่างยกนิ้วเอ่ยปากชมว่าครบทุกรส ทุกอารมณ์ ทั้งบู๊ ตลก สนุกสนาน โศกเศร้า และโรแมนติกรักหวานซึ้ง

“พวกเรารู้สึกดีใจมากครับที่คนไทยมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างดีจริงๆ คนดูปรบมือให้กำลังใจเราตลอด แต่เมืองไทยนี่ร้อนจริงๆ นะครับ แล้วอีกอย่างรู้สึกว่าคนไทยค่อนข้างขี้อาย ไม่ค่อยกล้าเข้ามามีส่วนร่วมกับการแสดงเท่าไหร่ แต่รวมๆ แล้วน่าพอใจมากๆ ครับ” ทั้งสองหนุ่มกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ ท่ามกลางเสียงปรบมือก้องที่ยาวนานกว่าการแสดงครั้งใดๆ

พวกเขากลับไปแล้ว แต่ให้คำมั่นสัญญากับคนไทยไว้แล้วว่าจะกลับมาใหม่แน่นอน

ซาโยนาระ ไว้พบกันใหม่ คณะตลกไร้เสียงระดับโลก กามาร์โจบะ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI