
มาฆบูชาโลกครั้งที่ ๒ณ ชมพูทวีป (อินเดีย) ตอน ๓
ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่ออารยะวังโสที่เคารพ
ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่ออารยะวังโสที่เคารพ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่ออารยะวังโสที่เคารพ
ได้มีโอกาสไปร่วมงานมาฆบูชาโลกที่อินเดีย มีหลายเรื่องที่ได้พบเห็นและน่าสนใจอย่างยิ่ง ต่อการนำมาบอกกล่าวให้ชาวไทยได้รับทราบ ทั้งที่นครนาคปุระ รัฐมหาราษฏระ และที่วัดเวฬุวันมหาวิหาร แห่งพระนครราชคฤห์ รัฐพิหารในปัจจุบัน
ในการเฉลิมฉลอง ๒,๖๐๐ ปี การตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งทางอินเดียโดยมหาโพธิสมาคมได้จัดให้มีขึ้นในปีนี้นั้น จึงเป็นเรื่องที่ควรประชาสัมพันธ์ข่าวสารไปให้กว้างขวางในหมู่ชาวโลกผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งคงจะเกี่ยวเนื่องกับการจัดงานมหาบูชามาฆปุรณมีที่ผ่านมา
ดิฉันใคร่ขอให้หลวงพ่อได้ช่วยสรุปเล่าเรื่องราวพร้อมสาระธรรมเพื่อเป็นการเผยแผ่ข่าวสาร และเพื่อเป็นอานิสงส์แก่ชาวไทยและแผ่นดินไทยผ่านทาง “ธรรมส่องโลก” และใคร่ขออนุญาตไว้ล่วงหน้าในการนำบทความเรื่องดังกล่าวใน นสพ.โพสต์ทูเดย์ จากคอลัมน์ธรรมส่องโลกไปเผยแพร่ต่อไป โดยเฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้มีโอกาสร่วมจัดงานมาฆบูชาโลก ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ณ ประเทศอินเดีย
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ผศ.ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร
รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิสัชนา : หลังจากสูญสลายไปจากดินแดนแห่งนี้มายาวนาน “แม้ว่าจะมีประเทศพุทธศาสนาจากทั่วโลกเข้าไปสร้างวัดวาอารามทั้งหลายมากมายในเขตแดนสังเวชนียสถานทั้งสี่ ก็มิได้หมายความว่า นี่คือการฟื้นกลับมาของพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ เพราะพระพุทธศาสนาที่แท้จริงนั้นเป็นสัตถุศาสน์ มิใช่วัตถุศาสตร์ จึงยังไม่ใช่ความจริงที่ควรพูดคุยว่า “ศาสนาพุทธคืนกลับมาสู่ชมพูทวีปอีกครั้ง ตราบใดที่พระธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ยังมิได้ลงรากปักฐานไปในดวงใจของชาวชมพูทวีป ดุจดังในอดีตสมัยพุทธกาล”
แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี ในส่วนที่มีการสร้างวัดวาอารามกลับคืนมามากขึ้นในเขตแดนพระพุทธศาสนาในอดีต อันได้แก่ ชมพูทวีปดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นเพียงการรองรับนักแสวงบุญจากกลุ่มประเทศของตัวเองก็ตาม
ภารกิจการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้คืนกลับมาในชมพูทวีป จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายในองค์กรพระพุทธศาสนาจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างจริงจังและจริงใจ ซึ่งมิให้มีการนำเอาแผนงานการฟื้นฟู หรือเผยแผ่พระพุทธศาสนามาบังหน้าหากิน แสวงหาประโยชน์จากลาภสักการะปัจจัยเงินทองของมีค่าทั้งหลาย ที่คณะศรัทธาได้น้อมถวายไปด้วยความหลงเชื่อภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้นจากนักค้าบุญสร้างวัดเหล่านั้น ที่นำพระพุทธศาสนาบังหน้าเพื่อหาประโยชน์ในทุกรูปแบบ ดังที่มีนักบวชบางกลุ่มคิดสร้างโปรเจกต์บุญ–โครงการมหาบุญออกสู่ตลาดสาธุชนตลอดเวลา โดยเฉพาะการพยายามเชื่อมโยงกับสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาที่สาธุชนให้การยอมรับสักการบูชาอย่างสูงยิ่ง ... สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ชาวพุทธควรใส่ใจพิจารณากันให้มากๆ เพื่อจะได้ไม่หลงร่วมเข้าไปช่วยกันทำลายพระพุทธศาสนาอย่างไม่เจตนา หรืออย่างไม่รู้ ...
ดังนั้น การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปขององค์กรชาวพุทธที่มีหัวใจศรัทธาแท้ จึงต้องดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง และถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธศาสนาที่มุ่งเน้นพัฒนายกระดับคุณภาพจิตของมนุษยชาติให้สูงยิ่งขึ้น จนยกระดับสู่ความเป็นอริยบุคคล ซึ่งจะต้องนำการศึกษาและหลักปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่ถูกต้องลงไปสู่รากฐานชีวิตของบุคคลเป็นประการสำคัญ ซึ่งมีปรากฏอยู่ในพระโอวาทปาฏิโมกข์อันเป็นหลักธรรมแม่บทของคำสั่งสอนเพื่อศึกษาปฏิบัติในพระพุทธศาสนาที่ปรากฏอยู่ในวันมาฆบูชา ที่ชาวพุทธส่วนใหญ่ทราบกันดีว่า “พระพุทธองค์ทรงประกาศหลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ และข้อปฏิบัติ ๖ ไว้ให้พระสงฆ์และศาสนิกชนได้ศึกษาเพื่อนำไปปฏิบัติ จะได้บรรลุถึงจุดสูงสุดอันเป็นเป้าหมายการศึกษาปฏิบัติในพระพุทธศาสนา ซึ่งได้แก่ ความสิ้นทุกข์”
จะไม่เป็นปัญหาใดๆ เลย หากเป็นการดำเนินงานรณรงค์ให้ความรู้ในเรื่องวันมาฆบูชากับประเทศที่มหาชนยังนับถือพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อต้องการนำมาสู่ศาสนิกชนในอินเดีย ซึ่งเป็นชาวพุทธใหม่ที่ยังห่างไกลคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และยังดำรงชีวิตอยู่ในวิถีฮินดู จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง แม้เขาเหล่านั้นจะเข้ามาประกาศตัวเองเป็นชาวพุทธ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ต.ค. ๒๔๙๙ นับรวมถึงปัจจุบัน ๕๔ ปี และด้วยอิทธิพลของศาสนาฮินดูที่ยังครอบคลุมไปทั่วชมพูทวีป โดยเฉพาะประเทศอินเดีย จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งเข้าไปอีก ด้วยคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนานั้นลบล้างหักล้างคำสั่งสอนของฮินดูหรือพราหมณ์ โดยตรง ที่ปลูกฝังความเชื่อไปสู่มหาชนที่แตกต่างเป็นคนละด้านอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการเริ่มต้นที่กลุ่มชาวพุทธในอินเดีย จึงมิใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่หลายคนคิด เพราะชาวพุทธใหม่ในอินเดียมีความยอมรับอิทธิพลความคิดของ ดร.บีอาร์ อัมเบ็ดก้าร์ไว้มาก







