posttoday
เมื่อความเป็นชาย...ไม่ใช่สำหรับเธอ

เมื่อความเป็นชาย...ไม่ใช่สำหรับเธอ

27 กุมภาพันธ์ 2554

พวกเขา (ในวันนี้) นับร้อยคนนั่งรอต่อคิวสัมภาษณ์กันอย่างใจจดใจจ่อ บางคนรอมาทั้งชีวิต บางคนเพิ่งค้นพบความจริงที่สับสนมานาน แต่มีพวกเขาเพียงไม่กี่คนในวันนี้ ที่จะได้กลายเป็นพวกเธอในวันหน้า....

พวกเขา (ในวันนี้) นับร้อยคนนั่งรอต่อคิวสัมภาษณ์กันอย่างใจจดใจจ่อ บางคนรอมาทั้งชีวิต บางคนเพิ่งค้นพบความจริงที่สับสนมานาน แต่มีพวกเขาเพียงไม่กี่คนในวันนี้ ที่จะได้กลายเป็นพวกเธอในวันหน้า....

โดย...ธนก บังผล

พวกเขา (ในวันนี้) นับร้อยคนนั่งรอต่อคิวสัมภาษณ์กันอย่างใจจดใจจ่อ บางคนรอมาทั้งชีวิต บางคนเพิ่งค้นพบความจริงที่สับสนมานาน แต่มีพวกเขาเพียงไม่กี่คนในวันนี้ ที่จะได้กลายเป็นพวกเธอในวันหน้า

เมื่อปีที่แล้วสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย ได้เริ่มโครงการ “Sister’s Hand แปลงเพศฟรี พี่ช่วยน้อง” เพื่อหวังว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงข้ามเพศ ที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาด้วยการผ่าตัดแปลงเพศให้ได้รับโอกาสนั้น ด้วยเห็นว่าการเป็นผู้หญิงในร่างผู้ชาย คืออาการป่วยอย่างหนึ่งที่ต้องรักษา

เมื่อความเป็นชาย...ไม่ใช่สำหรับเธอ

ปีนี้จึงทำโครงการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 หลังจากพบว่ามีสตรีข้ามเพศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยใช้สมาคมสตรีข้ามเพศฯ ตรงซอยพัฒนาการ 20 เป็นสถานที่รับสมัคร ซึ่งก็เหมือนกับปีก่อนสมาคมแทบแตก ชายหัวใจหญิงแห่แหนกันมากรอกใบสมัครอื้ออึง

ยลลดา สวนยศ หรือนก นายกสมาคมสตรีข้ามเพศฯ ให้ความหมายว่า เป็นผู้หญิงที่โชคร้ายถูกขังในร่างผู้ชาย มีเพียงการผ่าตัดพี่ช่วยน้อง หรือที่เรียกว่า แหวกชิมิ ซึ่งเป็นโครงการแรกในประเทศไทย ในปีนี้เป็นครั้งที่ 2

“ปีที่แล้วเราเริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ก.พ. สัมภาษณ์เดือน มิ.ย. จนได้ 5 คนสุดท้าย ในบางประเทศเขามีการผ่าตัดแปลงเพศให้ฟรีโดยรัฐบาล แต่ในประเทศไทยเราอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ ในส่วนของสมาคมก็จะต่อยอดด้วยการให้ทุนการศึกษาของผู้หญิงข้ามเพศ ให้ไปศึกษาด้านศัลยแพทย์มาเป็นแพทย์หญิงข้ามเพศช่วยเหลือน้องๆ ต่อไป” ยลลดา กล่าว

ชุติกาญจน์ จันต๊ะ อายุ 53 ปี หรือชื่อในวงการคือ “แสงระวี” อาชีพรับจ้างทั่วไป รับจ๊อบร้องเพลง เป็นผู้ได้รับสิทธินั้นในปีที่แล้ว วันนี้เธอมาเป็นกำลังใจให้สตรีเยาวชนข้ามเพศด้วยความสำเร็จทางการแพทย์แบบหมาดๆ เรียกได้ว่าบาดแผลจากการเฉาะยังไม่หาย 100% แต่เธอต้องการให้สังคมรับรู้ว่าวันนี้ “ป้าแสง” เป็นผู้หญิงแล้ว 100%

“ตั้งใจตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบ รู้อย่างเดียวว่าอยากเป็นผู้หญิงแต่ก็ถูกกีดกันจากพ่อ”

เมื่อรู้ว่ามีสมาคมสตรีข้ามเพศฯ สามารถช่วยให้แปลงเพศได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ป้าแสงระวีนั่งรถมาจากบ้านทางภาคเหนือเพื่อมาสมัครทันที

“ไม่คิดว่าจะได้รับเลือก เพราะว่าเราไม่สวย พอรู้ว่าได้ก็

ดีใจมาก จะได้หลุดพ้นจากความทรมานที่ติดมา 53 ปี ในที่สุดป้าก็ได้หลุดออกจากนรกในใจ อยากตะโกนให้สังคมรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงแล้วค่ะ”

เมื่อความเป็นชาย...ไม่ใช่สำหรับเธอ

ภายหลังจากผ่านการเฉาะ ป้าแสงระวีมองว่าสังคมให้การต้อนรับดีขึ้น ดีใจที่ทุกคนให้โอกาสในสังคมที่เปิดกว้างขึ้น

“ส่วนเด็กๆ รุ่นต่อไปที่อยากจะได้รับการช่วยเหลือให้แปลงเพศ หากไม่ได้รับเลือกในครั้งนี้ ป้าก็อยากจะให้มีกำลังใจสู้ต่อไป และยังมีอีกหลายโครงการ เราคือผู้หญิงจริงๆ ไม่ใช่กะเทย ถ้าป้าเสกให้ทุกคนได้ ก็จะเสกให้ข้ามเพศได้ทุกคน วันนี้อยากจะผลักดันให้การช่วยเหลือแปลงเพศอยู่ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคด้วยซ้ำ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดอยู่ที่ตั้งแต่ 1.2-2 แสนบาท ถูกกว่าการเข้ารักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เพราะเสียแค่ค่าหมอเท่านั้น เป็นโรคมันทรมานนะคะ” แสงระวี กล่าว

ด้านหนุ่มใสหัวใจสาวอีกคนหนึ่ง “น้องโบกี้” หรือ กิตติธร ฟักใจขำ อายุ 18 ปี ผู้มาสมัครสอบสัมภาษณ์เข้ารับการข้ามเพศในปีนี้ กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย บอกว่า ไอดอลของเขาคือ “นก-ยลลดา สวนยศ” นายกสมาคมสตรีข้ามเพศฯ นั่นเอง

“รู้ข่าวว่าจะมีการสอบสัมภาษณ์เพื่อหาผู้ที่เหมาะสมเข้ารับการแปลงเพศจากเว็บไซต์ www.tf101.com แต่จะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ตามกระบวนการจิตแพทย์” โบกี้ ยอมรับว่า เขาไม่ใช่ผู้ชาย และไม่มีความสุขกับร่างกายที่มีอยู่ เมื่อใจกับเพศสภาพไม่ตรงกันจึงเป็นทุกข์

“ก็หวังว่าเมื่อแปลงเพศไปแล้วสังคมจะยอมรับมากขึ้น มันไม่มีความมั่นใจ ติดๆ ขัดๆ แม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำ หนูเข้าห้องน้ำผู้หญิงมา 3 ปี อีกอย่างคือเป็นคนที่ชอบว่ายน้ำ เข้าใจมั้ย มันทรมาน บอกไม่ถูก”

เมื่อความเป็นชาย...ไม่ใช่สำหรับเธอ โบกี้

ส่วนหนวดเคราที่ผู้ชายทุกคนต้องมีกันบ้างไม่มากก็น้อยนั้น โบกี้บอกว่ากินยาเทกฮอร์โมนช่วย อีกทั้งกินยาเสริมฮอร์โมนเพศหญิงเพื่อควบคุมเพศชาย “มันไม่อยากจะมีอะไรตรงจุดนั้น พี่เข้าใจมั้ย” โบกี้ ถาม

มาถึงอีก 2 หนุ่มในชุดนักศึกษาหญิง พลวัฒน์ แตงหวาน หรือ “น้องหลิว” อายุ 21 ปี กับ บดินทร์ คำภูมี หรือ “น้องหนึ่ง” อายุ 20 ปี ระหว่างที่รอการสัมภาษณ์มาอย่างยาวนาน และต้องลาทางมหาวิทยาลัยเพื่อมา

แสดงความฝันให้คณะกรรมการเห็นว่าอยากข้ามเพศเพราะอะไร

ทั้งคู่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รู้ข่าวจากทางเว็บไซต์สมาคมสตรีข้ามเพศฯ และทั้งคู่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสภาพเพศที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ “มันไม่ใช่”

“รู้สึกเหมือนว่าจะไม่มีความสุข จิตใจเป็นผู้หญิงแต่ร่างกายเป็นผู้ชาย จุดนั้นมันไม่มีความสุข อยากเป็นทั้งร่างกายและจิตใจ” น้องหลิว อธิบาย

ในขณะที่น้องหนึ่งบอกว่า ความคาดหวังที่มาครั้งนี้ถือว่าคาดหวังมาก ทุกคนที่มาต่างมีจุดมุ่งหวัง หวังมาก เห็นพี่ๆ ที่เขาได้รับการผ่าตัดแล้วก็ดีใจ ภูมิใจกับพี่เขา อยากผ่าตัดเหมือนเขา

ทุกวันนี้ต้องใส่ชุดนักศึกษาชายไปสอบ ไม่อย่างนั้นก็เข้าสอบไม่ได้ มันอึดอัดและการเข้าไปทำงานถ้าไม่ชัดเจนเขาก็จะมองเราแปลกๆ และไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งคู่ยังบอกอีกว่า หากได้รับการผ่าตัดแล้วก็คาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับจากสังคมมากกว่านี้

“ถ้าเราได้โอกาสนั้น เราก็จะไม่ทอดทิ้งรุ่นน้อง อยากจะบอกคนที่ต้องการผ่าตัดแปลงเพศว่า ให้ถามใจตัวเองก่อนว่าพร้อมแค่ไหน ถ้าตัดไปแล้วก็ถือว่าตัดแล้วตัดเลย จะมาก้ำกึ่งไม่ได้ บางคนฆ่าตัวตายไปกับการแปลงเพศก็มี แต่ใจเราพร้อมหมดแล้ว” ทั้งสองคนบอก

ทั้งหมดเป็นความในใจจากก้นบึ้งของพวกเธอทั้งหลายที่สะท้อนออกมา จะด้วยความโชคร้าย หรือความบังเอิญที่ชายคนหนึ่งอยากจะกลายเป็นหญิง แต่สิ่งที่สำคัญเหนือไปกว่า “แหวกชิมิ” คือการอยู่ในสังคมแล้วได้รับการยอมรับ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีนั่นเอง ชิมิ ชิมิ!!!

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา