
มองชีวิตชาวจีนผ่าน 60 ปีโพ้นทะเล
“60 ปีโพ้นทะเล” ปากคำประวัติศาสตร์อันล้ำค่าผ่านบันทึกความทรงของ “อู๋จี้เยียะ” นักหนังสือพิมพ์ชาวจีนโพ้นทะเลระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งศตวรรษที่ 20 โดยมี “ปนัดดา เลิศล้ำอำไพ” บุตรีทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการแปล
“60 ปีโพ้นทะเล” ปากคำประวัติศาสตร์อันล้ำค่าผ่านบันทึกความทรงของ “อู๋จี้เยียะ” นักหนังสือพิมพ์ชาวจีนโพ้นทะเลระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งศตวรรษที่ 20 โดยมี “ปนัดดา เลิศล้ำอำไพ” บุตรีทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการแปล
โดย...มัทรียา
“60 ปีโพ้นทะเล” ปากคำประวัติศาสตร์อันล้ำค่าผ่านบันทึกความทรงของ “อู๋จี้เยียะ” นักหนังสือพิมพ์ชาวจีนโพ้นทะเลระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งศตวรรษที่ 20 โดยมี “ปนัดดา เลิศล้ำอำไพ” บุตรีทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการแปล
อู๋จี้เยียะ นักหนังสือพิมพ์ผู้เฝ้าสังเกตการณ์ความเป็นไปของเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของดินแดนอุษาคเนย์ ความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินของแดนมังกรและผลกระทบต่อคนจีนที่อยู่โพ้นทะเล อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อแวดวงวรรณกรรมและสื่อมวลชนของจีนโพ้นทะเลในอุษาคเนย์ เป็นนักหนังสือพิมพ์และบรรณาธิการที่มีผลงานเขียนนับหมื่นชิ้น รวมถึงบทวิจารณ์กีฬา ภาพยนตร์ และศิลปะแขนงต่างๆ นอกจากนี้ยังได้ประพันธ์เรื่องสั้น–นวนิยายไว้หลายเรื่อง
ทว่ามีเพียงผลงานเรื่องเดียว คือ “60 ปีโพ้นทะเล” ที่ได้ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทย มีชื่อในภาษาจีนว่า “ลิ่วซึเหนียนไห่ไหว้เจี้ยนเหวินลู่” (ประสบการณ์ 60 ปีโพ้นทะเล) ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยการส่งเสริมของ ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ “วัฒนา วงศ์สุวรรณ”นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมแปล คือ “มัณฑนา ขจรรุ่งศิลป์” และ “ชาลินี เอื้อวิเศษวัฒนา”
ใช้เวลาถึง 10 ปี กว่าจะมีหนังสือ 60 ปีโพ้นทะเลฉบับภาษาไทย เพราะอุปสรรคด้านภาษาในการขาดผู้เชี่ยวชาญ ปนัดดาถึงกับเอ่ยปากบอกว่า “ถ้าไม่ใช่งานของคุณพ่อคงไม่เสร็จ” ด้วยตัวเธอเองมีความรู้ในภาษาจีนแค่ 4050 เปอร์เซ็นต์ จึงยังไม่ทะลุถ่องแท้ภาษาเพื่อนำมาใช้ในการแปลให้ได้ใจความที่แท้จริงนัก ทว่าก็ได้หลายๆ คนในทีมช่วยกันแปล แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องผ่านสายตาเธอในฐานะบรรณาธิการแปลและบุตรีของผู้ประพันธ์แบบเทียบใจความกันบรรทัดต่อบรรทัดไม่ให้ผิดเพี้ยนและไม่มีการลดทอนเพิ่มเติมแต่อย่างใด
“เรื่องนี้ไม่ใช่ชีวประวัติของคุณพ่อ แต่คือสิ่งที่พบเห็นตามพัฒนาการชีวิตของคุณพ่อ ท่านไม่ได้เล่าถึงตัวเองเท่าไหร่มีแค่บอกว่าได้ย้ายจากนั้นไปนี้ ท่านเล่าเรื่องจากเหตุการณ์ผ่านนอกผ่านสายตาของคนที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่มีความสามารถอย่างสูง เป็นมุมมองของคนหนึ่งที่กว้างขว้างมองอย่างกว้างไกลและมีความแม่นยำทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้นักวิชาการ แต่ในการมองและการเขียนมีสีมีสันในฐานะนักหนังสือพิมพ์ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่งานวิชาการแต่น่าเชื่อถืออย่างงานวิชาการ คือหนังสือเล่มนี้ขนาดนี้ถ้าอ่านงานวิชาการอาจจะหลับแต่เล่มนี้อ่านได้เรื่อยๆ”ปนัดดากล่าว
เนื้อหาทั้ง 105 บทถูกนำเสนอในรูปแบบที่อ่านง่ายใช้โวหารพรรณนาได้อย่างไพเราะและชัดเจน อีกทั้งยังใช้เลือกใช้วิธีการเขียนตามขนบโบราณอย่าง 4 สุดยอดวรรณกรรมจีน ที่ขึ้นต้นและจบด้วยโคลงคู่ (ตุ้ยเหลียน) อย่างเช่น สามก๊ก ความฝันในหอแดง ไซอิ้ว และ 108 ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน
“ในการแปลตรงนี้ยากมากใช้เวลาถึง 6 เดือนซึ่งนับว่าเร็วแล้วต่อการที่เราทำงานกันต่อเนื่องทุกอาทิตย์ ตรงนี้ดิฉันแปลเองและได้รับความช่วยเหลือจากคุณมัณทนาในการอ่านภาษาจีนให้ เราแปลและแก้ไขกันคำต่อคำ เพราะคุณพ่อใช้คำไม่กี่คำแต่ครอบคลุมความหมายของบทและมีเนื้อหาที่กินใจด้วย”
การมีหนังสือจากการประพันธ์ของอู๋จี้เยียะเกิดขึ้นเป็นภาษาไทยนั้น ในฐานะทายาทรู้สึกว่าได้ตอบแทนคุณแผ่นดินไทย “มีคนพูดว่าคุณพ่อเขียนงานดีๆ ในภาษาจีนเยอะ ทำไมเราไม่นำมาแปลให้คนไทยรู้บ้าง เพราะงานของท่านก็เป็นที่รู้จักในภูมิภาค ที่มหาวิทยาลัยในประเทศจีนมีหนังสือของท่านเรียงเป็นตับเป็นเอกสารของจีนโพ้นทะเลที่หายาก ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ทำงานนี้ ซึ่งทำด้วยความยากลำบาก และด้วยความรู้สึกเราเป็นหนี้แผ่นดินไทยคุณพ่อมีคุณูปการให้กับแผ่นดินไทยก็ได้เขียนไว้แล้ว เราก็มีหน้าที่ทำให้เป็นภาษาไทย หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการจีนศึกษาในประเทศไทย”
60 ปีโพ้นทะเล จึงนับเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าและน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกหลานชาวจีนหันมาสนใจศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของบรรพบุรุษกันมากยิ่งขึ้น







